ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ชี้แจงภาพรวมการบริหารงบประมาณของ กสทช. ที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 ซึ่งไม่ขึ้นตรงกับงบประมาณแผ่นดิน จึงไม่จำเป็นต้องนำเสนอต่อสภา แต่ต้องส่งให้คณะกรรมการ DE ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา พร้อมอธิบายถึงความคืบหน้าของโครงการ USO ในการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังหมู่บ้านทั่วประเทศ การยกระดับความเร็วการเชื่อมต่อ และการเปิดจุดบริการสาธารณะในสถานที่ราชการ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงถึงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการป้องกันการใช้เบอร์โทรศัพท์ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการระงับเบอร์เถื่อน การควบคุมซิมมัลเลขหมาย และการปรับทิศทางสัญญาณโทรคมนาคมไม่ให้ส่งออกนอกประเทศ รวมถึงการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา การสนับสนุนรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กและผู้ผลิตรายการขนาดเล็ก การพิจารณาชะลอการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่จากผลกระทบของโควิด-19 แผนการปรับพื้นที่ทำงาน และการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้กับระบบ Cell Broadcast ส่วนการเดินทางไปประชุมต่างประเทศของประธานและคณะกรรมการ กสทช. ยืนยันว่าดำเนินการตามพันธกิจที่ได้รับจาก ครม. เพื่อสนับสนุนการสมัครเป็นกรรมการสภาบริหาร IT
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ขออนุญาต เรียนชี้แจงเป็นภาพรวมทั้งหมดเป็นข้อ ๆ ส่วนเรื่องของเทคโนโลยี 5G การเข้าถึง Internet หรือว่า Cell Broadcast และแม้กระทั่งสายสื่อสาร เดี๋ยวขออนุญาตให้ท่านรองเลขาธิการ สุทธิศักดิ์ ซึ่งเป็นรองเลขาธิการกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมเป็นผู้ชี้แจง ส่วนการประมูล TV แล้วคุ้มค่าหรือไม่ อย่างไร อันนี้เดี๋ยวขออนุญาตให้ท่านผู้ช่วยเลขาธิการมณีรัตน์ ซึ่งเป็นผู้ช่วย เลขาธิการสายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์เป็นผู้ชี้แจง
เรื่องที่ ๑ ที่อยากจะเรียนชี้แจงนะครับ คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้จ่าย งบประมาณ ขั้นตอนการอนุมัติงบประมาณของเรา เราปฏิบัติตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ประจำปี ๒๕๕๓ และที่แก้ไขนะครับ ในมาตรา ๕๗ วรรคสอง ระบุว่าการทำ งบประมาณของเรา ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณของเราเป็นปีปฏิทิน คือเริ่มวันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ทำงบประมาณเสร็จเราจะต้องส่งให้คณะกรรมการ DE ซึ่งงบประมาณของเราไม่ได้เข้าสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากว่าเราไม่ได้รับงบประมาณแผ่นดิน เรามีรายได้ของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราก็ให้คณะกรรมการ DE ซึ่งเป็นผู้กำกับเทคโนโลยี ของประเทศช่วยกันดูแล้วก็ให้ความเห็นชอบว่าสิ่งที่เราจัดตั้งไปนั้นถูกต้องหรือไม่ เหมาะสม หรือไม่ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรืออย่างที่ท่านอนุมัติแล้วเราถึงจะกลับมา ใช้งบประมาณปีนั้น ๆ นะครับ
ตอบข้อถามที่ว่าทำไมถึงไม่มีรายงานแผนการใช้เงินปี ๒๕๖๗ เนื่องจากว่า อย่างที่ผมเรียนนะครับว่าเราเป็นปีปฏิทิน เพราะฉะนั้นอย่างเช่นปีนี้เราใช้ปี ๒๕๖๖ อยู่ แต่การตั้งงบประมาณซึ่งเราจะต้องส่งไปให้คณะกรรมการ DE ช่วงเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ก็จะเป็นของปี ๒๕๖๗ เพราะฉะนั้นรายงานปี ๒๕๖๕ จึงไม่มีแผนงาน ของปี ๒๕๖๗
