ฐิติมา ตั้งข้อสังเกตการณ์ราคาก๊าซพุ่ง-ถามทิศทางพลังงานรัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

ฐิติมา ฉายแสง นำเสนออภิปรายในวาระรายงานประจำปี 2564 โดยใช้สื่อสไลด์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการกำกับกิจการก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะราคาก๊าซ CNG ที่ปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่ง พร้อมเรียกร้องให้ กกพ. และรัฐบาลชี้แจงและดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงมาตรการชั่วคราว นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐที่ไม่สนับสนุนยานยนต์ใช้ก๊าซ NGV และ CNG ซึ่งส่งผลต่อภาคขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน จึงเรียกร้องให้มีการชี้แจงแนวทางช่วยเหลืออย่างชัดเจนและยั่งยืน

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ขอบพระคุณค่ะ ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานกราบขอบพระคุณนะคะ วันนี้ดิฉัน ขออภิปรายในวาระรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ขึ้น Slide เลยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ หรือ กกพ. คือภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของ กกพ. เขาก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๐ ของประกอบกิจการพลังงาน ไว้ตามมาตรา ๑๐ มีถึง ๑๘ อนุมาตราด้วยกัน ภารกิจที่ใกล้ตัวประชาชนที่สุดก็คือ กำกับกิจการไฟฟ้า กำกับโรงไฟฟ้าให้สามารถบริการให้ได้มีประสิทธิภาพใช่ไหมคะ แล้วก็ มีความมั่นคงในระบบไฟฟ้า ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกพูดกันไปทำนองนี้เยอะแยะแล้วนะคะ แล้วก็ เป็นเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าซึ่งดิฉันก็ขอขอบคุณนะคะที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในรอบโรงไฟฟ้าได้อันนั้นดีมาก ทีนี้วันนี้ดิฉันเองอยากพูดถึงเรื่องที่คณะกรรมการ กกพ. และสำนักงานยังไม่ค่อยได้ทำหรือทำน้อยมาก มันคือเรื่องของก๊าซธรรมชาติค่ะ กิจการก๊าซธรรมชาตินี่นะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่ามันส่งผลกระทบถึงราคาค่าไฟฟ้า แล้วก็รวมถึง ความเพียงพอของก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งด้วย แล้วก็ทราบอยู่ว่าท่านยกเว้นว่า มันไม่รวมถึงการประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติในภาคขนส่งในมาตรา ๕ นี้ทราบอยู่นะคะ แต่ว่ามันก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่การดำเนินงานมันจะส่งผล ขอภาพเลยค่ะ เมื่อ ๒-๓ วันก่อน ท่านประธาน มีผู้ประกอบการขนส่ง Logistics ของจังหวัดฉะเชิงเทราก็มาร้องเรียนกับดิฉัน บอกว่าเรื่องราคาก๊าซ CNG ที่ใช้กับรถยนต์กำลังจะปรับราคาขึ้นจาก ๑๘.๕๙ บาทต่อกิโลกรัม วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๖ นี้จะเพิ่มกิโลละ ๑ บาท ก็จะเป็น ๑๙.๕๙ บาท แล้วก็วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ ก็จะเพิ่มอีก ๑ บาท เป็น ๒๐.๕๙ บาทแล้ว ทีนี้ผู้ประกอบการที่ใช้เชื้อเพลิง ชนิดนี้เขาก็ได้รับผลกระทบมาก เราทราบกันอยู่แล้วนะคะว่าเมื่อปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ รัฐบาลพยายามที่จะให้ทุกคนเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันมาเป็นก๊าซธรรมชาติ อันนี้ เราทราบอยู่นะคะ แล้วก็สนับสนุนให้ผู้ใช้รถใช้ก๊าซธรรมชาติให้มาก ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติ ที่ขุดเจาะได้ในอ่าวไทย ดังนั้นก๊าซธรรมชาติก็เลยเป็นพลังงานหลักของธุรกิจผู้ขนส่งนะคะ ทีนี้ผู้ที่มาร้องเรียนเขาก็ร้องว่าธุรกิจของเขาที่แล้วมามันโดนผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 มาก มันยังไม่ฟื้นตัวเลย ดังนั้นเขาจึงขอให้รัฐบาลอยากจะให้ตรึงราคา ช่วย CNG ให้อยู่ที่ ๑๘.๕๙ บาทเท่าที่ทำได้ไปก่อน ทีนี้ต่อมาดิฉันก็เลยตรวจสอบปัญหาก็พบว่าข้อมูล ที่น่าสนใจก็คือว่าปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้สนับสนุนให้ประชาชนใช้ CNG ในภาคขนส่งแล้ว เพราะทุกวันนี้กระทรวงพลังงานก็ขอให้ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการพลังงานช่วยชดเชย ราคาก๊าซธรรมชาติแบบเป็นครั้งคราว เป็นการแก้ปัญหาราคาจำหน่าย CNG แบบลูบหน้าปะจมูก ดิฉันรู้สึกอย่างนั้น ดิฉันจึงสงสัยว่าทำไมก๊าซธรรมชาติที่เรารับรู้ว่ามันมีปริมาณมากเลย ในอ่าวไทยซึ่งอาจจะมีไปถึง ๕๐-๖๐ ปีเลยหรือเปล่า สามารถส่งไปช่วยโรงงานผลิตไฟฟ้าก็ได้ ผลิตกระแสไฟฟ้า ไปให้โรงงานปิโตรเคมีแยกก๊าซออกมาเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมก็ได้ หรือว่าสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม เช่น พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ ไปเป็นเครื่องสำอางอะไรก็ได้ แต่ทำราคาก๊าซจึงต้องแพง ทำไมมันไม่มีเพียงพอหรืออย่างไร อันนี้สงสัยนะคะกรุณาตอบด้วย แล้วถ้ามีพอให้กับภาคขนส่งก็น่าจะให้ประโยชน์กับเขาบ้าง อันนี้เป็นข้อสงสัยที่อยากจะถามจริง ๆ นะคะ แล้วก็จากข้อมูลที่ปริมาณก๊าซธรรมชาติ ในอ่าวไทยตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ มีการเปลี่ยนผ่านผู้ได้รับสัมปทานเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย รายเก่าเป็น ปตท. สผ. ใช่ไหมคะ ทำให้เกิดปัญหาปริมาณก๊าซผลิตก๊าซในแหล่งเอราวัณ G1/61 ขาดหายไป แต่ว่าก็สามารถค่อย ๆ กลับมาผลิตเพิ่มได้อีกในปี ๒๕๖๕ ดิฉันจะคิดว่า เรื่องราคาและปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติ ขณะนี้น่าจะใกล้ภาวะปกติ ซึ่งสอดคล้องกับ การลดลงของค่า Ft ราคาไฟฟ้าปัจจุบันลดลง ดังนั้นทำไมปริมาณของ NGV ในภาคขนส่ง จึงยังไม่เป็นปกติ ราคาขายปลีกทำไมยังมีแนวโน้มขึ้นอยู่ไม่เข้าใจนะคะ สร้างความเดือดร้อน ให้กับผู้ใช้รถยนต์เลยอยากจะได้คำตอบจากท่านคณะกรรมการด้วยนะคะ

