เบญจา แสงจันทร์ ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามต่อคำชี้แจงเรื่องเขต Promotional Zone

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖

เบญจา แสงจันทร์ ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามต่อคำชี้แจงเรื่องเขต Promotional Zone ของโรงงาน BYD และ WHA ว่าเข้าข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือไม่ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง และมาบตาพุด โดยชี้ให้เห็นปัญหาการไล่รื้อชาวบ้าน การสูญเสียอาชีพประมง และการขาดความโปร่งใสในการแบ่งปันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เบญจา แสงจันทร์ หารือโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO ที่หยุดชะงักและกำลังถูกปัดฝุ่นใหม่ โดยตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ทางกฎหมาย การแข่งขันกับเอกชน และความจำเป็นของโครงการในบริบทภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้ศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มเติม และวิจารณ์โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ว่าถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนและทำลายสิ่งแวดล้อม โดยยืนยันว่าต้องกระจายความมั่งคั่งและความมั่นคงทางอาหารให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ภายใต้รายงานประจำปี EEC ปี ๒๕๖๕ ของ สกพอ. ถ้าเราได้ติดตาม จากรายงานจะเห็นว่ามีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รัฐได้ลงนามสัญญา ร่วมลงทุนกับเอกชนไปแล้ว ๔ โครงการ จากจำนวนทั้งหมด ๕ โครงการ และยังเป็นภารกิจ ที่รอ สกพอ. ขับเคลื่อนต่อค่ะ แต่ก่อนอื่นดิฉันขอตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามกับคำชี้แจง ของท่านผู้มาชี้แจงในวันนี้ เมื่อสักครู่ท่านพูดถึงโรงงานของ BYD ดิฉันเข้าใจว่าโรงงานนี้ เป็นโรงงานเดียวในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขต Promotional Zone ซึ่งเขต Promotional Zone นี้มีหลักเกณฑ์คือจะต้องเป็นนิคมอุตสาหกรรมหรือเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ๑๐ บวก ๒ และต้องเป็นอุตสาหกรรมชนิดเดียวกันนี้ทั้งโรงงานค่ะ ดิฉันจึงขอตั้งคำถาม ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจงว่าในโรงงานอื่น ๆ ที่อยู่ในเขตนิคม WHA นี้เข้าข่าย อุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยหรือไม่ ถ้าไม่เข้าข่ายดิฉันคิดว่าการประกาศเป็นเขต Promotional Zone ไม่น่าจะถูกต้องหรือไม่คะ อันนี้เป็นคำถามที่ ๑

