สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

รักชนก ศรีนอก อภิปรายเรื่องการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมของบริษัท true และ DTAC โดยวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของประธาน กสทช. ที่มีการเดินทางออกนอกประเทศบ่อยและถูกมองว่าทำงานเพียงบางส่วน ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งของตน และขอให้หาผู้ที่เหมาะสมมาทำงานแทน

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนราษฎรของชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม ขอร่วมอภิปราย รายงานของ กสทช. ด้วยค่ะ Board กสทช. เท่าที่เราทราบก็คือเป็นเหมือนองค์กรอิสระ อื่น ๆ ที่ สว. จะคัดเลือก Board บริหารมา ซึ่งดิฉันก็ทราบมาว่าคุณหมอสรณซึ่งเป็น หมอโรคหัวใจของผู้มากบารมีทางการเมืองหลายท่าน ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ทีนี้ดิฉันก็ได้ติดตามงานด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภคของท่าน ประเด็นแรก เรื่องการควบรวม True DTAC ก่อนที่ท่านจะได้ตัดสินใจ ที่รับทราบ ท่านได้มีการใช้งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท จ่ายให้กับ SCF และศูนย์บริการ วิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาผลกระทบ ซึ่งภาคประชาชนที่สนใจในงาน วิชาการนี้ ในงานวิจัยนี้ ก็ได้ฝากดิฉันผ่านไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่าสามารถ หารายงาน ๒ ฉบับนี้อ่านได้จากที่ไหนคะ เพราะว่าภาคประชาชนไม่สามารถหาวิจัยฉบับเต็ม มาศึกษาได้ ซึ่งดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตว่าที่ท่านตั้งใจไม่เผยแพร่เป็นความตั้งใจหรือเปล่า เพราะในงานวิจัย ของ SCF ชี้ว่าการควบรวมจะส่งผลต่อการแข่งขัน ทำให้เกิดการผูกขาด ส่งผลทำให้ ราคาสูงขึ้น การเข้าสู่ตลาดของรายใหม่ยากขึ้น และเมื่ออนุญาตไปแล้วจะหวนคืนกลับมา ได้ยาก งานของจุฬาก็สอดคล้องกันค่ะ เท่าที่ดิฉันทราบ แต่ท่านประธานกลับหยิบยก เพียงบางประเด็นเท่านั้นที่ว่าท่านไม่ได้มีอำนาจในการอนุญาตให้ควบรวมมาใช้เป็นเหตุผล ข้ออ้าง ซึ่งมันก็แปลกดีค่ะ เพราะว่าสิ่งนี้เป็นวลี เป็นประโยค เป็นนัยสำคัญที่สอดคล้องกับ บริษัทโทรคมนาคมแห่งหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากการควบรวมนี้สื่อสารกับสาธารณชนในช่วงนั้น ที่ท่านได้เปิดเผยเนื้อหางานวิจัยเหล่านี้เป็นเพราะว่ากลัวคนจะทราบหรือเปล่าว่า ผลการศึกษาที่แท้จริงเป็นอย่างไร ในงานวิจัยมันอาจจะบอกหมดแล้วก็ได้ว่าปัญหาหลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น แต่ท่านก็ทำหูทวนลม ปิดหูปิดตา ปิดความจริงต่อสาธารณชน จริง ๆ แล้ว ท่านสรณได้ตอบแล้วว่าท่านไม่มีอำนาจ แต่มาดูกันว่าจริง ๆ ท่านไม่ต้องเสียเงินถึง ๒๐ ล้านบาทไปศึกษา เพราะตาม พ.ร.บ. นี้ก็ได้ให้อำนาจเต็มกับท่านแล้วในการรักษา ผลประโยชน์ของสาธารณะ นั่นหมายรวมถึงการยับยั้งการควบรวมซึ่งทำให้ตลาดลูกเข้าสู่ การผูกขาด ศาลปกครองก็ได้ชี้แล้วว่าท่านมีอำนาจในการยับยั้งการควบรวมได้ อำนาจหน้าที่ ของท่านในเล่มนี้ตามหน้า ๓๐ ท่านก็เขียนเอาไว้เองว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของท่าน ดิฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าท่านไม่เข้าใจ Job Description ตัวเอง หรือท่านกำลังรักษา ผลประโยชน์ให้ใครกันแน่ ดิฉันต้องฝากท่านประธานถามผ่านไปยังผู้ชี้แจง ถามท่านประธาน กสทช. เองที่นั่งอยู่ ณ ที่แห่งนี้เลยก็ได้ ท่านช่วยกรุณาตอบให้ดิฉันเข้าใจหน่อยว่าถ้าไม่ใช่ องค์กรของท่านแล้ว จะมีองค์กรไหนในประเทศนี้อีกที่มีอำนาจในการยับยั้งการควบรวม ครั้งนี้ งานที่เป็นอำนาจหน้าที่ของท่าน ท่านก็ละเว้น แต่งานที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของท่าน อย่างการอนุมัติเงินฟุตบอลโลก ๖๐๐ ล้านบาท ท่านก็กลับใช้อำนาจที่คาบเส้น ตัดสินใจ นี่นะคะผลงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของประธาน กสทช.

ข้อ ๒ เมื่อสักครู่ประเด็นที่ ๒ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปว่า ประธาน กสทช. หลังจากได้รับตำแหน่ง ๑ ปี ๔ เดือน เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ๑๒๐ กว่าวัน คิดเป็นประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเวลาทำงานทั้งหมด ถ้าท่านไปทำงาน จริง ๆ ดิฉันไม่มีข้อสงสัยอะไรค่ะ แต่ช่างบังเอิญเสียเหลือเกินที่การไปดูงานส่วนใหญ่ของท่าน ปลายทางก็คือไปที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีข่าวลือนะคะ ดิฉันไม่ทราบว่าจริงหรือไม่จริง ขอความชัดเจนด้วยว่าเป็นประเทศที่คุณหมอสรณมีคลินิกส่วนตัวอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่ เพราะว่าถ้าเป็นความจริงประชาชนก็ตั้งคำถามว่าท่านใช้งบประมาณในการบินนี้ไปเพื่อ เอื้อกับกิจการส่วนตัวของท่านหรือไม่ และการที่ท่านเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ ทำให้ กิจการวาระการประชุมต่าง ๆ ที่สำคัญใน กสทช. ถูกเลื่อนไป เรื่องสำคัญต่าง ๆ ที่รอท่านมา ตัดสินใจกองอยู่เป็นกองพะเนิน และคนในองค์กรเองที่เขาอยากจะทำงาน ตั้งใจจะทำงาน จริง ๆ เขาก็อึดอัดค่ะ ถ้างานคลินิกในต่างประเทศของท่านไม่สามารถละวางได้ หรือสำคัญ กว่างานใน กสทช. ก็อย่าทำราวกับว่าตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นเพียงงาน Part-time ของท่านนะคะ เราจะได้หาคนที่พร้อมและเหมาะสมมาทำงานตรงนี้ดีกว่าไหมเอ่ย