สิริลภัส สนับสนุนเพิ่มเนื้อหาสุขภาพจิตในละครไทยพีบีเอส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖

สิริลภัส กองตระการ หารือการส่งเสริมเนื้อหาด้านสุขภาพจิตในสื่อสาธารณะ โดยชื่นชมผลงานของไทยพีบีเอสที่ดำเนินการอย่างสร้างสรรค์และเป็นกลาง พร้อมเสนอให้เพิ่มการผลิตละครหรือซีรีส์ที่สะท้อนปัญหาสุขภาพจิตเพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้และลดอคติในสังคมต่อไป

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก กทม. บางกะปิ วังทองหลาง เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปราย ผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๕ ของ Thai PBS ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมเลยค่ะว่า Thai PBS เป็นสื่อที่วางตัวเป็นกลาง เป็นสื่อสาธารณะที่ยึดโยงกับประชาชน แล้วก็มีการผลิต เนื้อหาที่สร้างสรรค์แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อสังคม ถือว่า Thai PBS เป็นสื่อที่มีการพัฒนา แล้วก็ปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ จากรายงานผลการปฏิบัติงานในเล่มนี้ค่อนข้าง ครบถ้วนในทุกแง่มุมเลยค่ะ แล้วผลก็ชี้ให้เห็นได้ว่า Thai PBS ได้รับการยอมรับจาก ประชาชนในการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ แล้วก็ได้รับความน่าเชื่อถือจากประชาชนมาก เช่นเดียวกันนะคะ ตรงนี้มีในรายงานเรื่องของการรับฟังความเห็นจากสภาผู้ชมและผู้ฟัง รายการที่มีข้อเสนอแนะเชิงเนื้อหา วันนี้ดิฉันก็เลยอยากจะมาอภิปรายเพื่อเพิ่มเติม ข้อเสนอแนะไปเกี่ยวกับการนำเสนอเนื้อหาเรื่องของประเด็นสุขภาพจิต ดิฉันได้เห็นรายการ บ้านพลังใจ ขออนุญาตขึ้น Slide ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ที่ท่านได้บอก Concept ของรายการว่าเพราะบ้านเป็นพลังของใจเรียนรู้ความรู้สึกซึ่งกันและกัน พร้อมรับฟัง คำแนะนำจากนักจิตวิทยาที่จะช่วยกันวิเคราะห์ปัญหา เสนอทางเลือกและทางออกให้กับ ทุกครอบครัว อันนี้ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดีมาก ๆ เลยนะคะ แล้วก็ดิฉันหวังว่าในแผน การจัดทำรายงานประจำปี ๒๕๖๖ เรื่องทิศทางด้านเนื้อหาและช่องทางการสื่อสารที่จะเน้น ข่าวสารและสาระที่ทันสถานการณ์ เน้นการเรียนรู้ แล้วก็สารประโยชน์ สาระบันเทิง เน้นการสื่อสารให้กับคนหลากหลายกลุ่ม ตรงนี้ก็อยากจะชวนกันมาระดมความคิดเห็นว่า ถ้าเราเพิ่มเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับประเด็นสุขภาพจิตให้อยู่ในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ตอนนี้แนวโน้มคนที่เป็นผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้า ภาวะเครียด หรือว่าเป็นผู้ป่วยที่มีโรคจิตเวชเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๔ สัดส่วนของผู้ป่วยทางโรคจิตเวชเพิ่มขึ้นเกือบ ๒ เท่า จาก ๑.๓ ล้านคน เป็น ๒.