ธีระชัย แสนแก้ว สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 และผลักดันกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยวิพากษ์บทบาทองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาต ร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนวาระรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเปิดทาง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันนี้ด้วยเหตุผลดังนี้ครับท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่สุดนับตั้งแต่พวกเราต้อง ทนใช้รัฐธรรมนูญมานานถึง ๘ ปีแล้วครับ พรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรมี สส. ๓ อันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคภูมิใจไทย ต่างคิด เหมือนกันว่าในระยะเวลาที่สภาผู้แทนของเราที่เหลืออยู่ไม่กี่เดือนนี้เราจะต้องร่วมไม้ร่วมมือ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อเปิดทางในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้ววันนี้ครับ เราจะได้รู้ เราจะได้เห็นว่าใครจะเป็นตัวถ่วงประชาธิปไตย เราจะได้เห็นว่าใครมันกล้าขัดขวางเสียงเรียกร้องของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ในการอภิปรายของกระผมในครั้งนี้ยังเป็นการอภิปรายยืนยันกับ พี่น้องประชาชนเหมือนเดิมครับ เหมือนกับที่กระผมเคยยืนยันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เราจะต้องมีรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้คลอดจากกากเดนเผด็จการ แล้วพี่น้องประชาชนของเราต้องมีกฎหมายสูงสุดที่ให้การ เคารพสิทธิเสรีภาพและเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นระบอบประชาธิปไตยมากที่สุด กระผม อภิปรายเพื่อที่จะเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๕-๖ ครั้ง ครั้งนี้เป็น ครั้งที่ ๗ ครับ ตั้งแต่รายงาน สสร. ตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญที่เคยเสนอโดยพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ พ.ร.บ. ประชามติ ๒-๓ ครั้ง กลับไปกลับมานะครับ แม้แต่ญัตติที่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญ กระผมอภิปรายเรียกร้องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จะให้ ผมอภิปรายกี่ครั้ง จะให้ผมขึ้นเวทีปราศรัยนอกสภาก็ได้ครับ ผมก็ยังจะยืนยันเหมือนเดิมครับ เราจะต้องเลิกใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ เสียทีครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เต็มไปด้วย กติกาบิด ๆ เบี้ยว ๆ ความเป็นประชาธิปไตยแอบแฝงไปด้วยอำนาจนอกระบบประชาธิปไตย บอกว่าปราบเผด็จการ ปากเป็นประชาธิปไตย ใจเป็นเผด็จการครับพวกนี้อำนาจมืดยัง ไม่หมดสิ้นไปจากพวกรัฐประหารครับ เพราะคณะผู้ยกร่างคลอดออกมาจากพวกเผด็จการ หัวหน้าคณะผู้ยกร่างก็ท่านผู้เฒ่าผมขาวครับ บอกตรง ๆ ท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ นี่ละครับ ไม่ได้ เสียหายครับ ผมขอเอ่ยชื่อ เพราะว่าคนที่เสียหายคือพี่น้องประชาชนที่เสียโอกาสที่สุดคือ พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ นี่ละครับคือผู้เสียหาย แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีกลไก ที่ทำให้ประชาธิปไตยต้องอ่อนแอ รัฐบาลที่เกิดขึ้นเป็นแค่รัฐบาลผสมถูกทำลายได้ง่ายโดย องค์กรอิสระ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญนี่ละครับ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรอิสระ ที่มีอำนาจล้นเหลือ เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตามมาตรา ๒๐๐-๒๑๔ ครับ โดยเฉพาะ มาตรา ๒๐๐ ที่บัญญัติถึงที่มาอันแปลกประหลาดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่าน อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้เราได้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เรียนจบวิศวะครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่า คนจบวิศวะไม่ดี แต่เพียงแต่ว่าความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเอาคนจบวิศวะมาพิจารณา เรื่องกฎหมายมาตัดสินนักการเมืองประชาธิปไตยในประเทศนี้มันเป็นอย่างไรครับ มันผิดเพี้ยนมันถอยหลังเข้าคลอง คนจบวิศวะต้องไปเป็นอธิบดีกรมทางหลวงครับ กระผม อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๒๑๐ ที่บอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจดังนี้ ๑. พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญตามกฎหมายหรือร่างกฎหมาย ๒. พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่อำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา และ คณะรัฐมนตรีหรือองค์กรอิสระ ข้อ ๓ หน้าที่อำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เห็นไหมละครับท่านประธานที่เคารพ อำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินมากมายขนาดไหนแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังบอกอีกนะครับว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด มีผลผูกพันทุกองค์กร คือศาลรัฐธรรมนูญตัดสินใจไปทางไหนทุกองค์กรไม่เว้นแม้แต่ สภาผู้แทนราษฎรของเราที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง เกือบ ๗๐ ล้าน คนต้องยอมตามศาลรัฐธรรมนูญ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ยืนยันอำนาจนอกระบบนอกระบบ เขารักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย อำนาจพวกนี้ผูกพันกับอำนาจเผด็จการมาโดยตลอดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านลองนึกย้อนหลังศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่เพิ่งจะมาใช้อำนาจ เลอะเทอะเดี๋ยวนี้นะครับ หรือเพิ่งจะตัดสินใจคดีการเมืองเข้าสู่วิกฤติในปีสองปีเท่านั้นเอง แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้อำนาจขัดขวางหลักประชาธิปไตยมาโดยตลอด ท่านจำได้ไหมครับ ท่านประธาน อย่างเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๙ สังคมได้ยินรู้จักคำว่าตุลาการภิวัตน์ ไหมครับ อันนั้นครั้งแรกครับท่านประธาน คือศาลมีคำวินิจฉัยการเลือกเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองพิพากษาให้ถอดถอนการเลือกตั้งคราวนั้น เป็นโมฆะ และได้มีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายใน ๖๐ วัน แต่ภายใน ๖๐ วันไม่ได้มีการ เลือกตั้งทหารกลับมายึดอำนาจนะครับท่านประธาน และเป็นจุดเกิดเหตุแห่งความขัดแย้งมา ๒๐ ปีแล้วมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ นายกรัฐมนตรีของเราที่พี่น้องประชาชน หลาย ๑๐ ล้านคนเลือกตั้งเข้ามานั้นจบชีวิตบนทางการเมืองเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ข้าง ๆ คู ๆ ใช้นิติสงครามไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ ประหารชีวิต นักการเมืองซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีมาไม่ต่ำกว่า ๕-๖ คนแล้วครับ ๕ คน ยกตัวอย่างก็ได้ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านเศรษฐา หรือแม้กระทั่งแพทองธาร ชินวัตร ก็โดนกันหมดท่านครับ อย่างท่านสมัคร สุนทรเวช ไปออกรายการชิมไปบ่นไปเท่านั้นเอง ทำกับข้าวออกทีวีถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ออกจาก นายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์โดนประหารเพราะย้ายข้าราชการประจำ แม้แต่ตัวกระผมเอง ธีระชัย แสนแก้ว และท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ขณะนั้นยังถูกศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจตัดสินยุบพรรคถอนสิทธิการเมือง ๕ ปี ซึ่งไม่ได้เกี่ยว อะไรเลย ไม่เกี่ยวเลยกับการกระทำความผิด แล้วยังมีเพื่อน ๆ พี่น้องนักการเมืองถูกตัดสิทธิ ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ คน รุ่นพี่ของผมก็กำลังเป็นนายกเดี๋ยวนี้ ๑๑๑ ครับ ผมจำได้ และอีกหลาย ท่าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคสีแดง สีส้ม สีชมพู เหมาเข่งกันหมดครับท่านประธาน กระผมเข้าใจ หัวอกกันดี เพราะมันคือความวิบัติของประเทศที่ให้อำนาจนอกระบบมากจนเกินไปมาใช้ นิติสงครามประหัตประหารพวกเราซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน แล้วจะมีเลือกตั้งมาทำไมถ้ามันทำให้คน ๙ คนตัดสินอย่างนี้ แล้วประเทศไหนบ้างครับ ท่านประธานลองคิดดูว่ามีประเทศไหนบ้างบริหาร ๒ ปี เราเปลี่ยนนายกไปตั้ง ๓ คน คนที่ ๓ กำลังรออยู่จน ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญทำให้การเมืองเข้าสู่ภาวะวิกฤติครับ จะไม่มีนายก ก็ไม่ได้ ถ้าจะมีนายกก็ต้องตั้งคำถามว่ายอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วจะนำพา ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤติปัญหาที่เกิดขึ้นหรือเปล่าประธาน