ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อภิปรายรายงานประจำปี 2565 ของสำนักงาน EEC โดยสะท้อนข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่ระยองเกี่ยวกับผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สะสมมานาน พร้อมตั้งข้อสังเกตความไม่โปร่งใสในการพัฒนาโรงพยาบาลปลวกแดง สาขา 2 ภายใต้รูปแบบ PPP และการปรับผังเมืองในเขตชุมชนบ้านค่าย ปลวกแดง และวังจันทร์ ที่อาจนำไปสู่การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีขยะอุตสาหกรรมที่รั่วไหล จึงเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูล ทบทวนความเหมาะสมของโครงการ และพิจารณาผลกระทบที่ชุมชนได้รับอย่างรอบด้านก่อนอนุมัติการลงทุนเพิ่มเติม
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง เขตอำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายรายงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ของสำนักงาน EEC ต่อการจัดทำโครงการต่าง ๆ ภายใต้การกำกับของ EEC ในจังหวัดระยอง ท่านประธานครับ ตัวโครงการ EEC เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ กับการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศอันนี้ผมเข้าใจดี แต่ข้อกังวลของคนในพื้นที่ต่อการพัฒนา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ตั้งแต่มีการลงทุนด้านอุตสาหกรรม จนมาถึงตอนนี้ชุมชนในพื้นที่เองได้รับผลกระทบและแบกรับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน และในเขตผมเองประชาชนทุกคนในพื้นที่ฝากคำถามและข้อกังวลมาถึงผู้ชี้แจง เพื่อจะได้ตอบคำถาม
เรื่องแรก ผมขอเริ่มที่หน้า ๙๑ ของรายงานฉบับนี้ที่ระบุว่าจะมีการยกระดับ บริการสาธารณสุขในเขต EEC โดยจะมีการยกระดับโรงพยาบาลปลวกแดง สาขา ๒ ให้เป็น Sandbox ในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขภายใต้การร่วมทุนระหว่างภาครัฐ และเอกชนหรือที่เรียกว่า PPP ในรายงานระบุถึงการให้บริการโดยทำให้โรงพยาบาลปลวกแดง เป็นโรงพยาบาลรัฐที่มีบริการ Premium แบบเอกชน โดยมติการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ ได้มีการเห็นชอบผลการศึกษาไปเป็นที่เรียบร้อย ความเป็นจริงในพื้นที่จนถึงตอนนี้ ความคืบหน้าล่าสุดการสร้างโรงพยาบาลยังคงมีความคลุมเครือในหลายอย่าง ทั้งการทำ PPP โดยยังมีข้อไม่เห็นด้วยจากทั้งชุมชนและโรงพยาบาลปลวกแดงเอง โดยคำชี้แจง ในรายงานรับฟังความคิดเห็นที่อ้างอิงถึงการให้เอกชนเช่ายาว ๕๐ ปี โดยยังไม่มีการเปิดเผย TOR ว่าสามารถบริการประชาชนได้ตามคำโฆษณาจริงหรือไม่ เพราะในพื้นที่ตอนนี้ ก็มีโรงพยาบาลกรุงเทพปลวกแดงที่เพิ่งเปิดบริการอีกแห่งเป็นคู่แข่งขัน ถ้าในระยะเวลา ของการบริหารจัดการหากเอกชนที่เข้ามาประมูลได้ไปไม่สามารถบริหารกำไรได้ตามเป้า คำถามก็คือโรงพยาบาลปลวกแดง สาขา ๒ จะเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ต้องตอบกันให้ชัดนะครับ เพราะระยะเวลา ๕๐ ปีที่ให้เช่าไม่ใช่น้อยเลย แล้วยังไม่ต้องไปว่ากันถึงเรื่อง ๕๐ ปีข้างหน้าหรอก ตอนนี้โรงพยาบาลปลวกแดง สาขา ๒ ยังมีปัญหาในการที่ต้องปรับแบบ เพิ่งมีการประชุมกันไป ส่งผลทำให้ต้องหาเงินมาเพิ่มเติมเพื่อปรับแบบอีกประมาณ ๕๕ ล้านบาท ซึ่งไม่รู้ว่าใครต้องเป็นคนจ่าย และทำไมต้องปรับแบบ อันนี้ไม่ได้อยากจะกล่าวหานะครับ แต่มันน่าสงสัยจริง ๆ เพราะการปรับแบบครั้งนี้หน้าตา TOR ก็ยังไม่ออก ปรับไปเพื่ออะไร หรือมีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีการบอกว่ามีผู้สั่งการปรับแบบ ด้วยวาจาให้โรงพยาบาลตั้งเรื่อง มีการคุยกับเอกชนที่จะให้มาประมูลบางเจ้าหรือเปล่าว่า ให้โครงสร้างโรงพยาบาลเป็นไปในรูปแบบใดที่เหมาะกับการเข้ามาประกอบกิจการ ผลคือ การปรับแบบครั้งนี้ทำให้ผู้รับเหมาต้องขอหยุดงานไปแล้ว ๒ เดือน เอกสารก็ค้างอยู่ใน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพราะความไม่ชัดเจนของสาเหตุการปรับรูปแบบ แล้วถ้ายังคง ดำเนินงานไปในรูปแบบนี้การทำ PPP จะนำไปสู่การให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้จริง ตามเป้าหมายหรือไม่ หรือสุดท้ายผลประโยชน์เรื่องนี้จะไปตกอยู่ที่ใครกันแน่ จึงต้อง ขอให้ทาง EEC ช่วยส่งเอกสาร TOR ให้กับทางสภา เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส และเพื่อ ความสบายใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจกันได้เสียทีว่าการทำงานแนวนี้เป็นไปเพื่อ ผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ของใครบางคน
เรื่องที่ ๒ กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างการจัดทำผังเมืองเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๗ โดยตามรายงานจัดทำ ๔ ขั้นตอน ขณะนี้ผังเมือง ที่เกี่ยวข้องกับเขตดูแลของผมคือผังเมืองรวมชุมชนบ้านค่าย ผังเมืองรวมชุมชนปลวกแดง และผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ ในเอกสารที่ได้มามีส่วนที่ผมตั้งข้อสงสัย ผมอยากทราบว่า ตอนนี้ถ้าเกิดมีการปรับสีผังเมืองรวมมันจะทำให้เกิดมีการลงทุนเปิดโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มเติมแล้วจะกระทบกับชุมชนหรือไม่ เรื่องนี้มองข้ามไม่ได้นะครับ เพราะว่าที่ผ่านมา เวลาเปิดโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มเติมชุมชนและพี่น้องประชาชนก็คือผู้ได้รับผลกระทบ ผมมีตัวอย่างคือที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย โครงการนี้ อยู่ติดกับหมู่บ้านเดอะเดคโค่ ในโครงการมีนิคมอุตสาหกรรมมาตั้งแบบนี้มักเกิด ผลกระทบกับชุมชนโดยรอบ ที่เดอะเดคโค่ผมดูใน Slide ก็จะมีการถมดินนั่นคือที่ที่กำลัง จะสร้างนิคมอุตสาหกรรม นั่นคือรั้วของหมู่บ้าน ใน Map จะเห็นเลยว่าติดกัน แต่หมู่บ้านนี้ ตกสำรวจครับ ไม่อยู่ในเขตผู้ได้รับผลกระทบ ใกล้ขนาดนี้ไม่ได้รับผลกระทบ พี่น้องประชาชน จะสบายใจได้อย่างไรเวลามีนิคมอุตสาหกรรมมาตั้ง
เรื่องที่ ๓ Case ถัดมา มีการลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมมาฝังไว้ในตำบล หนองละลอก หมู่ที่ ๙ แล้วถูกขุดเจอ เพราะว่าจะมีการขุดบ่อเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งกลายเป็น ภาระหน้าที่ของหน่วยงานในพื้นที่ที่จะต้องมาขนออกไป จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปสืบหา คนที่ขนมาอย่างไร เพราะขนมากี่ปี กี่สิบปีก็ไม่แน่ใจ แล้วถ้าเกิดมีโรงงานมาตั้งเพิ่มเติม ชาวบ้านพี่น้องประชาชนจะสบายใจได้อย่างไรครับ แล้วถัดมาคือเรื่องของการชดเชยเยียวยา เมื่อเกิดผลกระทบ อันนี้ตัวอย่างที่บ้านค่าย ตำบลบางบุตร บ้านหนองพะวา มีโรงงาน อุตสาหกรรม ที่เอาขยะอุตสาหกรรมมาเก็บไว้ในชุมชนแล้วรั่วไหลเป็น ๑๐ ปีแล้ว จนบัดนี้ การชดเชยเยียวยาและการเอาขยะอุตสาหกรรมไปกำจัดก็ยังไม่จบสิ้น สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมลงไปพื้นที่กับชาวบ้านพบว่าน้ำปนเปื้อนสารไหลออกไปไกล ๓ กิโลเมตรในรัศมีของโรงงาน เรียบร้อยแล้วครับ คดีความที่ฟ้องร้องอยู่ในศาลผมไม่ก้าวล่วง แต่เรื่องของการชดเชยเยียวยา และการกำจัดสารมีพิษที่อยู่ภายใน เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นแน่ ๆ หรือไม่ ถ้าเกิดมี EEC เรื่องนี้ ก็ต้องให้ผู้ชี้แจงช่วยตอบเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนผังชุมชนที่อาจจะมีโรงงานมาตั้งในเขต อำเภอบ้านค่าย เรื่องผังเมืองรวมชุมชนของบ้านค่ายขอเอกสารเพิ่มเติมด้วยนะครับ ถัดมา เป็นพื้นที่ชุมชนวังจันทร์ เป็นกรณีของ EECi ในวังจันทร์วัลเลย์ ซึ่งจะมีการเปิดการลงทุน เพิ่มเติมโดยตั้งเป้าว่าจะทำให้เกิดการลงทุนจากภาครัฐเป็นเม็ดเงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ เท่าที่ดูก็อาจจะต้องมีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมลงทุนเพิ่มเติม ผมเข้าใจดีว่า ภาครัฐจำเป็นต้องสนับสนุนเพื่อให้การพัฒนามีการตอบโจทย์กับนักลงทุน แต่เท่าที่ผม เคยคุยกับ EECi ตอนนี้ก็เข้าใจว่ายังไม่มีเม็ดเงินตอบโจทย์นักลงทุนมากพอนัก แต่อย่างไร ก็ตามความกังวลในพื้นที่เขตอำเภอวังจันทร์เป็นเขตที่มีพื้นที่อนุรักษ์ เป็นเขตพื้นที่อุทยาน และเกษตรกรรม ถ้าจะมีการลงทุนเพิ่มเติมทางอุตสาหกรรมอย่างไรขอให้คำนึงถึง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญเรื่องการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมนี้เรามีบทเรียนกันมามาก ชาววังจันทร์ที่ไม่ใช่ เขตลงทุนอุตสาหกรรมมาแต่แรกเขามีความกังวลไม่ใช่เรื่องแปลก และปัญหาเดิมของเขาเอง ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ที่ EECi เองมีช้างพังรั้วเดินเข้ามาในเขตของ EECi วังจันทร์วัลเลย์เลย แล้วถ้าต่อไปมีการเปิดให้มีการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติมในอนาคต โดยที่ปัญหาช้างป่า ก็ยังไม่ได้ถูกแก้ไข คำถามคือจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรครับ มันต้องทำนิคมคชานุรักษ์เพิ่มเติม หรือไม่เพื่อทำให้โรงงานกับช้างอยู่ร่วมกันได้ เรื่องนี้เราต้องเอาปัญหาที่เป็นอยู่จริง ๆ ขึ้นมา คุยกันเสียก่อน ก่อนจะเดินไปข้างหน้าสู่การพัฒนา งานทิศทางการพัฒนาก็ต้องมุ่งแก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นใหม่ไม่รู้จักจบจักสิ้น ขอบคุณครับท่านประธาน