สหัสวัต ตั้งข้อสังเกต EEC ชี้จ้างงานต่างด้าวไม่โปร่งใส กระทบแรงงานไทย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖

สหัสวัต คุ้มคง ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการจ้างงานและคุณภาพแรงงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเฉพาะการนำเข้าแรงงานต่างชาติที่อาจกระทบต่อแรงงานไทยและตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงการ EEC และร่าง พ.ร.บ. ใหม่ เพื่อให้สะท้อนประโยชน์ต่อประชาชนและคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง ไม่เน้นแต่เพียงผลประโยชน์ของนายทุน

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดชลบุรี ผมได้อ่านรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเรียบร้อย ในฐานะที่ผม เป็นคนที่เกิดและเติบโตอยู่ในพื้นที่ EEC เฉพาะในเขตของผมเองก็มีโรงงานตั้งอยู่ไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ โรงงาน มีแรงงานอยู่หลายแสนคน ดังนั้นเรื่องที่ผมอยากจะอภิปราย ในวันนี้ก็กลับมาเรื่องแรงงานครับ ผมอยากจะชวนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก Board EEC และพี่น้องประชาชนมาดูกันว่าปัญหาแรงงานในพื้นที่ EEC ปัจจุบันมีอะไรบ้าง และการดำเนินงานของ EEC ไปถึงไหนแล้ว ผมไปอ่านรายงานการดำเนินงานของ EEC มา ๑๕๐ กว่าหน้าก็ไม่ค่อยเห็นเนื้อหาอะไร ผมเลยไปดูแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกปี ๒๕๖๐-๒๕๖๕ อีกเกือบ ๒๐๐ หน้า ถึงได้เห็นว่า ในบทที่ ๗ มันจะมีตรงส่วนชี้วัด ถึงมีบอกว่าอะไรเป็นตัวชี้วัดบ้าง และหนึ่งในตัวชี้วัดคือ การจ้างงานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และอีกตัวคือกำลังคนเพียงพอ และมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย คำถามที่ผมถามตรงนี้ครับ ตัวชี้วัดดังกล่าวทำไมไม่มีในรายงานนี้เลย สัมฤทธิผลหรือไม่ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมพาไปดูกัน ผมจะตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ว่ามีงานเพิ่มจริงไหม ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ปัญหาคือเรามีอาชีพ สงวนที่สงวนไว้ให้กับคนไทยโดยเฉพาะงานที่อยู่ในสายการผลิตและกรรมกร โดยเรา ได้ยกเว้นให้กับ MOU ๓ สัญชาติ ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเราพบว่ามีแรงงานจีน จำนวนมากที่เข้ามาทำงานในพื้นที่นี้ ขอ Clip Video ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพและเสียง)

