รวี เล็กอุทัย ตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าและปัญหางบประมาณซ้ำซ้อนในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) พร้อมสอบถามความคืบหน้าการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อยืนยันความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณกว่า 2.2 ล้านล้านบาท รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเยียวยาและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตจากนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย จากที่ผมได้ศึกษารายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC ผมมีข้อสงสัยแล้วก็ข้อสังเกตในรายงาน ฉบับนี้อยู่บางประเด็น จึงอยากขอร่วมอภิปรายซักถามในครั้งนี้ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
จากผลการดำเนินงานในรายงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ทำให้เห็นภาพการพัฒนาที่ล้ำสมัย ที่มีเป้าหมายในการปรับโครงสร้าง ของประเทศ สร้างความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปรับใช้ในอนาคตของไทย รวมถึงเป็นการมุ่งเพื่อเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของเศรษฐกิจของ Asia รวมถึงการกำหนด อุตสาหกรรมเป้าหมายไว้ถึง ๑๒ ประเภท ผ่านแนวทางการพัฒนาใน ๖ แนวทางสำคัญ ตามที่ทางท่านผู้ชี้แจงได้กรุณานำชี้แจงมาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคซึ่งเป็นส่วนที่ท่านใส่เม็ดเงินลงทุนเป็นจำนวนสูงมากที่สุด การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว บุคลากร การศึกษา เมืองอัจฉริยะ สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข การพัฒนาประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม เป้าหมาย จากที่กล่าวมาทั้งหมดท่านให้ข้อมูลเห็นภาพที่สวยงาม ดูประสบผลสำเร็จทุกอย่าง รวมถึงจะไม่มีอุปสรรคใด ๆ เลยระหว่างการดำเนินการ ทำให้ในภาพรวมนั้นดูจะเป็นโครงการ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ผมมีประเด็นข้อสังเกตบางประการที่อยากให้ทาง ผู้ชี้แจงช่วยตอบคำถามครับ เพื่อจะได้ทราบว่าจริง ๆ แล้วโครงการ EEC ที่กำลังดำเนินไปได้ อย่างสวยหรูราบรื่นนี้จริงหรือเปล่า โดยผมมี ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่อยากให้ทางผู้ชี้แจง ช่วยตอบนั่นก็คือ ๑. ในเรื่องของผลการดำเนินงาน โครงการมีการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่าง คุ้มค่าหรือไม่ และมีความซ้ำซ้อนของงบประมาณมากน้อยเพียงใด ๒. มีการเยียวยาช่วยเหลือ หรือผลกระทบที่มีต่อประชาชนอย่างไรจากการดำเนินงานตามนโยบาย
ประเด็นแรก จากการดำเนินงานผ่านการใช้จ่ายผ่านงบประมาณบูรณาการ ของ EEC ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งท่านได้ดำเนินการผ่านส่วนราชการประจำ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกรมทางหลวงในประเด็นของการจัดการทำโครงสร้างพื้นฐาน ข้อสงสัยของผมก็คือ นอกเหนือจากการวางแผนในภาพกว้าง และเพื่อเป็นการป้องกันภาพของการทำงาน ในลักษณะของหอคอยงาช้าง ผมจึงอยากทราบว่าท่านได้เข้าไปมีส่วนในกระบวนการจัดทำ โครงการที่จะสอดคล้องกับแผนใหญ่อย่างไร และมีการป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดการทับซ้อน ในการใช้จ่ายงบประมาณระหว่างงบประมาณประจำตามแผนของส่วนราชการกับงบบูรณาการ ซึ่งผู้ใช้ก็เป็นส่วนราชการเช่นเดียวกัน อีกทั้งการทำงานที่จำเป็นต้องสอดประสาน กับส่วนราชการสำคัญที่เกี่ยวข้อง ท่านได้วางแผนแนวทางป้องกันการทับซ้อนในภารกิจ หน้าที่ไว้หรือไม่ เช่นกรณีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ตลอดจน ประสานในหน้างานการปฏิบัติหน้าที่จำเป็นจะต้องร่วมกับหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้ง BOI การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การนำเข้า ส่งออกสินค้า เป็นต้น เพื่อให้เกิด การใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนั้นในแนวทางการพัฒนา และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่จะดึงดูดเงินผ่านนักท่องเที่ยวเพื่อเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ และจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนของจำนวนเงินมหาศาล ท่านได้มีการวางแผนพัฒนา ในแนวทางดังกล่าวไว้มากน้อยเพียงใด รวมถึงความต่อเนื่องในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เป็นอย่างไรบ้างตามข้อเท็จจริงที่ท่านพบเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาพื้นที่ธุรกิจ และบริการเชื่อมต่อพื้นที่ท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ และท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ บริเวณท่าเรือ จุกเสม็ดซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และสามารถเชื่อมการท่องเที่ยว ข้ามภาคได้เป็นอย่างดี ไม่ทราบว่าปัจจุบันนี้ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้างครับ อยากให้ท่าน ช่วยชี้แจงเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน ในประเทศของเรา
ประเด็นที่ ๒ การเยียวยาช่วยเหลือผลกระทบที่มีต่อประชาชนจากผล ของการดำเนินนโยบาย การพัฒนาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ จะละเลยไม่ได้เลยนั่นก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และผลกระทบ ที่เกิดจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอันนำไปสู่ปัญหามลภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา มลภาวะทางอากาศที่สร้างมลพิษจนทำให้จังหวัดระยองครอง Champ ผู้ป่วยมะเร็งมากที่สุด ในประเทศไทย และปัญหามลพิษทางเสียง โดยเฉพาะปัญหาแนวเส้นเสียงที่สร้างความเดือดร้อน ให้แก่พี่น้องประชาชนใกล้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่านได้ตั้งเป็นหมุดหมายสำคัญ ในการเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก ท่านได้มีการลงพื้นที่เข้าไปพูดคุยเจรจาด้วยตัวเอง เพื่อรับทราบปัญหาและเพื่อร่วมกันผ่านปัญหาดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรครับ นอกจากนั้น ในประเด็นเรื่องของทรัพยากรน้ำในพื้นที่ EEC ซึ่งในแต่ละจังหวัดก็มีบริบทที่แตกต่างกันไป ท่านได้มีส่วนร่วมในการจัดการได้อย่างเหมาะสมเพียงพอต่อความต้องการแล้วหรือไม่ เพราะถ้าได้ติดตามข่าวที่ผ่านมาจะทราบว่ายังมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำ โดยเฉพาะ ในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพบสารปนเปื้อนในน้ำประปาหรือปัญหาน้ำเค็ม ในแม่น้ำบางปะกง ซึ่งก็ยังคงต้องหาแนวทางแก้ไขอยู่ในปัจจุบัน นี่เป็นปัญหาสำคัญมาก เพราะทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยสำคัญและอาจเป็นเงื่อนไขที่เป็นกรอบจำกัดพัฒนาของพื้นที่ EEC อีกด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมมีข้อคิดเห็นว่าพื้นที่ EEC เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การพัฒนาที่มุ่งเน้นในมิติทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการสร้างความเข้าใจ กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายกลุ่มพลังสตรี EEC ที่ท่านมีอยู่ในภาค ประชาชนและภาคเอกชนจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ เพื่อให้ทราบถึงผลการพัฒนาเป็นระยะ รวมถึงมีการระมัดระวังป้องกันผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด และอย่างน้อยที่สุดคนในพื้นที่ ควรที่จะเข้าใจและสามารถอธิบายได้ว่า EEC คืออะไร ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาอย่างไร และจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของเขาอย่างไร
สุดท้ายครับ ผมอยากฝากให้ทางหน่วยงานให้ความสำคัญกับภารกิจ การดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงเป็นไปตามแผน รวมถึงความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ เพราะท่านเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะต้องทำหน้าที่ขับเคลื่อนโครงการเพื่อให้บรรลุพันธกิจ เป้าหมายตามแผนพัฒนาของ EEC ในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนกว่า ๒.๒ ล้านล้านบาท นับตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ นี้ไปจนถึงปี ๒๕๗๐ เพื่อให้โครงการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