ณัฐจิรา แจงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ชี้เพิ่มสูง-เรียกร้องมาตรการคุ้มครอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะต่อผู้หญิงและสตรีพิการ พร้อมชี้ถึงสาเหตุจากโครงสร้างอำนาจชายเป็นใหญ่ ปัญหาเศรษฐกิจ และกรอบคิดทางวัฒนธรรมที่ทำให้เหยื่อไม่กล้าขอความช่วยเหลือ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเสริมมาตรการป้องกันและช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงปรับเปลี่ยนเนื้อหาการศึกษาและกรอบกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้หญิงอย่างแท้จริง

นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย จากการที่ดิฉันได้อ่านรายงานพบว่ามีข้อสังเกตและข้อซักถาม ๓ ประการ

ประการแรก กว่า ๑๖ ปีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้มีการบังคับใช้ แต่จากสถิติความรุนแรงในครอบครัวที่ผ่านมา พบว่าไม่ได้มีจำนวนลดลงเลยค่ะ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีด้วยซ้ำ โดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดกับสตรี จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าผู้หญิงเป็นผู้ถูกกระทำอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นทุกปี ในจำนวน ของผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงมีจำนวนหลายร้อยรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยผลสำรวจ สถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กและสตรีพิการในปี ๒๕๖๔ โดยมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาค ทางสังคม สมาคมส่งเสริมศักยภาพสตรีพิการพบว่าหญิงไทยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำร้าย ร่างกายและจิตใจไม่ต่ำกว่า ๗ วันต่อคน และมีผู้หญิงได้เข้ารับการบำบัดรักษา แจ้งความ ร้องทุกข์ประมาณปีละ ๓๐,๐๐๐ ราย ถือว่าเป็นสถิติความรุนแรงต่อผู้หญิงที่สูงติด ๑ ใน ๑๐ ของโลก ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจสถานการณ์ ความรุนแรงต่อผู้หญิงและบุคคลในครอบครัวของประเทศ พบว่าประเภทความรุนแรงสูงสุด คือความรุนแรงทางด้านจิตใจ รองลงมาความรุนแรงทางด้านร่างกาย และในรายงานปี ๒๕๖๔ พบว่าข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งผู้หญิงเป็นผู้ถูกกระทำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีจำนวนผู้ถูกกระทำรวม ๑๖,๖๗๒ ราย โดยมีผู้หญิง คิดเป็นร้อยละ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หรือข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือทางสังคม สำนักงานปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีผู้ขอรับบริการจากศูนย์ ๒,๓๘๒ ราย ก็เป็นผู้หญิงจำนวนสูงสุดเช่นกัน และข้อมูลจากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีจำนวนผู้ถูกกระทำก็เป็นผู้หญิง สูงสุดเช่นกัน คิดเป็น ๗๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่เป็นเศษเสี้ยวของความรุนแรง ของผู้หญิง เพราะยังมีผู้หญิงอีกจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงที่ยังไม่ได้มี มาตรการที่จะช่วยเหลือ เพื่อที่จะลดจำนวนของผู้ถูกกระทำที่เป็นผู้หญิงให้มีจำนวนลดลง และทำให้ผู้ถูกกระทำกล้าที่จะขอความช่วยเหลือ หรือเข้ารับการปรึกษาจากหน่วยงาน และดิฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเห็นอกเห็นใจผู้หญิงด้วยกันว่าความรุนแรงในครอบครัวนั้น มันย่ำยีหัวใจผู้หญิงอย่างมาก ทั้งที่สังคมในปัจจุบันเป็นสังคมเสมอภาคทางด้านเพศ และความเท่าเทียม เพราะฉะนั้นอยากให้ความรุนแรงของผู้หญิงมีจำนวนที่ลดลง

