สุภาพร สลับศรี หารือเรื่องความรุนแรงในครอบครัว โดยเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การรณรงค์ให้คนในสังคมเปลี่ยนค่านิยม ความคิด และทัศนคติใหม่ พร้อมแนะนำแนวทางการจัดตั้งศูนย์ป้องกันความรุนแรงในครอบครัวในระดับหมู่บ้านและตำบล และขอการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และคณะผู้ชี้แจงที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน สุภาพร สลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยโสธร พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานคะ ก่อนอื่นก่อนที่ดิฉันจะลงสาระและรายละเอียดเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ก็ขออนุญาต ชี้แจงเจตจำนงในการลุกขึ้นมาอภิปรายว่าดิฉันเป็น สส. หญิง บทบาทเป็นทั้งลูก เป็นทั้งแม่ แล้วก็เป็นทั้งภรรยา ซึ่งโดยธรรมชาติย่อมใส่ใจปัญหาของครอบครัวอยู่แล้ว อีกทั้งโดยวิชาชีพ ที่ดิฉันเคยทำมาก่อนก็คือการเป็นพยาบาล อายุราชการก็ประมาณ ๒๐ ปีกว่า ๆ ผ่านประสบการณ์ ในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกาย โดยเฉพาะทางด้านจิตใจจากปัญหา ความรุนแรงครอบครัวมาไม่น้อย ดังนั้นดิฉันทราบและตระหนักดีว่าการจะแก้ไขปัญหาเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวนั้นเป็นเรื่องไม่ง่าย แล้วก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และตัวเลขสถิติความจริงที่เกิดขึ้นอาจจะมีมากกว่าในรายงาน ของ ๑๖ หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน สมาคม และมูลนิธิต่าง ๆ ที่มารายงานในครั้งนี้ อย่างแน่นอน และในขณะเดียวกันดิฉันไม่ได้มีเจตนารมณ์มาจับผิดผลการดำเนินงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ดิฉันขออนุญาตฝากข้อสังเกต แชร์ประสบการณ์ ข้อห่วงใย ข้อบันทึกไว้ และร่วมด้วยช่วยกันทำให้สังคมไทยมีความรัก มีความอบอุ่น สร้างสายใยรักแห่งครอบครัวมากยิ่งขึ้น ท่านประธานคะ ประการแรกที่เราจะแก้ไขปัญหา ความรุนแรงในครอบครัว ดิฉันเชื่อและเห็นด้วยว่าการจะแก้ไขปัญหาความรุนแรง ในครอบครัวได้ดีนั้น อย่างแรกเราควรมีการรณรงค์ให้คนในสังคมเปลี่ยนค่านิยม ความคิด และทัศนคติใหม่ โดยยึดหลักว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป ถือว่าเป็นเป็นเรื่องของคนในสังคมที่ต้องดูแลแก้ไขร่วมกัน เพราะที่ผ่านมาคนไทยมักจะถูกสอน ให้ยึดหลักที่ว่า เรื่องของครอบครัวเราไม่ควรยุ่ง เรื่องของสามีภรรยาคนนอกไม่ควรยุ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้ว หากไม่มีความรุนแรงในครอบครัวก็ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง แต่ในโลกทุกวันนี้สถิติบ่งบอกเด็ก สตรี ผู้ได้รับผลกระทบ หรือผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุดจากการที่ได้ยินข่าว ในช่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะพ่อทำร้ายลูก หรือลูกทำร้ายบิดามารดา ซึ่งถือว่าเป็นความรุนแรง ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ควรจะแบกรับภาระนี้ เราควรที่จะเริ่ม หาทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งวันนี้ดิฉันก็ขอฝากข้อคิดไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบันทึกไว้ หรือปรับปรุงแก้ไข โดยมีรายละเอียดดังนี้
อย่างแรก เราควรที่จะมีการรณรงค์ให้คนไทยตระหนักใส่ใจ เข้าใจปัญหา ความรุนแรงในครอบครัวมากยิ่งขึ้น และจริง ๆ แล้วพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ความรุนแรงในครอบครัว ปี ๒๕๕๐ ก็มีประมาณ ๑๑ มาตรา ซึ่งจับประเด็นใหญ่ ๆ ให้ประชาชน เข้าใจกฎหมายแล้วก็เข้าใจสิทธิของผู้ถูกกระทำความรุนแรง รวมถึงช่องทางต่าง ๆ ในการช่วยเหลือ การประชาสัมพันธ์ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์การกระทำความรุนแรงเราสามารถแจ้ง ขอความช่วยเหลือ ขอคำแนะนำได้ที่ไหน เช่นในกรุงเทพฯ เราก็จะมีกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว ประสานสถาบันครอบครัว ส่วนภูมิภาคเราก็จะมีสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็มีสายด่วน ๑๓๐๐ หรือสามารถแจ้งที่สถานีตำรวจ โรงพยาบาล ศูนย์พึ่งพิง ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ หรือในชุมชน ในหมู่บ้าน เราอาจจะแจ้งที่ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หรือที่ทำการของท่านกำนัน ซึ่งส่วนนี้ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น
ส่วนที่ ๒ ดิฉันคิดว่าเราควรมีกองทุนพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานตามกระบวนการ ทางกฎหมาย ตามเจตจำนงของกฎหมายก็น่าจะดียิ่งขึ้น
ส่วนที่ ๓ ดิฉันคิดว่าเจ้าหน้าที่ที่ประจำศูนย์ตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อป้องกัน การกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นส่วนมาก ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะคะ เป็นพนักงานจ้างเหมาทำสัญญาจ้างเป็นปีต่อปี เงินเดือนค่อนข้างน้อยน่าจะไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่ของกรมกิจการสตรีและสถาบัน ครอบครัวจะมีการอบรมต่าง ๆ เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญการทำงาน แต่เมื่อสัญญาจ้างหมดไป เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมมีความเชี่ยวชาญแล้วก็จะไม่ได้ทำงานต่อ ก็จะทำให้สูญเสีย บุคลากรที่มีคุณภาพต่อไป
ข้อสุดท้าย ดิฉันคิดว่าถ้ามีการจัดตั้งศูนย์ในระดับหมู่บ้าน ตำบลทุกตำบล จะเป็นสิ่งที่ดี หรือถ้ามีแล้วหากมีการขับเคลื่อนศูนย์ให้เกิดขบวนการเฝ้าระวังป้องกัน คุ้มครอง และพัฒนาครอบครัวให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมีงบประมาณสนับสนุน อย่างต่อเนื่องก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี สุดท้ายก็อยากจะฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งภาครัฐ เอกชน หน่วยงานต่าง ๆ ให้ร่วมมือช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เพื่อให้สังคมอยู่อย่างมีความสุข ขอบคุณท่านประธานมากค่ะ