วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ยาเสพติด และการมึนเมา พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความรุนแรงที่ยังไม่ถูกเปิดเผยและยกตัวอย่างคดีข่มขืนในครอบครัวที่สะท้อนความล้มเหลวของระบบคุ้มครอง จึงเรียกร้องให้มีการป้องกันอย่างจริงจัง ลดภาระค่าครองชีพ ฟื้นฟูผู้เสพยาเป็นผู้ป่วย ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับมิจฉาชีพ Call Center และเร่งเยียวยาผู้เสียหาย เพื่อคืนความปลอดภัยและปกป้องสถาบันครอบครัวในฐานะพื้นฐานของสังคม
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะภรรยาและในฐานะแม่ของลูกสาว ดิฉันมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่ง ถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว ครอบครัวที่มั่นคงจะต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยให้กับ ทุกคน จะต้องเป็นพื้นที่ที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ และต้องเป็นพื้นที่ที่เราสามารถ แบ่งปันความทุกข์และความสุขในครอบครัวได้ เป็นพื้นที่ที่เราอยู่ร่วมกันกับคนอื่น ๆ ครอบครัวเปรียบเสมือนสังคมขนาดเล็ก และเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสังคมขนาดใหญ่ ในประเทศที่เรียกว่าเป็นประเทศที่มั่นคง การที่ความรุนแรงในครอบครัวมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยจากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ในปี ๒๕๖๕ ขอ Slide ขึ้นด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ข้อมูลความรุนแรง ในครอบครัวปี ๒๕๖๕ มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ ๒,๓๔๗ ราย และปัญหาหลัก ๆ ก็ไม่พ้นปัญหาจากยาเสพติด ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็ปัญหา ทางด้านความมึนเมา ซึ่งดิฉันเรียกว่าตัวเลขตรงนี้มันยังไม่ครบถ้วน ยังมีความรุนแรง ที่ยังซ่อนไว้อยู่ มันยังมีเหยื่อที่เรียกว่ายังไม่ได้ออกมาและไม่สามารถกล้าพูดและแสดงตัว ออกมาอีกเยอะแยะมากมาย และยังมีผู้ที่กระทำผิดและยังไม่ได้รับการดำเนินการอีก เป็นจำนวนมาก สิ่งนี้เป็นเหมือนสิ่งชี้วัดศักยภาพของรัฐในการดูแลประชาชน มันเป็นเหมือน สิ่งชี้วัดถึงความสามารถในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและมั่นคง การบริหารจัดการ การเข้าถึงทรัพยากรให้กับครอบครัวหรือสังคมขนาดเล็กให้ได้มีโอกาสเติบโต สร้างเป็น รากฐานให้กับสังคมที่ใหญ่ขึ้นจนเป็นระดับประเทศ ขออนุญาตเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ในสังคมไทยนะคะ เชื่อว่าทุกคนก็คงจะยังจำได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง จากเด็กผู้หญิงอายุ ๑๓ ปี ว่าพี่สาวของตนอายุ ๑๗ ปี ย้ำนะคะ อายุวัยแค่ ๑๗ ปีถูกพ่อแท้ ๆ กักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขืนกระทำชำเราในห้องพัก โดยเด็กสาวผู้โชคร้ายคนนี้ได้ให้การกับ ทางตำรวจว่าถูกพ่อแท้ ๆ กระทำชำเราข่มขืนละเมิดทางเพศ ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจด้วย เป็นระยะเวลาถึง ๖ ปีด้วยกัน ซ้ำร้ายยังถ่าย Clip เก็บไว้ด้วย ยังไม่พอค่ะท่านประธาน เด็กสาวคนนี้ก็ไปขอความช่วยเหลือไปบอกกับคนที่เป็นป้า แต่การได้รับความช่วยเหลือนั้น คุณป้าแท้ ๆ ของเขาเองยังเข้าข้างน้องชายตัวเองผู้ที่เป็นพ่อของเด็กสาวคนนั้น ถ้าเด็กสาว คนนั้นไม่ได้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ดิฉันในฐานะผู้เป็นแม่ไม่อยากจะคิดเลยว่าฝันร้ายนี้ จะติดตัวเขาและอยู่กับเขาอีกยาวนานขนาดไหน เรายังไม่ได้พูดถึงเลยว่าเขาจะได้รับ การบำบัดจิตใจและเยียวยาสภาพจิตใจ และสามารถกลับคืนสู่สังคมได้เหมือนคนปกติหรือเปล่า
อีกเรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ทุกท่านก็คงจะทราบข่าวพอคลั่งฆ่าลูกกับเมียดับ แล้วยิงตัวตายตาม แต่ท้ายที่สุดไม่ตายกลับได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะว่าอะไรค่ะ เพราะว่า เครียดหลังจากที่ไปค้ำประกันรถให้กับเพื่อนบ้าน แต่ท้ายที่สุดเขาไม่ส่งค่างวด กรมบังคับคดี เตรียมยึดบ้าน ยึดทรัพย์ ก็ต้องหาเงินไปเร่ง Clear ท้ายที่สุดเมียก็ต้องถูกแก๊ง Call Center หลอกจากการกู้เงินทาง Application สูญเงินไปกว่า ๑.๗ ล้านบาท อยากจะถามว่า เราจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับสังคมได้เรื่อย ๆ จริงหรือคะ มันมีความรุนแรงเกิดขึ้น ในทุกเพศทุกวัย พบได้ว่ามีความรุนแรงในครอบครัวปี ๒๕๖๔ มีผู้เคราะห์ร้าย ๒,๑๗๗ ราย แบ่งเป็นผู้หญิงซึ่งก็ไม่แปลกใจเลย ๘๑ เปอร์เซ็นต์ เพศชาย ๑๙ เปอร์เซ็นต์ และนอกเหนือจากนั้น ก็คือมาจากคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นจากในครอบครัวสามีภรรยาคิดเป็น ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขอเสนอแนวทางแก้ไขดังนี้ คุณต้องตัดตอนความรุนแรง แล้วก็มีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้
ต้นตอแรก คือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง วันนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนมีรายได้น้อย ค่าครองชีพก็สูง หนี้ท่วมตัว นี่คือปัญหาหนึ่งที่สร้างความเครียดและเป็นตัวกดดันที่เพิ่ม ความเครียดให้กับครอบครัวที่จะนำไปสู่ความรุนแรง แต่ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลที่จะเข้ามาเร็ว ๆ นี้ จะมีแผนนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการสร้างรายได้ ลดค่าครองชีพ แล้วก็แก้ไขปัญหาหนี้สิน รัฐจะผันตัวมาเป็นรัฐสนับสนุนเพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถลืมตาอ้าปาก ทำมาหากินได้ สร้างคุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวได้ดีขึ้น จะเป็นตัวลดการกดดันของต้นตอตัวนี้ค่ะ
ต้นตอที่ ๒ คือปัญหายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการมึนเมา อาชญากรรม อบายมุขต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย บอกได้เลยว่าพวกนี้คือเปรียบเสมือนตัวเร่ง เพื่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว อย่างที่เคยพูดเอาไว้เบื้องต้นว่าเรื่องเหล่านี้ควรได้รับ การแก้ไข พรรคเพื่อไทยของเรามีนโยบายจะเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย เราจะมีการบำบัด ให้ผู้เสพเหล่านี้ได้มีการลดการใช้ยาให้น้อยลง แล้วส่งพวกเขากลับคืนสู่สังคมเพื่อให้สามารถ ได้ไปจุนเจือครอบครัว แล้วก็สร้างครอบครัวได้ดีขึ้นค่ะ
อีกทั้งการจัดการมิจฉาชีพ Call Center เราต้องใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้มีประสิทธิภาพ แล้วจะเอาตัวเร่งตัวนี้ออกจากความรุนแรง และตัดต้นตอปัญหาตัวนี้ได้ค่ะ นอกจากนี้ปัญหาความรุนแรงส่งผลกระทบให้ครอบครัว และส่งผลกระทบให้กับทุกคน ในประเทศไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทุกครั้งที่เราได้ยินข่าวเรื่องความรุนแรงไม่ว่าจะเกิดขึ้น กับใครก็ตาม มันทำให้เรารู้สึกบั่นทอนจิตใจ และทำให้เรารู้สึกสั่นคลอนในความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของตัวเราเองหรือครอบครัว มันทำให้รู้สึกสั่นคลอนในความเชื่อมั่น ในสังคม ความรุนแรงในครอบครัวคือการบ่อนทำลายโครงสร้างของสังคม ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะแม่คนหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกหลานของพวกเราทุกคนจะอยู่ในสังคมที่ปลอดภัย ดิฉันจะขอทำหน้าที่ในสภาอย่างเข้มแข็ง เพื่อตรวจสอบการบริหารงานในเรื่องนี้ของรัฐบาลที่จะเข้ามาถึงในเร็ววันนี้อย่างใกล้ชิด ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน