สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖

วรวิทย์ บารู หารือเรื่องการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้แหล่งทุนแก่ SME เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ และหวังว่าจะช่วยให้ปัญหาต่างๆ ลดลง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพนะครับ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู จากภาคใต้ แล้วผมก็พยายามที่จะ นำเอาภาพของ SMEs ในทางภาคใต้มาดู เพราะว่าโอกาสถ้าหากเราสามารถที่จะช่วยให้คน ในทางภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนใต้เข้าถึงแหล่งทุน พัฒนาเขาได้ตามจุดประสงค์ของการจัดตั้ง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม เกิดทางด้านการเงินและทางด้านการพัฒนา ทางด้านการเงินก็คือการเข้าสู่แหล่งทุน เสริมสภาพคล่อง ขยาย แล้วก็การลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยน ธุรกิจต่าง ๆ ส่วนในการพัฒนาก็คือการพัฒนาความรู้และทักษะ ทีนี้ประเด็นที่สำคัญก็คือ SMEs หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคิดเป็น ๙๙.๕ เปอร์เซ็นต์ของวิสาหกิจทั้งหมด แล้วก็ประมาณ ๗๑.๗ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงาน ทั้งหมด เพราะฉะนั้นมีความสำคัญ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยมีมูลค่า ประมาณ ๕ ล้านล้านบาท หรือมีสัดส่วน ๓๔ เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในสัดส่วน ของ SMEs ขนาดย่อยหรือ Micro SMEs สร้างรายได้เพียง ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ของ GDP ทั้งที่ มีจำนวนมากที่สุด จึงมีลักษณะหัวโตแต่ตัวลีบ ทีนี้ประเด็นเหล่านี้ผมอยากจะอ้างอิง จากธนาคารแห่งประเทศไทยในไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๔ เมื่อพิจารณาจากสินเชื่อ SMEs ของธนาคารพาณิชย์มีมูลค่าสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ ๓ ล้านล้านบาท คิดเป็นเพียง ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจทั้งระบบ และมีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อดูสัดส่วนของประเทศ ที่เจริญแล้ว อย่างเช่นเกาหลีใต้มีสัดส่วนของมูลค่าสินเชื่อ SMEs คงค้างธนาคารพาณิชย์ ไม่น้อยกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจทั้งระบบ แล้วก็เพื่อนบ้านของเรา อย่างมาเลเซียก็มีสัดส่วนไม่น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า SMEs ไทย ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างเพียงพอ ไม่สามารถที่จะให้คนเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่าง เพียงพอ ทีนี้ผมจะวกกลับไปที่จะอ้างอิงถึงรายงานแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้เราดูรายงานที่ตั้งไว้ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ สำนักยุทธศาสตร์ กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะขอโอกาสให้พี่น้องอย่างที่ได้กล่าวแล้วก็คือ พี่น้องในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และได้รับการส่งเสริม พัฒนา และร่วมลงทุน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ กลุ่มจังหวัด ชายแดนภาคใต้จริง ๆ มีศักยภาพทางด้านการผลิตพืชเศรษฐกิจมากมาย แล้วก็มีความเข้มแข็ง และมีความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางด้านเกษตร ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผลต่าง ๆ มีฐานทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน เป็นแหล่งประมง และเป็น พื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าทางด้านเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ซึ่งจะสร้างมูลค่าได้เพิ่มขึ้น ทีนี้มันมีอัตลักษณ์สินค้า อัตลักษณ์ที่เป็นผลผลิต ของประจำถิ่นที่จะให้ทาง SME ได้ช่วย อย่างเช่นว่าเรามีส้มโชกุนที่มีชื่อเสียงที่เบตง เรามีทุเรียนที่ทรายขาว เรามีส้มโอที่มีคุณภาพที่ยะรัง มีกล้วยหินที่บันนังสตาที่ที่อื่นไม่มี มีปลากุเลาเค็มที่ตากใบ ลองกองตันหยงมัส แล้วก็ไก่เบตง และที่อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถที่จะสร้างคุณค่าการค้าชายแดนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็น ศูนย์กลางในการศึกษาที่หลากหลาย สังคมมีความหลากหลายทั้งด้านประวัติศาสตร์ ทั้งด้านวัฒนธรรม แต่กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในปี ๒๕๖๓ มูลค่า เพียงแค่ ๑๓๘,๑๐๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๙ ของประเทศเท่านั้นเอง

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาอย่างเป็นธรรม ถ้าเราดูแยกเป็นจังหวัด ปัตตานีเป็นเมืองเศรษฐกิจชีวภาพ มีเขตอุตสาหกรรมชีวภาพอาหารฮาลาลและประมง ประมงตั้งแต่หลายปีมานี้ที่ IUU ก็ทำให้ความยากลำบากที่เกิดขึ้นกับชายแดนใต้ แล้วก็ไม่ปฏิเสธว่าจังหวัดชายแดนใต้จะอยู่ในรั้งท้ายของรายได้เป็นจังหวัดที่ยากจน เพราะฉะนั้นประเด็นก็คือว่า SME จะให้คนเหล่านี้เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างไร ในขณะที่ จังหวัดยะลาเป็นเมืองเศรษฐกิจชีวภาพและเป็นเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่โดดเด่น สิ่งเหล่านี้ในขณะที่อีกอันหนึ่งที่นราธิวาสเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ เป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้า OTOP และอุตสาหกรรมชีวภาพ นี่เป็นความดีงามที่มันมีอยู่ใน จังหวัดชายแดนใต้ ถ้าเราสามารถที่จะสนองตอบจุดประสงค์แรกของ SME ก็คือการให้ พี่น้องประชาชนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้ เมื่อคนมีรายได้และมีชีวิตความเป็นอยู่ดี ปัญหาต่าง ๆ ก็จะค่อยหมดไป ผมขอฝากถึง SME ด้วยครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