ประการที่ ๒ จากการเก็บข้อมูลข่าวความรุนแรงในครอบครัวและคู่รัก ทางหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ปี ๒๕๖๓ พบ ๕๙๓ ข่าวจากหนังสือพิมพ์ทั้งหมด ๙ ฉบับ และปี ๒๕๖๔ พบ ๓๗๒ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ทั้งหมด ๑๑ ฉบับ ข้อมูลดังกล่าว ปี ๒๕๖๔ พบว่ารูปแบบความรุนแรงในการฆ่ากันในครอบครัวสูงถึง ๑๙๕ คิดเป็น ๕๒.๔ เปอร์เซ็นต์ เมื่อมาดูในรูปแบบความสัมพันธ์พบว่าอันดับ ๑ เป็นฆ่ากันระหว่างสามีภรรยา โดยสามี ฆ่าภรรยา หรือฆ่าผู้เกี่ยวข้อง อันดับ ๒ เป็นฆ่ากันระหว่างคู่รักหรือแฟน โดยฝ่ายชาย เป็นผู้กระทำฝ่ายหญิง คิดเป็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์ และสาเหตุของการฆ่านั้นก็เกิดจากการหึงหวง จากสถิติข่าวความรุนแรงในครอบครัวจะเห็นได้ว่าปัญหาความรุนแรงของครอบครัว เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอำนาจ จากตัวอย่างข่าวในการฆ่าที่ผ่านมาที่มีสามีฆ่าภรรยาและลูก อันนั้นก็คือจากสังคมไทยส่งผลให้ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นจากผู้ชายเป็นผู้กระทำ อาจจะเนื่องด้วยจากพิษเศรษฐกิจรายจ่ายสูงกว่ารายได้หรือเป็นหนี้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ ฆาตกรรมเกิดขึ้น กำลังความรุนแรงของสมาชิกในครอบครัวบางครั้งในแบบเรียนไทย ผู้ชายก็ยังเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือภาษาพาที วิชาภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือจากข้อสอบที่เป็นข่าวดังตามตามสื่อ Online นอกจากนี้ยังมีกรอบความเชื่อที่ว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัว ส่งผลให้ ผู้ถูกกระทำปกปิดปัญหาไม่ขอความช่วยเหลือ หรือทำให้ผู้คนในสังคมไม่กล้าให้ความช่วยเหลือ ถือว่าเป็นเรื่องของสามีภรรยา อีกทั้งเป็นบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความคิด ทำให้ผู้หญิงไม่กล้าที่จะก้าวออก จากความรุนแรงในครอบครัว ทั้งแนวคิดว่าผู้หญิงถูกมองว่าเป็นเพศจำยอม การอดทนเพื่อลูก เพื่อรักษาครอบครัวที่สมบูรณ์และรักษาหน้าตาทางสังคม ในประเด็นนี้ทางหน่วยงานจะมี การดำเนินงานเพื่อที่จะลดการผลิตแบบเก่า ๆ ซ้ำ ๆ และมีแผนงานอย่างไรในการที่จะสร้างพลัง ให้กับผู้ที่ต้องเผชิญความรุนแรงในครอบครัว ให้สามารถหลุดพ้นจากความรุนแรงได้ เพื่อไม่ให้ผู้ถูกกระทำต้องอดทน และเผชิญหน้ากับความรุนแรงโดยลำพัง เพราะมีความจำเป็น อย่างยิ่ง และต้องมีการดำเนินการร่วมกันจากหลาย ๆ หน่วยงานในการที่จะแก้ปัญหา ความรุนแรงในครอบครัวให้ครบทุกมิติ

ประการที่ ๓ เมื่อพิจารณาตามมาตรการทางกฎหมายจะเห็นได้ว่า การออกกฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวมีเจตนาหลักที่จะให้ความครอบคลุม ผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรง แต่จากบทบัญญัติในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ระบุว่าไม่ว่าพิจารณาคดีการกระทำ ความรุนแรงในครอบครัวจะได้ดำเนินไปแล้วเพียงใด ให้ศาลพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความ ได้ยอมความกัน โดยมุ่งถึงความสงบสุขและการอยู่ด้วยกันของครอบครัวเป็นสำคัญ แม้กระทั่ง มาตรากฎหมายก็ยังให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว เพราะฉะนั้นดิฉันเองเป็นตัวแทน ของผู้หญิงคนหนึ่งก็ขอให้คุ้มครองสิทธิผู้หญิง หรือความรุนแรงเกี่ยวกับผู้หญิงด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