สำหรับเรื่อง USO ผมขออนุญาตเล่าอย่างนี้นะครับ USO มีทั้งหมด ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน แล้วก็เป็นหมู่บ้านที่ต้องการความช่วยเหลือประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ซึ่งเราก็ได้ประสานกับทาง DE ว่าเราทำ ๒๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน แล้ว DE ทำ ๔๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าเหลืออีกประมาณไม่ถึง ๑,๐๐๐ หมู่บ้าน ก็จะครบถ้วน ส่วนจุดเสริมที่เรากำลังทำ ที่มีสมาชิกท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่าจุดบอดต่าง ๆ ไม่ ว่าจะเป็นทาง ๓ จังหวัดภาคใต้หรืออะไร เราก็จะดำเนินการเสริมเติมเพิ่มเติมเข้าไปให้ในปีนี้ USO นี่ Speed เดิม ความเร็วในการใช้ของ Wi-Fi ประมาณที่ ๓๐ ก็คือ Download 30 Upload 10 แต่ว่าเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๖ นี้เราได้ปฏิบัติเป็น ๑๐๐/๑๐๐ หมดแล้ว เพราะฉะนั้น Speed ก็จะดีขึ้น ส่วนศูนย์ USO NET หรือว่า USO Wrap ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ ของโรงเรียน โรงพยาบาล อันนี้เราก็เปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้ช่วงเวลา ๘ โมงครึ่ง ถึง ๔ โมง ครึ่ง
ทางด้าน Call Center นะครับ Call Center ผมเรียนอย่างนี้ครับ เราได้ บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นกองบัญชาการ สอท. หรือว่าจะเป็น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมี ปอท. ก็คืออาชญาเทคโนโลยีอยู่ มีแบงก์ชาติ แล้วก็มีกระทรวง DE เราบูรณาการกัน เราได้ทำข้อจำกัดในการใช้ SIM ทุกวันนี้ ก็คือ ๑. ประชาชนจะซื้อ SIM ตามลูกตู้ได้ที่ ๕ SIM เกินกว่า ๕ SIM คุณต้องมารายงานตัวที่ศูนย์ ของ Operator เขา และตอนนี้เรากำลังทำประกาศว่าผู้ที่มี SIM หลาย ๆ SIM จะต้องมา รายงานตัวใหม่ แล้วก็จะต้องตอบคำถาม หรือชี้แจงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีหลาย ๆ SIM หลังจากนั้นเราก็มีการป้องกันทางด้าน ๑. เบอร์ที่เป็นเบอร์ ๓ หลัก ๔ หลัก ที่ไม่ใช่เบอร์ ถูกกฎหมายแน่นอน อันนี้เราก็ระงับ เบอร์ที่โทรศัพท์มาผ่าน VoIP หรือทาง Net Internet Protocol เราก็มีการ +๖๙๗ เข้าไปให้ประชาชนได้รับทราบ ส่วนเบอร์ที่ Roaming มาจากเบอร์ SIM Card จริง ๆ ก็จะเป็น +๖๙๘ ตามตะเข็บชายแดนที่ได้ออกไป ตรวจร่วมกับตำรวจและทางผู้บัญชาของผม เราจะเห็นว่าปัญหาก็คือเสาโทรคมนาคมซึ่งมี เสาที่ถูกต้องตามกฎหมายของที่ Operator เขามาขอการใช้เสา แต่ว่ามีการหันสัญญาณ เข้าไปทางต่างประเทศคือประเทศชายแดนรอบข้าง เราได้มีการให้เขาปรับสัญญาณลง ให้เหมาะสมแล้วก็หันกลับเข้ามาในประเทศ เพราะว่าใบอนุญาตเราให้ใช้ได้แค่ภายใน ประเทศ ซึ่งจากการปรับสัญญาณลง หรือว่าการนำอุปกรณ์ลง จะต้องไม่กระทบกับคนดี ๆ บริเวณนั้น
ส่วนเสาเถื่อนซึ่งเมื่อเราเพิ่งไปจับมาเมื่อไม่นานนี้เมื่อเดือนที่แล้วก็ได้มีการเอา เสาเถื่อนลงแล้ว มีประชาชนบางกลุ่มใช้ Wi-Fi ที่เป็นขนาดใหญ่ ยิงจากทางฝั่งเราเข้าไป ทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอันนี้เราเห็นว่าเป็นเสาเถื่อนเราได้ดำเนินการเอาลงแล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราร่วมกันกับทุกหน่วยงาน ถ้าเป็นเบอร์ที่โทรศัพท์มาหลอกโดยตรง หรือว่าเป็น SMS ที่เป็นใน Blacklist SMS Blacklist ทาง Operator เขาจะระงับอยู่แล้ว ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่ตำรวจแจ้งเรามาว่าเป็นเบอร์ที่หลอกลวงแน่นอน เป็น Call Center แน่นอน อันนี้เราก็ระงับการใช้เลยนะครับ
