ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ หารือเรื่องปัญหาความเจริญในพื้นที่ EEC ที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และขอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาการกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่ย่อยสลายได้ 200-500 ปี และ Micro Plastic ที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งมนุษย์ ด้วย และเรียกร้องให้ EEC เร่งดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องขยะพลาสติกและ Micro Plastic ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นปัญหา นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการลงทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการ EEC
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ EEC ประกอบด้วย ๓ จังหวัด จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดระยอง ปัญหาความเจริญเกิดขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมมากมาย ประชาชน ก็เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมา สิ่งที่เป็นปัญหาตกค้าง ซึ่งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จะบอกว่า ต้องรับกรรมจะเป็นไปได้ครับ คือกากขยะอุตสาหกรรม วันนี้จากตัวเลขซึ่งผมได้ค้นพบว่า กากอุตสาหกรรมปีหนึ่งจะมีประมาณ ๕ ล้านตัน แต่ทางราชการหรือ EEC กำจัดไว้ประมาณ ครึ่งเดียวเองประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก ๒.๕ ล้านตัน วันนี้มีข่าวอยู่บ่อยครั้งว่า มีผู้นำกากอุตสาหกรรมไปทิ้งในบริเวณใกล้เคียง อย่างเช่นข่าวล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ไปทิ้ง ที่จังหวัดสระแก้ว หรือไปทิ้งในบริเวณอื่น ๆ ไปฝังกลบ ซึ่งเราอาจจะตรวจไม่พบ หรือไม่เป็นข่าว แต่ประชาชนในพื้นที่รับทราบ กากอุตสาหกรรมมันเป็นขยะทางเคมี ใคร ๆ ก็ทราบ เพราะมันเป็นภัยหรือเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ที่ตามมาก็คือน้ำเสีย วันนี้ มีโรงงานอุตสาหกรรมหลายโรง เราพบเป็นข่าวอยู่อย่างต่อเนื่องว่ามีการอัดน้ำเสียลงไป ในชั้นน้ำบาดาลหรือใต้ดิน ที่โรงงานจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบเพื่อไปบำบัด แล้วก็ปิดกั้น ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจ แล้วให้ความร่วมมือ ผมเชื่อว่าผู้มาชี้แจงก็พอที่จะทราบข่าว
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
แต่ปัญหาสำคัญที่สุดก็คือ เรื่องขยะที่ผมจะพูดในวันนี้ วันนี้ในเขต EEC มีขยะตกค้างที่ยังไม่ได้กำจัดอยู่ประมาณ ๖ ล้านตัน วันหนึ่งใน ๓ จังหวัดมีขยะเกิดขึ้นวันละ ๕,๐๐๐ ตัน แต่ถูกกำจัดได้ประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง จะถูกวิธีหรือไม่ถูกอันนี้ผมก็ไม่ยืนยันว่าเรากำจัดขยะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่ให้หมดไปโดยวิธีเผา หรือ Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม เพราะผมเชื่อว่าผู้ที่ปฏิบัติอาจจะปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ แต่ข้อมูลในการรายงาน ผมเชื่อว่าเป็นไปตามวิชาการครับ ไม่อย่างนั้นไม่เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นขยะที่ตกค้าง ๖ ล้านตัน ที่ค้างอยู่กับขยะที่ตกค้างแต่ละปีเพิ่มขึ้นปีหนึ่ง โดยประมาณแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งสะสมไปเรื่อย ๆ เราจะทำอย่างไร เห็นไหมครับ นี่คือกองขยะ ส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติก Foam ขวด ซึ่งพลาสติก พวก Foam กว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลา ๒๐๐-๕๐๐ ปีถึงจะย่อยสลายไปหมด ถ้าเราไม่กำจัด เราปล่อยให้กองอยู่ เวลาลมมาหรือพายุมาก็จะพัดลงไปในทะเล อันนี้เป็นภาพขยะทะเล ที่อยู่ใกล้เกาะเสม็ดหรืออุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ขวามือคือเกาะเสม็ด เกิดผลอะไร เมื่อมีขยะอยู่ในทะเล สัตว์น้ำก็ไปกินขยะ เมื่อขยะพลาสติกย่อยสลายเราเรียกว่า Micro Plastic วันนี้ Micro Plastic ซึ่งมันมีขนาดเล็กกว่า ๕ มิลลิเมตร ซึ่งเล็กกว่าที่ตาเรา จะมองเห็น มันเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งมนุษย์เราด้วย เมื่อไม่นานนี้ ประเทศจีนรายงานผลว่า Micro Plastic อยู่ในหัวใจมนุษย์ มันไกลกว่าอยู่ในเลือดหรืออยู่ใน ร่างกายแล้ว อยู่ในสมอง อยู่ทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ วันนี้ถ้าเราปล่อยให้ขยะพลาสติก ล่องลอยลงไปในทะเล หรืออยู่ในอากาศที่เราสูดอากาศเข้าไป แล้วหายใจเข้าไปเป็นอันตราย ต่อสุขภาพมากครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติในห้องนี้หรือผู้มาชี้แจงถ้าไปตรวจ Micro Plastic ในร่างกายผมเชื่อว่ามี มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพปอดอย่างยิ่ง ผมอยากให้ทาง EEC เร่งดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องขยะพลาสติกและ Micro Plastic ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นปัญหา ต่อสุขภาพของคนทั้งโลกครับ ไม่ใช่คนไทยทั้งประเทศ
เรื่องสุดท้าย EEC เป็นพื้นที่ภาคตะวันออกที่ขาดแคลนน้ำในภาคอุตสาหกรรม และภาคอุปโภคบริโภค ผมได้ยินข่าวอย่างเสมอและต่อเนื่องว่ากำลังจะทำน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืด ผมอยากให้ท่านทบทวนเรื่องการนำน้ำทะเลมาเป็นน้ำจืด ผมเชื่อว่าเป็นโครงการที่ดีถ้าเราทำได้ แต่ผมในฐานะที่เคยอยู่แวดวงในการบริหารจัดการน้ำ ผมมั่นใจว่ามันไม่คุ้มทุนหรอกครับ เพราะ ๑ ลูกบาศก์เมตรเราจะลงทุนไม่ต่ำกว่า ๗๐-๘๐ บาท จะได้น้ำจืด ๑ ลูกบาศก์เมตร แต่สิ่งที่เราได้มาอาจจะมีขยะที่เกิดขึ้น คือเกลือเราจะไปไว้ที่ไหน ขยะในการบริหารจัดการ มันจะตามมาอีกมากมาย แต่คนจะผลักดันให้เกิดการนำน้ำทะเลมาเป็นน้ำจืด ท่านประธานครับ รู้ไหมว่าใคร คือคนขายเครื่องมือ ฝากท่านประธานไปยังผู้ที่จะคิดดำเนินการเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