สุรพันธ์ ไวยากรณ์ ตั้งคำถามต่อท่านเลขาธิการ กกพ. เกี่ยวกับรายงานประจำปีงบประมาณ 2564 โดยตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่ให้สัดส่วนสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์สำหรับประชาสัมพันธ์ ขณะที่โครงการพลังงานหมุนเวียนได้รับเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงความคืบหน้าและเหตุผลในการพิจารณาโครงการอย่างชัดเจน อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตต่อแผนรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแผน PDP 2018 โดยเฉพาะโครงการโซลาร์รูฟท็อปที่ดำเนินการต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนจากชีวมวลใกล้เต็มเป้า จึงเรียกร้องให้ทบทวนความสมเหตุสมผลของเป้าหมายและปรับแผนให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและตอบสนองความคาดหวังของประชาชน.
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนนทบุรี พรรคก้าวไกล วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ของคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน หรือ กกพ. แต่ด้วยข้อจำกัดของเวลามีหลายประเด็นที่ผมสงสัยและอยากจะอภิปราย สอบถาม แต่จะมีประเด็นสำคัญหลัก ๆ อยู่ ๒ ประเด็นที่อยากจะสอบถามท่านเลขาธิการ
เรื่องแรก เป็นเรื่องของการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า จริง ๆ แล้ว กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้บริการไฟฟ้าไปยังท้องถิ่นชุมชนกระจายความเจริญ และพัฒนาท้องถิ่นไปพร้อมกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมคุณภาพชีวิตของชุมชนที่ได้รับ ผลกระทบจากโรงไฟฟ้านะครับ แล้วก็ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนตามมาตรา ๙๗ (๑) ถึง (๖) แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตตามมาตรา ๙๗ (๔) กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการใช้ พลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะ ปี ๒๕๖๔ ที่ท่านเลขาธิการได้ชี้แจงตอนแรกว่าเป็นโครงการ พลังงานหมุนเวียนแบบมุ่งเป้าก็คือติดตั้ง Solar Cell แบบ On Grid และ Off Grid ถ้าดูในตารางปี ๒๕๖๔ กรอบงบประมาณ ๑,๙๒๐ ล้านบาท แต่ว่าโครงการที่ได้รับอนุมัติ ท่านยังไม่ได้ใส่ไว้ เพราะว่าเขียนว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ถ้าอย่างนั้นผมจะย้อนไปในปี ๒๕๖๓ กรอบงบประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท โครงการที่เข้าร่วม ๕๙ โครงการ วงเงิน ๓,๒๐๐ ล้านบาท แต่ท่านอนุมัติแค่ ๑๓ โครงการ วงเงินแค่ ๑๓๗ ล้านบาท ๘ เปอร์เซ็นต์ของกรอบ งบประมาณแค่นั้นเองนะครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านเขียนในรายงานโครงการนี้ท่านมีแผนที่จะติดตั้ง โรงเรียนตามชนบทห่างไกลนี่ ๑๖๖ แห่ง หมายถึงโรงเรียนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้นะครับ โรงพยาบาลอีก ๗๐ แห่ง ซึ่งมันโครงการที่ดีเพราะว่าตามวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนา ไฟฟ้า แต่ทำไมตัวเลขอนุมัติมันถึงน้อยขนาดนี้นะครับ เปรียบเทียบกันกับมาตรา ๙๗ (๕) โดย (๕) เป็นเกี่ยวกับเรื่องของการให้ประชาชนมีความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วม ด้านไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นงบศึกษาดูงานแล้วก็ประชาสัมพันธ์ ถ้าตามตารางปี ๒๕๖๔ กรอบวงเงินเท่ากับปี ๒๕๖๓ ก็คือ ๖๐๐ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๔ ท่านยังเว้นไว้ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการนะครับ ย้อนมาดูตัวเลขปี ๒๕๖๓ วงเงินที่ท่านอนุมัติ ๔๗๖ ล้านบาท ๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ คือผมไม่ได้คาดหวังว่า (๔) จะสูงใกล้เคียงกับ (๓) เพราะว่า (๕) ที่ท่านอนุมัติไปนั้นถือว่าตัวเลขประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๗๖ ล้านบาท แต่ (๔) ที่แจ้งไปก็คือแค่ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วท่านสามารถที่จะอนุมัติโครงการ พวกนี้ได้อยู่แล้วนะครับ เพราะว่างบประมาณกรอบวงเงินที่ท่านก็วางไว้อย่างสูงอยู่แล้ว ๑,๘๐๐ ล้านบาท แล้วโครงการนี้ผมถามนิดหนึ่งว่า ๕๙ โครงการท่านอนุมัติไป ๑๓ โครงการ แล้วอีก ๔๖ โครงการนี้คืออย่างไรครับ หมายถึงว่าปัดตกไปมาในปีงบประมาณใหม่ หรืออย่างไร อันนี้ท่านต้องช่วยชี้แจงด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP 2018 แต่ปี 2018 ที่ท่านระบุไว้ก็คือเป็น Revise 1 ก็คือปรับปรุงครั้งที่ ๑ ทำไมถึงจะต้อง ปรับปรุงผมจะยกตัวอย่างให้ โครงการที่ ๑.๑ Solar Rooftop ภาคประชาชนในแผน มีการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนอยู่ที่หน่วยละ ๒.๒ บาท ย้ำนะครับ หน่วยละ ๒.๒ บาท เป้าหมายท่านกำหนดไว้ ๕๐ เมกะวัตต์ แต่ระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔ มีประชาชนเขาคงร่วมโครงการแค่ ๗๐๐ กว่าราย กำลังการผลิต ที่ขายให้การไฟฟ้าแค่ ๔.๓ เมกะวัตต์ แค่นั้นเองยังไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ แน่นอนครับการติดตั้ง Solar Cell ท่านก็ทราบว่ามีอยู่ ๒ แบบ ก็คือติดตั้งแบบ On Grid ใช้ไฟอย่างสมมุติว่า Load ในบ้าน ๕ กิโลวัตต์ก็ติดตั้ง ๕ กิโลวัตต์ใช้ไฟกลางวัน กลางคืน ก็เสียไฟให้การไฟฟ้า หรือแบบที่ ๒ อาจจะติดตั้งเผื่ออนาคตแล้วก็มีแบตเตอรี่ ความคิดที่ ประชาชนจะขายไฟให้กับท่านแทบจะไม่มีเลยครับ เพราะว่าท่านขายไฟให้ประชาชน ๔ บาทกว่า เกือบ ๕ บาท ณ ตอนนี้ โครงการนี้ท่านตั้งเป้าไว้เกินหรือเปล่าครับ ๕๐ เมกะวัตต์ อันนี้ เดี๋ยวท่านช่วยชี้แจงด้วยนะครับ สลับกันในโครงการที่ ๑.๒ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากที่ท่านแจ้งไว้เป็นโครงการนำร่อง เป้าหมายในการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชุมชน ประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล แล้วก็ก๊าซชีวภาพก็คือ Biomass กับ Biogas นะครับ จริง ๆ แล้ว โครงการนี้ดีมากเพราะว่ามันจะส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานในชุมชน แล้วโรงไฟฟ้าในชุมชน ก็จะสร้างงานสร้างอาชีพด้วย ท่านตั้งเป้าไว้ ๑๕๐ เมกะวัตต์ ที่ท่านรายงานเมื่อสักครู่ ท่านบอกว่าได้ถึง ๑๔๙.๕ เมกะวัตต์ ผู้เข้าร่วมโครงการ ๔๓ ราย จริง ๆ แล้วเกินด้วยซ้ำ เพราะว่าท่านตัดทิ้งไป เพราะว่าโรงไฟฟ้าโรงหนึ่งคิดว่าน่าจะประมาณ ๒-๓ เมกะวัตต์ อยู่แล้วใช่ไหม ทำไมอันนี้มันถึงต่ำล่ะครับ ไม่ขาดก็เกิน ผมกำลังมองดูว่าแผนที่ท่านปรับปรุง อย่างไรฝากท่านเลขาช่วยชี้แจงด้วย เพราะผมคิดว่าโครงการแต่ละโครงการที่จะเกิดขึ้นมาได้ มันจะต้องมีความคิดร่วมกัน ประชาชนฝากความหวังไว้กับท่าน ไม่ว่าจะเป็น กกพ. กพช. กระทรวงพลังงาน เพราะว่าอนาคตของพลังงานและทิศทางของพลังงานในประเทศไทย อยู่ที่พวกท่าน อย่างไรขอบคุณมากครับ