เรื่องถัดไปเป็นเรื่องของกองทุน กองทุนเราคือตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนเงินวิจัย และพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้เราทำตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕๒ ทุกวงเล็บ การจัดสรร งบประมาณกองทุนเข้าไปก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ส่วนราชการที่ได้รับเงินกองทุนไป ตั้งแต่แรกอยู่ในโครงการสนับสนุนภาครัฐ ปี ๒๕๖๒ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้มีการตั้งงบส่วนนี้แล้ว สำหรับรายการทีมีท่าน สส. เอ่ยชื่อรายการมา ๒-๓ รายการนั้นก็เป็นการสนับสนุนผู้ผลิต รายการเจ้าเล็ก ๆ เพราะว่ารายการเด็กปัจจุบันนี้มีการผลิตออกมาน้อยมาก ถ้าสังเกตตาม TV Digital รายการเด็กจะน้อยมาก เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่คณะกรรมการท่านคิดก็คือว่าเรา ควรจะสนับสนุนรายการ TV เกี่ยวกับเด็กให้เยอะขึ้น แล้วก็เป็นการสนับสนุนผู้ผลิตรายการ เจ้าเล็ก ๆ ด้วย
เรื่องอาคารสำนักงานใหม่นะครับ อาคารสำนักงานใหม่เนื่องจากว่าเกิดภาวะ COVID-19 เราทำให้แผนการของเราเลื่อน Slip ออกมา ขณะนี้ผมได้หารือกับทาง ท่านประธานแล้วก็คือว่าเราอาจจะต้องมีการระงับการก่อสร้างก่อน หลังจากระงับแล้ว เราจะตรวจดูว่าค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร แล้วถึงจะค่อยดำเนินการต่อไปนะครับ เพราะว่าสิ่งที่เราวางแผนไว้ เนื่องจากโดน COVID-19 มา ๒-๓ ปี ทำให้แผนเราเลื่อนไปหมด ส่วนที่ถามว่าถ้าไปอยู่ที่ทำงานใหม่แล้ว ที่ทำงานเก่าปัจจุบันนี้ทำอะไร ก็ยังมีหน่วยงานอยู่ เพราะเนื่องจากว่าปัจจุบันนี้เรามีการเช่าตึกข้างนอกอยู่ ๓-๔ ตึก เพราะฉะนั้นก็จะมีกลุ่มที่ ๓-๔ ตึก ก็คงต้องจัด Location ใหม่ว่ามีบางส่วนต้องไปทำที่สำนักงานใหญ่ ก็คือที่นนทบุรี บางส่วนก็มาทำที่สายลมเหมือนเดิมนะครับ
เรื่องการใช้เทคโนโลยี 5G แล้วก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Cell Broadcast ผมจะให้ท่านรองเลขาธิการสุทธิศักดิ์นะครับ
ขออนุญาตตอบอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องต่างประเทศ ผมขออนุญาตเรียน อย่างนี้ครับ การเดินทางต่างประเทศของท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่าน เป็นไป ตามที่ประเทศไทยได้รับมอบหมาย ผมต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าอย่างปีที่ท่านประธานเข้ามา เมื่อ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๕ เป็นช่วงที่สำนักงาน กสทช. ได้รับอนุมัติมอบหมายจาก ครม. มาว่าให้ออกหาเสียงเพื่อที่จะรับสมัครเป็นกรรมการสภาบริหารของ ITU ซึ่งท่านประธาน ในฐานะประธาน กสทช. ก็เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย การหาเสียงช่วงนั้นก็ได้ออกหาเสียง ตามแผนที่เราวางไว้ เพราะว่าประเทศไทยเราเป็นสมาชิก ITU มา ๑๐๐ กว่าปี แล้วก็ได้เป็น สภาบริหารทุกครั้ง แต่ก่อนเดิมเป็นกรมไปรษณีย์ทำ แล้วมาเป็นกระทรวง DE ปีนี้เป็นปีแรก เป็นครั้งแรกที่ กสทช. ได้รับมอบหมายงานนี้ ก็ต้องทำให้เต็มที่ ก็ออกไปตามที่ ITU เขาเชิญ ว่ามีการประชุม ITU ที่เป็นทางการ เนื่องจากว่าระยะ ๒-๓ ปีก่อนหน้านี้มี COVID-19 ไม่สามารถที่จะเดินทางได้ พอเริ่มเดินทางได้ ITU เขาก็จัด ประกอบกับท่านประธาน และคณะกรรมการชุดใหม่ทั้งชุด ไม่เคยเข้าสู่วงการโทรคมนาคมมาก่อน ทางต่างประเทศ ก็อยากจะรู้จัก อยากจะอะไร แล้วท่านในฐานะผู้แทนประเทศไทยอย่างเป็นทางการก็ต้อง ร่วมเดินทางไปประชุม เพราะฉะนั้นการประชุมก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ค่าใช้จ่ายของท่าน ก็เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาที่ทางรัฐบาลได้ออกไว้ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีการเบิกจ่าย นอกเหนือจากสิทธิของท่าน ซ้ำท่านยังจะเดินทางต่ำกว่าสิทธิด้วยนะครับ แล้วก็ค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ภาพรวมของทั้งสำนักงาน เดินทางไปต่างประเทศนะครับ เราก็ตั้งเท่ากับงบประมาณ ก่อน COVID-19 หรือช่วง COVID-19 เราเคยได้เท่าไรเราก็ตั้งแค่นั้น เราไม่เคยมีการขอเพิ่ม ส่วนช่วง COVID-19 ก็เป็นช่วงที่ลดลงตามปกติเพราะว่าห้ามเดินทาง ผมขออนุญาต กราบเรียนเท่านี้ก่อนนะครับ