กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ หารือผลการดำเนินงานของธนาคาร SME โดยตั้งข้อสังเกตการกระจายสินเชื่อที่ควรมุ่งเน้นผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจใหม่ตามโมเดล BCG พร้อมแสดงความกังวลต่อปัญหาหนี้เสีย ความไม่สอดคล้องของตัวเลขชดเชยผู้บริหาร และคดีความที่ค้างอยู่ เรียกร้องให้เพิ่มความโปร่งใสในการบริหาร สนับสนุนผู้ประกอบการที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน และจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธาน ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี และเขตสะพานสูงครับ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปรายถึงผลการรายงานของธนาคาร SME ซึ่งธนาคาร SME เขาพยายามที่จะผลักดันให้ตัวเองเป็นผู้นำของ BCG ซึ่งเราก็พอ จะทราบว่า BCG ก็คือเรื่องของ Bio Circular Green ซึ่งหลังจากที่ อ.เอทได้ดูตามผล การรายงานของท่าน ท่านให้การกู้เงินให้กับภาคธุรกิจต่าง ๆ เช่น การเกษตรประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท การผลิต การก่อสร้าง ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่เหลือก็จะเป็น เรื่องของการบริโภคแล้วก็การให้บริการด้านต่าง ๆ ซึ่งรวมแล้วมันจะดีกว่านี้ไหมถ้าเรา ให้โอกาสกับภาคอื่น ๆ บ้าง เช่น ภาคอาหาร ภาคยา เกี่ยวกับการให้การบริการ ด้านการท่องเที่ยวที่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจจะอยู่ในบริการของการบริการ เรื่องของ สิ่งแวดล้อม การให้บริการด้านพลังงาน และที่สำคัญด้านสุขภาพ อย่างไรก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ชี้แจงด้วยนะครับ ซึ่งตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ อ.เอทได้อ่านจากเล่มนี้ ท่านทำชัดเจนครับ ท่านบอกว่าในปี ๒๕๖๖ จะให้เงินกู้ประมาณ ๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๗ -๒๕๖๘ ประมาณสัก ๕๐ ล้านบาท แล้วหลังจากนั้นก็เป็น ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าดี ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ แต่ อ.เอทขออนุญาตว่า GDP ของประเทศไทยเราประมาณ ๑๕ ล้านล้านบาท กว่าครึ่งแน่นอนมาจากธุรกิจ SMEs ซึ่ง SMEs ก็จะมีผู้ประกอบการ อยู่ประมาณเกือบ ๆ ๓ ล้านรายหรือเกิน ๓ ล้านราย และกว่า ๒.๗ ล้านรายผู้ประกอบการ ที่เป็นขนาดย่อยหรือขนาด Micro เพื่อน ๆ ของ อ.เอทหลายท่านได้พูดไปแล้วว่ารายย่อย คือผู้ที่ขับเคลื่อนประเทศชาติอย่างแท้จริงนะครับ ซึ่งจากที่ท่านได้ให้บริการกับผู้กู้ต่าง ๆ เราเห็นชัดเจนว่าปีที่ผ่านมาท่านให้กู้ไปประมาณสัก ๑๒,๐๐๐ ราย ซึ่งเรายังมีผู้ประกอบการ อีกเป็นแสน ๆ เกือบเป็นหลาย ๆ ล้านรายที่ต้องการเงินจากท่าน ซึ่งตรงนี้ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่าอยากที่จะให้มีไม่ใช่แค่รายย่อม แต่เป็นรายย่อยเลย เป็น SMEs เป็นธนาคารซึ่งให้บริการ ไม่ใช่แค่ขนาดกลาง ไม่ใช่แค่ขนาดย่อม แต่เป็นขนาดย่อยด้วย ต่อมาครับ ทำไม SMEs ถึงเจ๊ง ก็เพราะว่าเขาขาดสภาพคล่อง ขาดเรื่องของเงินหมุน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่ SMEs ไปไม่ได้ หรือขนาดจิ๋ว Micro ไปไม่ได้ เพราะขาดเงิน อันนี้เป็น หน้าที่หลักของพวกเราของธนาคาร SME ที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศของเราไม่เหมือนเดิม อีกต่อไปนะครับ ทีนี้เรามาดูงบรายงาน อ.เอทเข้าไปดูงบรายงานของท่าน หน้า ๑๗๐ หน้า ๑๙๑ ในหน้า ๑๙๔ เพื่อน อ.