คำถามที่ ๒ ที่ผู้ชี้แจงได้ชี้แจงไปแล้ว มีอีกประเด็นที่ต้องตั้งคำถาม และตั้งข้อสังเกตกับการที่ท่านผู้ชี้แจงได้ช่วยชี้แจงถึงกองทุน EEC ดิฉันอ่านจากรายงานแล้ว ก็ต้องตั้งคำถามดัง ๆ ไปยังผู้ชี้แจงว่ากองทุน EEC มีการจัดการให้กับใครบ้าง ถ้าไปดูในรายงาน เราก็จะเห็นการจัดการที่ใช้ไปกับการศึกษา การเรียนรู้ การท่องเที่ยว แต่ท่านเชื่อไหมว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบตัวจริง ในปีที่แล้วน้ำมันรั่วที่ระยองก็ไม่ได้รับการชดเชยจากเงินกองทุน เยียวยาของ EEC นี้ หรือแม้แต่แรงงานเกษตรกรกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบก็ไม่เคย อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของกองทุนการเยียวยานี้เลยค่ะ ในส่วนของการพัฒนาดิฉันมั่นใจว่า เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพัฒนาคือตัวแปรหนึ่งในการสร้างเม็ดเงิน สร้างเศรษฐกิจให้กับ ประเทศนี้ แต่ถ้าเราเข้าไปดูในแต่ละโครงการก็จะเห็นว่าลึกลงไปกว่าตัวเลขเม็ดเงิน ทางเศรษฐกิจเหล่านั้น ภายใต้เม็ดเงินอันมหาศาลเหล่านั้น ใครกันแน่ที่เป็นคนได้รับส่วนแบ่ง ทางเศรษฐกิจจากเม็ดเงินเหล่านั้นบ้าง และผู้ที่ได้รับผลกระทบได้รับการชดเชยเยียวยา ที่คุ้มค่าแล้ว เป็นธรรมแล้วหรือไม่คะ ถ้าเราเข้าไปดูในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน จากดอนเมือง สุวรรณภูมิ ไปจนถึงอู่ตะเภา เราก็จะได้เห็นกลุ่มนายทุนแค่บางกลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกมาร่วมทุน และได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ และเราก็ได้เห็นในรายงานว่ามีชาวบ้านที่ถูกไล่ ถูกฟ้อง ถูกไล่รื้อ เพื่อนำที่ดินมาให้นายทุนพัฒนา และนี่คือเหรียญอีกด้านหนึ่งของการพัฒนา ที่ในรายงานก็กลับไม่เคยพูดถึงเลยนะคะ ถ้าเราเข้าไปดูในโครงการสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก เราเห็นแค่กลุ่มนายทุนบางกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ จากการรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในสนามบินทหาร ที่ต้องการเปลี่ยนโฉม เป็นมหานครแห่งอนาคต มหานครแห่งการบิน เป็นนายทุน เป็นขุนศึกบางกลุ่ม ที่ได้รับสัมปทานจากการขายกระแสไฟฟ้าและผูกขาดพลังงานในพื้นที่ แต่ท่านประธาน ทราบไหมว่ามีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณเมืองมหานครแห่งการบินในเขตชลบุรี ระยอง พวกเขาถูกประกาศเป็นเขตหวงห้าม ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ ประชาชนในพื้นที่ได้รับ ความเดือดร้อนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คนในเวลานี้ และถ้าเราเข้าไปดูในโครงการถมทะเล ท่าเรือแหลมฉบัง Phase 3 และโครงการถมทะเลท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด Phase 3 เราก็ได้เห็นแค่นายทุนบางกลุ่มอีกที่ได้รับสัมปทานจากการระเบิดภูเขาเพื่อนำไป ถมทะเล ได้เห็นกลุ่มนายทุนแค่บางกลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกมาร่วมทุนและรับประโยชน์ จากโครงการนี้ แต่ท่านประธานทราบไหมว่ามีชาวประมงใน ๒ พื้นที่นี้มากกว่า ๒,๐๐๐ คน ในแหลมฉบัง ในชลบุรี และในมาบตาพุด ระยอง พวกเขาอาชีพถูกทำลายให้ล่มสลายลงค่ะ แล้วก็สังเวยให้กับนโยบายถมทะเลที่ไม่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในทะเล และกระทบต่อวิถีการประมงพื้นบ้าน และการท่องเที่ยว ชุมชนของชายฝั่งเลยค่ะ

