ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในช่วงปี 2563–2564 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลจากรายงานทางสถิติ ซึ่งขาดข้อมูลจากเหตุการณ์ในครัวเรือนและกรณีเด็กถูกกระทำ พร้อมเน้นย้ำถึงความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ที่ยังถูกละเลย เช่น ความรุนแรงทางอารมณ์ จิตใจ เศรษฐกิจ และสิทธิส่วนบุคคล จึงเสนอให้ปรับปรุงระบบการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบจากหลายแหล่ง รวมถึงการสุ่มสอบถาม และเร่งผลักดันมาตรการป้องกันระยะยาว เช่น การจัดตั้งสายด่วนให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง และการบรรจุการเรียนรู้ด้านการป้องกันความรุนแรงในหลักสูตรโรงเรียนตั้งแต่ระดับประถมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ขอ Slide ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
วันนี้ผมจะมาอภิปรายเรื่องของ รายงานข้อมูลสถานการณ์ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ วัตถุประสงค์ของ ๒ รายงานฉบับนี้ก็คือการมีนโยบาย เร่งด่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ตามอักษรสีแดงนะครับ อาจจะมองไม่ค่อยชัด นโยบายเร่งด่วนในการป้องกันและแก้ไข ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ย้ำรอบที่ ๒ แต่ในรายงานผมไม่เห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงในการลดความรุนแรงเลย จากสถิติปี ๒๕๕๙-๒๕๖๔ เราจะเห็นว่า มีสถิติ ๒๐,๐๐๐ ๒๑,๐๐๐ ๑๔,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ๑๖,๐๐๐ ๑๖,๐๐๐ ความเปลี่ยนแปลง ไม่ได้เห็นอย่างเด่นชัด อันนี้ข้อมูลที่ได้มาก็ได้มาจากหลายแหล่ง อย่างเช่นศูนย์พึ่งได้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานการแพทย์ สำนักอนามัย โรงพยาบาลตำรวจ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม บ้านพักเด็ก Case ต่าง ๆ เหล่านี้รวมกันน่าจะไม่เกิน ๔๕,๐๐๐ เคส ต่อปีที่ท่านรวบรวมสถิติเข้ามา แต่ปัญหาของสถิติตัวนี้ไม่ได้รวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้าน อันนี้จะรวบรวมจากศูนย์พึ่งพิง โรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือ ซึ่งเป็นจุดแทบจะสุดท้ายอยู่แล้ว คือความรุนแรงเกิดขึ้นจนเขาทนไม่ได้ ต้องไปขอความช่วยเหลือ ท่านถึงเก็บสถิติตรงนี้มา แต่ท่านละเลยหลาย ๆ จุดไปนะครับ Violence ในบ้านอันนี้ก็สำคัญหลาย ๆ เรื่อง อันนี้คือสถิติที่ท่านได้มาแบ่งตามช่วงอายุ ท่านก็จะเห็นว่าช่วง ๑๐-๒๐ ปีพุ่งโดดมา ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๑ ใน ๔ และในเด็กต่ำกว่า ๑๐ ปี แท่งกราฟแรก ๑,๓๐๐ เคสเท่านั้น ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไรครับ เพราะเด็กเหล่านี้ไม่สามารถ แจ้งความได้ เด็กเหล่านี้ไม่สามารถบอกใครได้สถิติเหล่านี้ถูกละเลยนะครับ ผมถึงอยากให้ ท่านเก็บสถิติที่ตรงความเป็นจริงให้มากที่สุด เดี๋ยวผมจะมีข้อแนะนำอยู่ด้านหลังนะครับ ปัญหาของตรงนี้สถิติสูงที่สุดอันดับ ๙ และอันดับ ๑๐ ก็คือสามีภรรยา แฟน อันนี้เราจะเห็นว่า มีสถิติสูงสุด ๒ อันรวมกัน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็อย่างว่านะครับ เป็นสถิติที่เกิดความรุนแรง ขนาดหนักแล้ว ท่านถึงเก็บสถิติตรงนี้มา
ตรงนี้ผมจะยกตัวอย่างความรุนแรงที่หลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไปแล้ว ความรุนแรง ที่เราเก็บสถิติมาในรายงาน ๒ ฉบับนี้ส่วนมากจะเป็นความรุนแรงทางด้านร่างกาย Physical Abuse แต่เราละเลยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปหรือเปล่าความรุนแรงทางด้านอารมณ์หรือจิตใจ Emotional Abuse ข้อ ๒ นะครับ อย่างเช่นการด้อยค่า การด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย การทำร้ายจิตใจ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ ความรุนแรงทางเพศ หรือ Sexual Abuse ไม่ว่าจะเป็นสามีบังคับภรรยาให้ร่วมหลับนอนก็ถือเป็น Sexual Abuse เหมือนกัน เพราะภรรยาไม่ได้เต็มใจในขณะนั้น การทารุณกรรมทางด้านการเงิน อย่างเช่นการไม่ให้เงิน หรือให้เงินเด็กไปโรงเรียนน้อย อันนี้ก็เป็นการทารุณกรรมอย่างหนึ่งที่เราละเลยไปหรือเปล่า การล่วงละเมิดทางจิตใจอย่าง Spiritual Abuse ซึ่งอันนี้จะเน้นความเชื่อทางด้านศาสนา อันนี้ก็เป็นความรุนแรงอย่างหนึ่ง การบังคับให้มานับถือศาสนา หรือการบังคับไม่ให้ไปปฏิบัติ พิธีกรรมทางศาสนาเป็นความรุนแรงเช่นกัน การสะกดรอย ติด GPS อะไรพวกนี้คือ การ Abuse ทั้งนั้น คือความรุนแรงในครอบครัวเช่นกัน ท่านละเลยสิ่งเหล่านี้หมดเลย
ข้อเสนอแนะของผมอย่างแรกคือเราต้องเก็บสถิติให้ได้ใกล้เคียงความเป็นจริง ให้มากที่สุด เราทำได้อย่างไร เราไปตามสถานีตำรวจทั่วประเทศ ๑,๔๘๒ แห่ง การแจ้งความก็คือ ความรุนแรงในครอบครัวแล้ว รุนแรงถึงขนาดแจ้งความนี่คือรับเป็นสถิติได้เลย โรงพยาบาล ทั่วประเทศนะครับ การที่มารักษาพยาบาล ฟกช้ำดำเขียว เลือดตกยางออกนี่ก็เป็น สอบถามจากหมอพยาบาลได้เพื่อรวบรวมสถิติ การไปถึงชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา เก็บรวบรวม สถิติจากครูอาจารย์ การทำแบบสอบถาม ตัวอย่างสุ่มนะครับ เราโทรศัพท์ไปตามบ้าน สมมุติ เราโทรศัพท์ไปทุกเดือน เดือนละ ๑,๐๐๐ ราย เราก็ดูว่าใน ๑,๐๐๐ รายนี้มีอะไร ที่เข้าข่ายหรือเปล่า เราเก็บสถิติตรงนี้ได้ เราต้องทำงานเชิงรุก ก็โทรศัพท์สอบถามตามบ้าน สมมุติมี ๑,๐๐๐ รายมี Case ที่เข้าข่ายความรุนแรงที่กล่าวมานี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน ด้านจิตใจด้าน Spiritual เราสามารถเก็บรวบรวมสถิติได้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริง มากที่สุด เพราะความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่การทำร้ายร่างกายเพียงอย่างเดียว
