ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือเรื่องปัญหาพลังงานและไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเรียกร้องการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าสำรอง การกำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐกับเอกชน และการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายให้ความเห็นในวาระรับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ท่านประธานครับ ปัจจุบันพลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และน้ำมัน ถือเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนตั้งแต่ตื่นทำมาหากิน จนหลับนอน แต่ปัจจุบันในประเทศเราก็ยังเผชิญปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า โดยพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ของผมในจังหวัดพัทลุงได้สะท้อนความเดือดร้อนทั้งค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และผันผวนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งด้วยสถานการณ์ปัจจุบันประชาชนจำเป็นต้องเผชิญอยู่กับ สภาพการณ์เช่นนี้เพราะไม่มีทางเลือกที่มากนัก นอกจากนี้อีก ๑ ปัญหาที่ใหญ่ถือเป็น ขั้นวิกฤติของโลกในยุคปัจจุบัน คือปัญหาภาวะโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ที่เกิดมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้โลกของเราร้อนและรวน ยิ่งขึ้น โดยเมื่อดูข้อมูลก็พบว่าภาคการผลิตไฟฟ้าและการใช้พลังงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด คิดเป็นประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดภายในประเทศเรา และเมื่อดูข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานเพียงอย่างเดียวพบว่า ในปี ๒๕๖๕ สัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาจากการผลิตไฟฟ้าถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคขนส่ง ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ภาคอุตสาหกรรม ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ขณะในระดับโลกประเทศไทยของเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ ๑๙ ของโลก ผมคิดว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือ กกพ. มีความรับผิดชอบและหน้าที่ ที่สำคัญในการกำกับกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติของไทย เพื่อให้เกิดการบริการ ด้านพลังงานที่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนและเป็นธรรมต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมขอย้ำว่า นี่ก็เป็นไปตามแนวทางของ กกพ. นะครับ ทั้งวิสัยทัศน์ พันธกิจ รวมถึงเป้าหมายในการกำกับ กิจการพลังงาน ในแผนปฏิบัติงานด้านการกำกับกิจการพลังงานระยะที่ ๔ ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ ซึ่งท่านมีวิสัยทัศน์ในการกำกับกิจการพลังงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมการแข่งขันให้เหมาะสมเป็นธรรม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคง ทางด้านพลังงานของประเทศ ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงานด้านอัตราค่าบริการ ให้มีความเป็นธรรม ส่งเสริมการประกอบกิจการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริม การใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบของพลังงานสะอาด แต่ท่านประธานครับ กระผมเชื่อว่า กกพ. ได้ทำงานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามจากรายงานนี้และความเป็นจริงที่ปรากฏขึ้น ผมขอตั้งคำถามว่าในระยะที่ผ่านมา กกพ. ประสบความสำเร็จหรือไม่ ทั้งในเรื่องปกป้อง ผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงานด้านอัตราค่าบริการให้มีความเป็นธรรม และการส่งเสริม การใช้พลังงานหมุนเวียนในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย จากรายงานนี้และจากปัญหาด้านพลังงานที่ผมกล่าวไปข้างต้น ผมจึงมีข้อสอบถาม และข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๑. ด้านค่าไฟฟ้า ผมขอสอบถามว่าทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. จะมีแนวทางในการกำกับกิจการพลังงานต่อไปอย่างไร เพื่อปรับอัตราค่าไฟฟ้า ที่เป็นธรรมให้กับประชาชนในระยะยาว ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่ กกพ. ให้ความสำคัญ และผมคิดว่านี่คือความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศ โดยผมและพรรคประชาธิปัตย์ เรามีความเห็นว่าจะต้องมีการพิจารณายกเลิกแก้ไขหรือทบทวนค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร โดยคำนวณจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังควรกำหนดระดับกำลังการผลิตสำรอง ที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันผมอยากทราบว่าการผลิตไฟฟ้าสำรองอยู่ในระดับที่สูงกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นจริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นจริงผมคิดว่าการสำรองไฟฟ้าขนาดนี้เกินกว่า มาตรฐานและความเหมาะสมที่ควรอยู่ในระดับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ไปค่อนข้างมาก นอกจากนี้ ยังควรส่งเสริมการแข่งขันและควรกำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐกับเอกชน และสัดส่วนการนำเข้าจากต่างประเทศให้มีความเหมาะสม และปรับราคาก๊าซป้อนโรงไฟฟ้า ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม
๒. ด้านพลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด อยากสอบถามว่า ทาง กกพ. จะมีแนวทางในการกำกับกิจการพลังงานต่อไปอย่างไร เพื่อเพิ่มสัดส่วน แหล่งพลังงานเหล่านี้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งนี่ก็เป็นอีก ๑ ประเด็นที่ กกพ. ให้ความสำคัญ อีกทั้งยังเป็นเป้าหมายใหญ่ในระดับประเทศและระดับโลก เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งจากข้อมูลของ กกพ. ชี้ว่าการผลิตพลังงานไฟฟ้า ในระบบแยกตามเชื้อเพลิงในปี ๒๕๖๕ พบว่าส่วนใหญ่คือก๊าซธรรมชาติ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ นำเข้า ๑๖ เปอร์เซ็นต์ โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพียง ๑๐.๑๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยผมคิดว่าเราจะต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า เช่น การสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเรือน หรือ Solar Rooftop ในระดับครัวเรือน และควรจะมีการสนับสนุนการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากการใช้งาน กลับเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน นอกจากนี้ผมเห็นว่าเราควรจะต้อง ส่งเสริมพลังงานลม ระบบแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้า ระบบการดักจับคาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้า และพลังงาน ซึ่งจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานและการใช้ไฟฟ้าได้ มหาศาล
๓. ด้านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ขอให้ทาง กกพ. พิจารณาจัดสรรเงินทุนกองทุนนี้ เพื่อติดตั้งระบบไฟฟ้าส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ให้โรงเรียน สถานศึกษา สถานพยาบาล และชุมชนที่ขาดแคลนไฟฟ้า หรือพื้นที่ห่างไกล ในจังหวัดพัทลุงและทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงพลังงานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน โดยผมขอยกตัวอย่างในพื้นที่ของผมในหมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๙ ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีชาวบ้านอาศัยกว่า ๓๕ หลังคาเรือน แต่ไม่มีไฟฟ้าใช้
๔. ผมขอให้ทาง กกพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของทางสภาองค์กรของผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนผู้บริโภค ที่มีความเป็นอิสระที่ได้มีข้อเสนอแนะมาตรการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าและพลังงานแพง เพื่อค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรมและสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน
สุดท้ายนี้พลังงานเป็นปัจจัยที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทาง กกพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการต่อไป เพื่อค่าไฟฟ้าและพลังงาน ที่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและผลักดันพลังงานหมุนเวียนเพื่อแก้ไข ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และปัญหาสิ่งแวดล้อม ขอบคุณท่านประธานครับ