เอทพูดไปเยอะมากเรื่องของ NPL หรือ Non-Performing Loan หรือการกู้เงินไปปุ๊บเราก็เก็บเงินอะไรจากเขากลับมาไม่ได้ เป็นการแบบลงทุนโดยที่ไม่ได้อะไรกลับมา ก็เป็นการเสียเปล่า อันนี้เราพูดไปแล้วว่าท่าน มีอยู่ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ขอพูดซ้ำ แต่สิ่งที่อยากจะพูดคือทางธนาคาร SME เอง เมื่อมี การให้กู้ ก็ต้องมีผิดพลาดบ้าง ท่านมีคดีที่ติดฟ้องอยู่ทั้งสิ้นประมาณ ๑๗ คดี รวมเป็นเงิน ที่ไม่แน่ว่าท่านต้องจ่ายหรืออาจจะไม่ต้องจ่าย อันนี้ อ.เอทก็ยังขึ้นอยู่กับชั้นศาลประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท อันนี้ฝากให้ท่านช่วยพิจารณาด้วยว่าทำอย่างไรให้งบตรงนี้น้อยลงนะครับ และอีกอย่างหนึ่งหน้า ๗๐ แล้วก็หน้า ๒๓๔ อ.เอทก็พยายามนั่งอ่าน แล้วก็พยายาม ทำความเข้าใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือรายได้หรือเงินชดเชยที่ท่านให้กับผู้บริหารระดับสูงของท่าน หน้า ๗๐ บอก ๒๓ ล้านบาท ส่วนหน้า ๒๓๔ ท่านบอกว่าเป็นกลุ่มนักบริหารแบบสูง กับแบบสำคัญ นักบริหารแบบสำคัญซึ่งหน้า ๗๐ บอก ๒๓ ล้านบาท หน้า ๒๓๔ บอก ๕๔ ล้านบาท อ.เอทก็เลยอยากจะให้ท่านช่วยชี้แจงนิดหนึ่งว่าอาจจะมีจำนวน ที่ไม่เท่ากันไหมหรืออะไรก็ตามแต่ อันนี้ไม่ได้ว่าอะไร แค่อยากจะให้ท่านช่วยชี้แจง สักนิดเดียวก็พอ เพราะว่ามันก็มีตัวเลขที่ต่างกันประมาณเกือบ ๆ ๒ เท่า และต่อมาก็จะมี คำถามที่อยากจะฝากไปยังท่านประธาน ไปยังผู้ที่มาชี้แจงในวันนี้ครับ
คำถามที่ ๑ ท่านมีวิธีการที่จะวัดค่าความโปร่งใสหรือเขาเรียกว่า Good Governance ของท่านในการที่จะให้กับผู้กู้ แล้วในการที่จะบริหารของคณะกลุ่มผู้บริหาร ของท่านเองอย่างไรครับ นี่คือคำถามที่ ๑
คำถามที่ ๒ ท่านมีวิธีการป้องกัน NPL หรือมีการจัดการให้น้อยลงได้อย่างไร กับ Non-Performing Loan หรือเขาเรียกว่าเป็นงบที่เป็นการสูญเสีย นี่อีกอันหนึ่งที่ อ.เอทชอบ ท่านเขียนว่างบที่กำลังจะหรือสงสัยว่าจะสูญเสียซึ่งเป็นหมื่นล้าน อ.เอท ชอบคำนี้สงสัยที่จะสูญเสีย อันนี้ก็ต้องให้ท่านช่วยพิจารณากับ อ.เอทด้วยว่ามันจะมีทาง ลดลงได้บ้างไหมคำว่าสงสัยที่จะสูญเสียนี่นะครับ
คำถามที่ ๓ เป็นเรื่องของการวางแผนว่ากว่า ๓ ล้านรายนี่มีประมาณ ๒.๗ ล้านรายที่ต้องการได้เงินกู้ หรือเรียกว่า Micro ขอให้ท่านช่วยอุดหนุนเขาหน่อยครับ ขอให้ท่านช่วยให้กำลังใจโดยการให้เงินกู้เขาหน่อย เพราะว่าตอนนี้เขาไปกู้หนี้นอกระบบ โดนพี่น้อง โดน Call Center กันหลากหลายเลยนะครับ ถ้าท่านช่วยเขาได้การที่ประชาชน จะโดนหลอกแบบมี Call Center นั้นจะลดลงอย่างมีตัวเลขที่เป็น Significance หรือมี ความนัยสำคัญนะครับ
คำถามที่ ๔ เป็นคำถามสุดท้าย ก็คือตอนนี้ทุกท่านเข้าใจดีว่าประเทศของเรา เข้าสู่เศรษฐกิจภาวะถดถอยหรือเรียกว่า Recession ซึ่งแน่นอนคนที่กู้เขามีแผนการ เขามี Idea อย่างมหาศาล แต่เขาขาดคำว่า Collateral หรือคำว่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก็เลยอยากที่จะให้ท่านช่วยพิจารณานิดหนึ่งว่าถ้าเขามี Plan แบบนี้ ท่านจะมีโอกาสไหม ที่ให้เขาได้รับเงินกู้ เพื่อให้ฝันของเขาเป็นจริงขึ้นมานะครับ
สุดท้ายครับ ก็อยากที่จะฝากท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่าเรามี ๓ ป. แล้ว ๓ ป. ของเราก็คือเรื่องของประสิทธิภาพ โปร่งใส แล้วก็ทำเพื่อประชาชน อ.เอทอยากที่จะให้ SME D ของเรามี ๓ ง. ครับ ๓ ง. คือขอให้มีงบเพื่อสร้างงาน แล้วก็ให้ประชาชนมีเงินเต็ม กระเป๋าสักที ขอบพระคุณครับ Respect