โดยเฉพาะท่านเศรษฐา แพทองธาร ก็โดนฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง อย่างท่านเศรษฐาเงินเดือนก็ไม่ได้รับ ท่านไม่รับ ท่านรับท่านก็บริจาค ทำงานก็ไม่มีวันหยุด ศาลรัฐธรรมนูญก็หาว่าฝ่าฝืนจริยธรรมเพียงแต่ ตั้งที่ปรึกษาที่ศาลมองว่าไม่เหมาะสมเท่านั้น ผมขอถามจริง ๆ เถอะครับว่ามันเกี่ยวอะไรกับ ท่านเศรษฐาว่าไม่มีจริยธรรม มันงุนงงไปหมด คนมันตรรกะวิบัติกันไปหมดแล้วครับคนทั้ง ประเทศเขาก็รู้ เขาก็ทราบ กระผมขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านนายก ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เถอะครับว่าท่านมีความรู้สึกหวั่นไหวบ้างหรือเปล่ากับแนวความคิดนิติสงคราม ของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านรู้สึกเริ่มกลัวบ้างไหม นายกโดนไป ๒ แล้ว คนที่ ๓ คือท่าน ท่าน แต่งตั้งรองนายก ท่านแต่งตั้งรัฐมนตรี มีข่าวไม่ดีบ้างอยู่ในตรงนั้นท่านก็ตั้งขึ้นมา ถ้าวันหนึ่งมี คนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญล่ะครับ แล้วประเด็นเรื่องฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงล่ะครับ เราจะไม่ถูกประหารทางการเมืองหรือครับ ตายแล้ว ๒ คน คนที่ ๓ กำลังมาครับ หรือท่านนายกรัฐมนตรีรอลุ้นเผื่อ Fluke เผื่อ Fluke แบบไหนครับ รัฐธรรมนูญเคยตีความ ที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศประหลาดใจ เคยตีความว่านายกรัฐมนตรีคนเก่า คนเคยเป็น นายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๖ ระยะเวลารวมกันเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ครบ ๘ ปี ผมถามเด็กอนุบาลอยู่บ้านผมอำเภอกุมภวาปี ให้ลบดูสิว่าเอาเลข ๒๕๖๖ ลบด้วย ๒๕๕๗ เด็กมันก็บอกว่าอย่างไรก็ ๙ ไม่ได้ ๘ แน่นอน นี่ละก็รอลุ้นกันไป เห็นไหมละครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้อำนาจกับองค์กรอิสระมีเพียง ๙ คน ครบ ๙ คนนี้ไม่ได้มี ความสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนแม้แต่นิดเดียว ไม่มีอะไรมา Guarantee ได้เลยว่าดุลยพินิจ ของ ๙ ท่านนี้ ไม่ได้ว่า ๙ ท่านนะ โครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยึดหลักอะไรบ้าง ไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมเลยว่าจะต้องวินิจฉัยต่าง ๆ ปณิธาน พูดง่าย ๆ ครับ โดยองค์กรยื่น เรื่องพิจารณาไม่มีทางเดาได้เลยว่าผลจะออกมาไปในทิศทางใดเพราะเป็นองค์กรที่พี่น้อง ประชาชนเรียกว่าศาลการเมืองครับ ท่านประธานครับ เวลามันไปแล้วผมก็เลยบอกว่า พวกเราในห้องประชุมอย่างนี้ และท่าน สว. ผู้ทรงเกียรติ จะยอมให้คณะนี้เดินต่อไปหรือไม่ อย่างไร ถ้าเป็นผมถ้ามีโอกาสผมจะยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องมีให้องค์กรอิสระในนี้เลย เพราะว่าไม่ตรงไปตรงมา ไม่เที่ยงธรรมที่ทำงานผ่านมานั้น แล้วตุลาการท่านบางทีก็เมตตา อย่างเราไปให้ตีความว่าอย่างที่ท่านประธานบอกว่าตีความบอกว่า สสร. จะเลือกมาจาก ประชาชนโดยตรงไม่ได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนกับ ท่านว่าสุดท้ายเวลามันจะหมดแล้ว ยังมีอีกเยอะ เพื่อน ๆ ของผมพรรคเพื่อไทยเรายืนยันมา ตลอดว่าเราจะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่ให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนและหลาย ๆ พรรคด้วยกัน แต่กระผมจะไม่ร้องขอหรือเรียกร้องจากสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ไม่เรียกร้อง จะต้องโหวตรับหลักการ เพราะว่าเรารับหลักการอยู่แล้ว ผมก็อยากจะให้ทุกท่านทั้ง ๓ พรรค ผมนี่รับหลักการตรงนี้อยู่แล้วทั้ง ๓ พรรคเสนอมา พรรคภูมิใจไทยก็อยากจะเสนอเป็น ร่างหลัก อันนี้ผมก็เป็นห่วงถือว่าเป็นร่างรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยผมว่าเป็นร่างทรงดีกว่า แต่ว่าเป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านที่อยู่ข้าง ๆ ผม ฝ่ายค้ำนี่นะครับ ที่ได้มีการทำ MOU ไป สัญญาอะไรกันไว้ว่าเราจะต้องโหวตตีเช็คเปล่าให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วยังจะโหวตแบบ ไหน ณ วันนี้ผมขอร้องเพื่อน แล้วเอามาเปลี่ยนความหวังของพวกท่าน เปลี่ยนความหวังว่า ณ วันนี้เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าเราจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทันแล้วก็ยุบสภา ขอขอบคุณท่านประธานครับ