ถ้าดูจาก Clip นี้คนที่คลุกคลีกับการทำงาน ในโรงงานก็จะเห็นเลยว่าเป็นแรงงานในส่วนของการผลิตแน่นอนดูจากชุดได้เลย แต่ละวัน ก็ขนไปทำงานแบบนี้ตามใน Clip เป็นรถ Bus รถตู้เยอะแยะแบบนี้เลย ถ้าท่านยังไม่เชื่อผม ไม่เป็นไรครับ ผมจะพาไปดูพื้นที่จริงใน EEC ภาพเหล่านี้เป็นอาคารหอพัก แห่งที่ ๑ ตั้งอยู่ ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง มีจำนวน ๑๘ ตึก ตึกละ ๕ ชั้น ชั้นละ ๓๐ ห้อง มีประชากรจีนประมาณ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ แห่งที่ ๒ ตำบลบ่อวิน มีจำนวน ๑๘ ตึก ตึกละ ๕ ชั้น ชั้นละ ๓๐ ห้อง มีประชากรจีนประมาณ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถัดไป ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง ๔ ตึก ตึกละ ๔ ชั้น มีประชากรจีนประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถัดไปตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จำนวน ๘ ตึก ตึกละ ๗ ชั้น ชั้นละ ๑๘ ห้อง คาดว่ามีประชากรชาวจีนประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าตีคร่าว ๆ ประมาณนี้ก็ไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ คน อันนี้อย่างต่ำ และผมจะถามว่าถ้าเป็น สายงานอื่นที่ไม่ใช่สายงานกรรมกรหรือการผลิต ถ้าเป็นอาชีพที่ได้รับการยกเว้นตาม พ.ร.บ. EEC จะใช้คนเยอะขนาดนี้หรือครับ โดยส่วนตัวผมไม่ได้มีปัญหากับการใช้แรงงาน ต่างชาติ ผมทำงานกับพี่น้องแรงงานมา ผมเข้าใจดีว่าหลายอาชีพคนไทยเองก็ไม่ได้ทำ แล้วก็ไม่ได้อยากทำ จำเป็นที่ต้องนำเข้าแรงงาน แต่ผมอยากตั้งข้อสังเกตตรงนี้ว่าแรงงาน เหล่านี้เป็นแรงงานถูกกฎหมายหรือไม่ เข้าเมืองมาอย่างถูกต้องหรือไม่ และท้ายที่สุด ผมก็อยากจะถามว่าที่เราพูดกันว่าประเทศจะได้ประโยชน์ ประชาชนในพื้นที่จะได้ประโยชน์ และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นนั้นมันจริงหรือไม่ครับ เหมือนว่าเรากำลังนำเข้าแรงงานที่ผิด กฎหมายจำนวนมากในพื้นที่ EEC นี่คือพื้นที่ไม่เกิน ๑๐ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ EEC กว้างใหญ่แค่ไหน และจะมีลักษณะแบบนี้อีกเยอะสักเท่าไร อันนี้เราต้องดูกันให้ดี นี่ยังไม่นับว่ามีทุนจีน มีธุรกิจร้านค้าที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายอีกจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้า ได้รับผลกระทบเต็มไปหมด แต่ส่วนนี้ผมจะยังไม่พูดถึงตอนนี้นะครับ คราวนี้มาดูกันว่า ตัวเลขการจ้างงานที่ต้องเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในพื้นที่ต้องดีขึ้น เรามาดูตัวเลขผู้ว่างงานกัน อันนี้ดูแค่ ๒ จังหวัดคือจังหวัดระยองกับจังหวัดชลบุรี อ้างอิงจากรายงานสถานการณ์ แรงงานจากสำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง เริ่มกันที่ชลบุรีก่อนเลย ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เราพบว่ามีการระบาดของ COVID-19 มีผู้ว่างงานอยู่ที่ ๑.๑๙ เปอร์เซ็นต์ และปี ๒๕๖๔ เพิ่มมากขึ้นเป็น ๑.๒๘ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๕ เป็น ๑.๒๗ เปอร์เซ็นต์ เยอะกว่าช่วงโควิดอีกนะครับ มาต่อกันที่ระยอง ปี ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๑.๐๕ และปี ๒๕๖๔ ตกลงมาที่ ๑.๐๒ แต่ปี ๒๕๖๕ ตัวเลขการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น ๑.๔๔ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มสูงกว่า ช่วงโควิดอีกเช่นกัน ในขณะที่ตัวเลขว่างงานเฉลี่ยของทั้งประเทศไทยมีตัวเลขการว่างงาน อยู่ที่ ๑.๑๕ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าเขตพัฒนาพิเศษที่อ้างนักอ้างหนาว่า สร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในประเทศจะเกิดจากการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขการว่างงาน ในพื้นที่ EEC กลับสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอีก แบบนี้สอบผ่านไหมครับ ที่เห็นผมพูด เรื่องตัวเลขสถิติเยอะ ๆ จริง ๆ แล้วแรงงานไม่ใช่แค่ตัวเลข แรงงานคือคน มีชีวิต มีเลือดเนื้อ และตั้งแต่สถานการณ์โควิดเป็นต้นมาแรงงานกำลังถูกขูดรีดเลือดเนื้อเพิ่มขึ้นด้วยการเปลี่ยน สภาพการจ้างครับ แรงงานจำนวนมหาศาลในพื้นที่ EEC ได้กลายสภาพจากพนักงานประจำ ไปเป็นลูกจ้างรายวัน นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าเขาได้ค่าแรงไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย สวัสดิการต่าง ๆ ก็ได้รับไม่เต็มที่ บางคนไม่มีสวัสดิการด้วยซ้ำ บางคนถ้าหากเจ็บป่วยขึ้นมา ลางานไป ๒-๓ วันก็เท่ากับขาดรายได้ไป ๒-๓ วัน แล้วแบบนี้พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตรงไหน นี่ยังไม่นับว่าใน พ.ร.บ. ทั้งในแผนงานมีเรื่องการพัฒนาคุณภาพและพัฒนาสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานอะไรต่าง ๆ เต็มไปหมด แต่ในความเป็นจริงแค่การสร้างถนนแต่ละเส้น ก็สร้างความลำบากให้แก่ประชาชนอย่างมากมายจนมีความเสียหายถึงแก่ชีวิตในพื้นที่ EEC หลายโครงการเหมือนที่ผมได้เคยอภิปรายปรึกษาหารือไปแล้วในสัปดาห์แรก ๆ นะครับ กลับมาที่รายงานเล่มนี้ถ้าจะให้ถามว่า EEC เปรียบเทียบคืออะไร ก็คงเหมือนรายงานเล่มนี้ นอกจากภาพลักษณ์ที่ดูสวยงาม หลักการที่ฟังดูสวยหรู แต่เนื้อหาจริง ๆ ก็กลวงเปล่า ไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ไม่มีประชาชนอยู่ในนั้น มีแต่เนื้อ คำพูดมากมาย แต่ความหมายเท่าเดิม สนับสนุนให้นายทุนใหญ่ ไม่สนใจชีวิตแรงงาน และที่สำคัญไม่มีคุณภาพเลย ผมมีข้อเสนอ ง่าย ๆ ถ้าไม่สามารถทำตามตัวชี้วัดได้ หรือถ้า EEC มีปัญหาขนาดนี้ เรามาแก้ พ.ร.บ. EEC หรือยกร่างใหม่กันไปเลยครับ ขอบคุณครับ