๓ ล้านคน อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่น่าสนใจว่าสังคมเราควรจะหันกลับมามองเรื่องของปัญหา สุขภาพจิตได้แล้วหรือยัง จากศักยภาพการผลิตละครหรือว่า Series ที่ Thai PBS ได้ทำมานี้ ซึ่งก็ได้รับรางวัลมาด้วยนะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากในการที่จะให้สื่อที่มีศักยภาพแบบนี้ได้ผลิต ละครหรือ Series ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตให้ประชาชนได้เรียนรู้เพิ่มเติมมากขึ้น ยกตัวอย่างอันนี้เรื่องของ Spin Out จะเป็นเรื่องที่ตัวเอกเป็นนัก Ice Skate ที่ตัวมีโรค Bipolar หรือว่าโลกอารมณ์ ๒ ขั้ว ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะเป็นการเล่าอาการของคนที่เป็น Bipolar ได้ชัดเจน ครบถ้วนมาก ๆ หรือว่าเรื่องต่อไป Ted Lasso อันนี้ก็จะเป็น Series ที่พยายามเสนอแง่มุม ของการมองโลกในแง่ดีจนเกินไป การสร้างพลังบวกให้กับตัวเองจนรู้สึกอึดอัด แล้วก็จะ พยายามทำให้มนุษย์แสดงออกแบบมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งดิฉันก็เชื่อว่า Series เรื่องนี้ก็จะทำให้ มนุษย์กลับมาทบทวนว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถมีอารมณ์โกรธ หดหู่ เศร้าเสียใจ และสามารถแสดงออกได้ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งนะคะ เมื่อปี ๒๕๖๔ มีบทวิจารณ์จาก คุณคาลิล พิศสุวรรณ อันนี้ได้ทำการวิจารณ์ Series เรื่องนี้ไว้น่าสนใจมากเลย ขออนุญาต Quote คำพูดท่านมาเลย โดยเฉพาะในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศซึ่งต้อง จ้องตากับความโหดร้ายเลวทรามของรัฐบาลไม่เว้นวันด้วยแล้ว ไม่ปฏิเสธหรอกว่าชีวิตเรา ก็อยากจะมองโลกในแง่ดีบ้าง แต่หากจะให้ฝืนมองโลกในแง่ดีท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมือง ที่เลวร้ายแบบนี้ สู้ยอมเดินออกจากทุ่งลาเวนเดอร์มาเพื่อปลดปล่อยความโกรธแค้นท่ามกลางเปลวไฟดีกว่า อย่างน้อยก็ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง อันนี้ดีมากเลยนะคะ หรือเรื่องต่อไป It’s Okay to Not Be Okay ก็จะเป็นการนำเสนอความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ในแง่ของการโอบรับในสิ่งที่ ตัวเองเป็นทั้งในตัวเองและในเพื่อนมนุษย์ อันนี้ก็จะทำให้ผู้ชมได้ย้อนกลับไปว่าบาดแผล ที่มันเคยเกิดขึ้นทั้งดีและร้ายมันหล่อหลอมให้คนเติบโตมาเป็นอย่างไร หรือว่าจะเป็นรายการ ที่เป็นแบบ Interactive ที่สามารถลงใน Platform ต่าง ๆ ได้ ถัดไปจะเป็นการหาวิธี ผ่อนคลายให้เหมาะสมกับตัวบุคคล ก็ถือว่าอันนี้สามารถ ไปปรับใช้กับ Platform ที่ไม่ใช่ TV สาธารณะก็ได้ อาจจะเป็นสื่อ Online ต่าง ๆ ก็ได้ ตรงนี้ดิฉันก็อยากจะฝากไปถึงผู้บริหาร แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านนะคะ เรื่องของการตระหนักรู้ ประเด็นเรื่องของสุขภาพจิต เพราะดิฉันเห็นว่า Thai PBS ก็เป็นสื่อสาธารณะที่จะสามารถผลิตละครหรือว่า Series ที่มีเนื้อหาดังกล่าวได้ เพื่อที่จะเป็นการให้ข้อมูล ความรู้ แล้วก็ช่วยกันทำให้สังคมหันมาสนใจ เรื่องของสุขภาพใจกันมากขึ้น อีกทั้งยังจะเป็นการทำให้ Thai PBS เป็นสื่อที่ต่อยอด การเรียนรู้ สร้างความแตกต่างจากจุดแข็งที่ท่านมีอยู่แล้วให้แข็งแรงมากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