ท่านประธานคะ อีกโครงการหนึ่ง โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO ซึ่งปัจจุบันแผนงานก่อสร้างได้หยุดชะงักไป เนื่องจากการบินไทยกำลังเข้าสู่แผนฟื้นฟู แต่กองทัพเรือก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อลงทุนในการปรับดิน ถมดินไปแล้ว ล่าสุด ดิฉันก็ทราบมาว่าโครงการนี้กำลังถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่โดยการบินไทยค่ะ ก็คงต้องตั้งคำถาม ดัง ๆ ฝากท่านประธานไปยัง สกพอ. ว่าในขณะที่การบินไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว และการที่ กองทัพเรือจะให้ สกพอ. กลับมาปัดฝุ่นกรณีนี้ใหม่ แล้วให้การบินไทยกลับมาทำสัญญา เช่าอาคาร MRO อีกครั้งเป็นเวลา ๕๐ ปี วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ทำได้หรือไม่ กรณีนี้จะต้องทำตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนใหม่หรือไม่ และต้องเปิดให้เอกชนรายอื่นเข้ามาร่วมแข่งขันในการประมูล หรือไม่ ขณะนี้เองที่เรากำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากจากการที่มีบรรดา ศูนย์ซ่อมท่าอากาศยานในบริเวณภูมิภาคของเรา โดยเฉพาะสิงคโปร์ อินโดนีเซีย หรือว่า เวียดนาม หรือมาเลเซีย ที่ต่างก็พัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานของตัวเองแล้ว โครงการนี้ยังมี ความจำเป็นในระดับภูมิภาคมากน้อยเพียงใด คงต้องมีการศึกษาและวิเคราะห์ให้รอบด้าน เพิ่มเติมใหม่ด้วยอีกหรือไม่คะ ท่านประธานคะ นี่คือส่วนหนึ่งจากโครงการเรือธง ทั้ง ๕ โครงการ ซึ่งเป็นโครงการพื้นฐานที่สำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ซึ่งถ้าเราพิจารณาจากรายงานจะพบว่าขณะที่เราต้องเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือปรากฏการณ์ El Nino และในเขตเศรษฐกิจพิเศษเอง ก็เป็นพื้นที่ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด แต่ท่านทราบไหมว่าในรายงานฉบับนี้แทบจะ ไม่พูดถึงแนวทางและวิธีการแก้ปัญหา และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่คาดว่าจะก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจที่สูงมากในอนาคตอันใกล้นี้ค่ะ

สุดท้ายค่ะ จากรายงานเราจึงเห็นแค่กลุ่มทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มผลประโยชน์ แค่ไม่กี่กลุ่ม ที่ได้ผลประโยชน์จากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และนี่คือความจริง ความจริงที่ว่าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้มีเพียงแค่เครือข่ายนายทุน เครือข่ายผู้มีอิทธิพล นายทุนผูกขาดและนายทุนสัมปทาน ที่ผูกขาดที่ดิน ผูกขาดน้ำ ผูกขาดไฟฟ้า ผูกขาดพลังงาน ผูกขาดความมั่นคงทางอาหาร แล้วก็ผูกขาดสาธารณูปโภค รวมไปถึงผูกขาดทรัพยากร ที่มีมูลค่ามหาศาล พวกเขากำลังเผาผลาญทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองความสุขสบาย ของนายทุนเท่านั้น ดังนั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC จึงเป็นเมืองมหานครแห่งอนาคต ที่ไม่เคยมีอนาคตของพี่น้องประชาชนร่วมอยู่ด้วยเลยค่ะ ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องยืนยันว่าดิฉัน ไม่ได้เห็นด้วยกับการพัฒนาทั้งหมด แต่ก็ต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วยกับความเจริญและเห็นด้วย กับการพัฒนาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC บางส่วน แต่ความเจริญและการพัฒนาไม่ได้วัดกัน ที่ตึกสูง ๆ ไม่ได้วัดกันที่อาคารสวย ๆ ไม่ได้วัดกันที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่โตโอ่อ่า แต่ความเจริญ วัดกันที่การที่เราจะสร้างความเจริญ สร้างความมั่นคงให้กับทุกคน กระจายความมั่งคั่ง ทางเศรษฐกิจ กระจายความมั่นคงด้านชีวิตความเป็นอยู่ให้กับประชาชนทุกคนในประเทศนี้ ได้อย่างเท่าเทียมและเสมอภาค และทำให้พวกเขามีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย มีความมั่นคง ในอาหาร มีความมั่นคงในระบบนิเวศ เข้าถึงสังคมได้อย่างเท่าเทียมกัน มีโอกาสในการที่จะ ประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ และโอกาสในการที่จะสร้างสวัสดิการสังคมอย่างเท่าเทียม และนับพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาในฐานะเจ้าของประเทศนี้ร่วมกันค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน