สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของประเทศไทยที่ติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เนื่องจากขาดกระบวนการมีส่วนร่วมและไม่รับฟังเสียงประชาชน อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการ EEC เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน และการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจและกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแรงสนับสนุนจากประชาชน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกหรือ สกพอ. ประเทศไทยนั้นติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางมาเป็น ระยะเวลานาน ผมเข้าใจคนจัดทำโครงการนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ อะไรที่พอจะ หยิบฉวยทำได้ก็พึงที่จะทำ ถ้าใช้กฎหมายปกติป่านนี้ไม่แน่ใจว่า EEC จะเกิดหรือยัง แต่การใจเร็วด่วนได้ ขาดกระบวนการมีส่วนร่วม ไม่รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน มันก็อาจจะเกิดปรากฏการณ์หรือสิ่งที่เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสียครับ โครงการ EEC นั้นเริ่มโดย คสช. ที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ ทำให้ขาดปัจจัยที่จะส่งผลต่อความสำเร็จ จากการนำนโยบาย EEC ไปปฏิบัติ ท่านประธานครับ EEC นั้นมีดีหลายอย่าง แต่ในดี มีเสีย ในเสียมีดี ส่วนที่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อทำให้โครงการนี้ดียิ่งขึ้นนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน ที่โครงการนี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร เท่าที่ควรจะดีได้ ประการที่ ๑ ขาดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างฝ่ายออกนโยบาย ฝ่ายกำกับนโยบาย และฝ่ายปฏิบัติการ ออกมาแล้วก็สับสนอลหม่าน ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน อย่างไร ประการที่ ๒ ขาดกระบวนการมีส่วนร่วม ขาดกระบวนการ ช่วยคิดช่วยทำจากทุกภาคส่วน ประการที่ ๓ ขาดเวทีรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน ที่หลากหลายครอบคลุม ท่านคณะกรรมการฟังอยู่อาจจะบอกว่ามีเวที ผมก็เรียนว่ามีครับ แต่ว่ายังไม่มาก ยังไม่หลากหลาย และไม่ครอบคลุมพอ พอขาดเวทีมันเลยส่งผลถึงปัจจัยที่ ๔ นั่นก็คือขาดการสนับสนุนจากประชาชน เมื่อสักครู่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน สส. ฐิติมา ฉายแสง บอกว่าลงพื้นที่ไปถามชาวบ้าน ถามพี่น้องประชาชนว่า EEC คืออะไร ยังตอบกันไม่ถูกครับ ดังนั้นในมิติของผลกระทบต่อภาคประชาสังคม กระทบต่อพี่น้องประชาชน ผมอยากจะชวน ไปดูผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของผังเมืองที่ EEC ไปทำลายระบบนิเวศ ไปทำลายวิถีชีวิต ชุมชนของพี่น้องประชาชน ที่ว่าไปทำลายไม่ใช่ข้อกล่าวหาที่เกินจริง มันเกิดจาก ๕ สาเหตุ ด้วยกัน

สาเหตุที่ ๑ โครงการนี้ไปเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม แล้วก็ขาดความสอดคล้องกับระบบนิเวศ วิถีชีวิตที่เขาอยู่เป็นเกษตรกรรม พอปรับเป็น อุตสาหกรรมที่ประชาชนไม่สามารถก้าวทัน ประชาชนก็เลยตกเป็นผู้รับกรรมครับ

สาเหตุที่ ๒ ในโครงการนี้มีมาตรการทางสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างจะอ่อนแอ เปิดช่องให้มีการตั้งโรงงานแล้วก็กระทบต่อวิถีชีวิตของภาคประชาชนสังคม กระทบต่อ วิถีชุมชน

สาเหตุที่ ๓ EEC ในส่วนผังเมืองเปิดช่องให้ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว แล้วก็เกิดเป็นขยะสะสมจำนวนมาก มีงานวิจัยบอกว่าอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๑๒ ปี ถึงจะสามารถกำจัดขยะสะสมนี้ได้

สาเหตุที่ ๔ EEC ไปแย่งชิงน้ำจากภาคประชาสังคม ไปแย่งน้ำจากคน ภาคตะวันออก ซึ่งปกติน้ำก็ลำบากอยู่แล้วนะครับ ถ้าเราไปเที่ยวตามโรงแรม Resort ที่พัก ก็จะเห็นแล้วว่าจะมีรถขนน้ำมาเติมให้ ลำพังภาคธุรกิจพื้นฐานเดิม ภาคการท่องเที่ยว ภาคเกษตรกรรมน้ำก็มีปัญหา พอมี EEC แย่งชิงน้ำเข้าไปอีกก็เลยทำให้เกิดปัญหาซ้ำ เข้าไปอีก เพราะว่าใน EEC นั้นใช้น้ำมหาศาล

สาเหตุที่ ๕ แล้วก็ส่งผลถึงปัจจัยการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างภาคเกษตรกรรม กับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำแล้วก็นำไปสู่ความขัดแย้ง วันนี้ ผมไม่แน่ใจถ้าเราจะทำประชาพิจารณ์หรือทำประชามติว่าเห็นควรอย่างไรกับโครงการ EEC อาจจะเป็นในลักษณะกลับตัวก็ไม่ได้ ให้ไปต่อไปก็ไปไม่ถึง ไม่รู้ว่าจะหยุด จะไปต่อ หรือควรจะพอแค่นี้ แต่สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมก็คือว่าช่วงเวลาต่อจากนี้ไปสำนักงาน EEC ต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจบนพื้นฐานของกระบวนการมีส่วนร่วมต่อนโยบายเพื่อสร้าง ความเชื่อมั่น และเร่งขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ทางสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทางรัฐบาลหน่วยงานที่กำกับดูแลท่านจะลงทุน เรื่องอะไรก็เป็นสิทธิของท่านแล้ว ตราบที่การลงทุนนั้นอยู่บนพื้นฐานของกรอบกฎหมาย และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ แต่โครงการนั้นจะไม่สามารถประสบผลสัมฤทธิ์ได้เลยครับ หากขาดกระบวนการมีส่วนร่วม ขาดการช่วยคิดช่วยทำ ขาดการร่วมแรงร่วมใจจากพี่น้อง ประชาชน และผมจึงมั่นใจนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าทุกโครงการในดีมีเสีย ในเสียมีดี เร่งปิดจุดอ่อนเพื่อให้โครงการนี้ได้เดินหน้าต่อไป เพื่อเป็นมรรคเป็นผล เพื่อประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชน กราบขอบพระคุณครับ