ข้อเสนอแนะต่อไปก็คือท่านอาจจะเปิด Hotline ให้คำปรึกษา ๒๔ ชั่วโมง เพราะหลายเรื่องในครอบครัวไม่สามารถปรึกษาใครได้ ทุกคนก็มีความละอายแก่ใจ การเอาเรื่องในครอบครัวไปขายข้างนอก แต่เขาสะดวกใจที่จะโทร Hotline ปรึกษา ท่านก็ให้คำแนะนำได้ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ หรือแม้แต่เด็ก อันนี้ก็เป็นการป้องกัน อันนี้ผมขอยกตัวอย่างที่สหรัฐอเมริกาจะมีการบรรจุ หลักสูตรในเด็กประถมเลยนะครับ การสอนดีที่สุดคือสอนตั้งแต่เด็ก ให้เด็กรู้ว่าอะไรคือ ความรุนแรง อะไรคือการล่วงละเมิดทางเพศ มีการสอน ผมยกตัวอย่างเพื่อนที่อยู่สหรัฐอเมริกา คนไทยไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาประมาณ ๒๐ ปี มีลูก ๑ คน วันดีคืนดีตำรวจมาเคาะหน้าบ้าน ตำรวจถามว่าท่านตีลูกหรือเปล่า แม่คนนั้นตกใจ เป็นคนไทยนะครับ ก็บอกว่าเปล่าไม่ได้ตี ใครไปโทรศัพท์แจ้งหรือ เพื่อนบ้านหรือ อะไรอย่างนี้ ตำรวจบอกว่าไม่ใช่ ลูกของคุณ โทรศัพท์แจ้ง อันนี้อาจจะเป็นการ Surprise ของคุณแม่ที่เพิ่งไปอยู่ที่นั่น แต่จริง ๆ แล้ว เป็นเรื่องปกติมากของที่สหรัฐอเมริกา เขาสอนเด็กตั้งแต่เล็กเลยว่าให้รู้จักร่างกายตนเอง ส่วนไหนเป็นส่วนที่สงวน ไม่ควรให้ใครแตะต้อง ไม่ควรให้ใครถ่ายรูป แตะตรงไหนยอมรับได้ แตะตรงไหนยอมรับไม่ได้ เมื่อเด็กรู้สึกยอมรับไม่ได้ให้ทำอย่างไร ให้พูดอย่างไร ให้ถอย ออกมาอย่างไร แล้วก็ควรสอดส่องดูแลเพื่อน ๆ ด้วย ในกรณีที่เพื่อนบ้านหรือว่าเพื่อนร่วมห้อง มีอะไรที่ผิดปกติ เพื่อนสามารถที่จะให้คำแนะนำกันได้ตั้งแต่เด็กเลย อันนี้จะช่วยให้ลดความรุนแรง ในครอบครัวได้ตั้งแต่ที่บ้านเลยนะครับ ตั้งแต่เด็กเลย เพราะเด็กนี่คืออย่างที่บอกนะครับ ไปแจ้งความก็ไม่ได้ บางครั้งบอกใครก็ไม่ได้ อันนี้ก็จะช่วยให้ลดความรุนแรงในครอบครัวได้ แล้วก็ลดปัญหาล่วงละเมิดทางเพศได้ แล้วก็อย่างน้อยก็คือต้องให้ความรู้คุณครูด้วย คอยสอดส่อง เด็ก ๆ ด้วย เวลาเด็กมาจากบ้านฟกช้ำดำเขียวมา มีโรคซึมเศร้า หรือว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย เสื้อผ้ายับอย่างนี้อาจจะมีปัญหาที่บ้านแล้วให้สอบถามสอดส่องนะครับ อยากจะให้บรรจุ ตรงนี้เป็นหลักสูตรให้กับเด็ก หรือไม่อย่างน้อยปีหนึ่งทาง พม. ก็ไปสอนตามโรงเรียนประถม สักครั้งหนึ่ง ทุกปี ๆ เพื่อให้เด็กได้รับรู้เรื่องเหล่านี้ติดไปจนโตเพื่อการแก้ปัญหาระยะยาว อย่างไรต้องขอขอบคุณ ฝากท่านประธานส่งข้อความถึงทาง พม. ให้ด้วย ขอบคุณมากครับ