แล้วก็อีกเรื่องที่สงสัยมากก็คือว่าดิฉันได้รับข้อมูลจากนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง กับการใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติในยานยนต์และภาคขนส่ง ได้ยินมาบางเรื่องว่ารัฐบาล ไม่สนับสนุนแล้วใช่ไหมคะ และทุกวันนี้ก็ไม่มีการตั้งสถานี NGV และ CNG เพิ่มขึ้น ซึ่งทั่วประเทศน่าจะมีสัก ๔๐๐ กว่าแห่งเอง เหมือนอยากให้ผู้ใช้รถประเภทนี้ยอมแพ้ หรือเลิกไปในที่สุดนะคะ ดิฉันเลยสงสัยว่าคณะกรรมการได้เคยประชาสัมพันธ์ให้ ผู้ประกอบการก็ดี ให้ประชาชนก็ดี พี่น้องแท็กซี่หรืออะไรก็แล้วแต่เขารู้บ้างหรือเปล่าว่า ท่านจะไม่สนับสนุนแล้ว และเขามีรถของเขาอยู่อย่างฉะเชิงเทรามี ๑,๐๐๐ กว่าคันที่เขาจะ มาร้องเรียนนะคะ เขารู้เรื่องไหม เขาเดือดร้อนขนาดนี้ และเกิดเขาไปซ่อมเพิ่มเติม เขาไป ลงทุนเพิ่มเติม แล้วท่านก็จะไม่สนใจใยดีกับเขาอีก ทีนี้มันจะเป็นอย่างไร รัฐบาลจะให้ ภาคขนส่งเขาขึ้นราคาค่าขนส่งไหม ถ้าเกิดว่าเขาไม่เป็นแก๊ส แล้วเขาไปเป็นน้ำมัน จากน้ำมัน ตอนนี้ดีเซลของท่านคือ ๓๑ ใช่ไหมคะ แล้วก็จะให้เขาขึ้นราคาค่าขนส่งไหม เพราะว่า จาก ๑๘.๕๙ เดี๋ยวจะเป็น ๒๐ แล้วก็จะให้เขาไปใช้น้ำมัน และเขาก็กลายเป็น ๓๑ ราคา ค่าขนส่งมันก็จะสูงขึ้นใช่ไหมคะ แล้วก็แนวทางการช่วยเหลือภาคขนส่งจะเป็นอย่างไร ขอให้ ตอบให้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันด้วยว่าจะเอาอย่างไรดี ขอบพระคุณมากค่ะ