ชูศักดิ์ ศิรินิล อภิปรายเหตุผลในการแก้ไขร่างคุณสมบัติกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖/๓ โดยเสนอให้ตัดข้าราชการซึ่งยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ออกจากการเป็นผู้สมัคร เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการขออนุญาตจากต้นสังกัด และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งในการปฏิบัติงาน พร้อมชี้ประเด็นการตีความที่ส่งผลต่ออาจารย์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นข้าราชการ จนเกิดข้อเรียกร้องให้ทบทวนการห้ามมิให้เข้าร่วมได้
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ก็กราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมด้วยความเคารพว่าผมคงจะต้อง ถือโอกาสมาชี้แจงความเป็นมาเป็นไปทั้งหลายของการที่ทำไมกรรมาธิการเสียงข้างมาก มาแก้ในวันนี้ แก้รายงานที่เคยนำเสนอแล้วแจกเป็นใบแทรกมาในวันนี้ ท่านประธานครับ ก็เรียนอย่างนี้ครับว่าโดยร่างเดิมที่เป็นร่างหลักที่ใช้ในการประชุม ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือ ร่างของคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่นำเสนอเป็นร่างหลัก ในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็น กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๖/๓ ในร่างเดิมนั้นไม่ห้ามข้าราชการที่จะมาเป็น กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านจะไปดูร่างก็เห็นชัดเจน เขาใช้คำว่ารับราชการหรือเคยรับราชการ เช่น รับราชการ หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาชั้นนั้นชั้นนี้ รับราชการหรือเคย รับราชการในตำแหน่งอัยการอย่างโน้นอย่างนี้ รับราชการหรือเคยรับราชการเป็นข้าราชการ ไม่ต่ำกว่าระดับ ๘ ในกระทรวง ทบวง กรมทั้งหลาย แปลว่าร่างเดิมนั้นไม่ห้ามข้าราชการ ที่จะมาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อร่างเดิมเป็นเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ ผมเป็นผู้อภิปรายเองละว่าผมได้ข่าวว่ากรรมาธิการหลายคณะ ของรัฐสภา ของวุฒิสภา ของสภาผู้แทนราษฎร เชิญกรรมาธิการที่เป็นผู้พิพากษา เป็นตุลาการ เป็นอัยการ มาเป็นกรรมาธิการวิสามัญคณะนั้นคณะนี้ แต่ปรากฏว่าเมื่อเชิญ มาแล้วบางทีเขาแต่งตั้งไปแล้วด้วย คนเหล่านั้นก็ไปขออนุญาตหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงาน ต้นสังกัดเหล่านั้น เช่น เขามี กต. คุมผู้พิพากษาอยู่ มี กอ. คุมอัยการอยู่ กลายเป็นว่า หน่วยงานเหล่านั้นไม่อนุญาตให้มาเป็นกรรมาธิการ โดยอ้างกฎระเบียบของหน่วยงาน เหล่านั้นว่ามีกฎหมาย มีกฎระเบียบว่าจะไปเป็นอะไรภายนอกต้องขออนุญาต เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายครับ ขณะนี้ผู้พิพากษาถ้ามีตำแหน่งหน้าที่ประจำ ไม่ว่าจะอยู่ชั้นไหน ถ้าคุณ จะออกมาทำโน่นทำนี่ เป็นโน่นเป็นนี่ ต้องขออนุญาตทั้งหมด ผมก็ยกประเด็นขึ้นว่าถ้าเป็น เช่นนี้แล้ว ถ้าเราไม่ห้ามข้าราชการ หรือข้าราชการทั้งหลายทั้งปวงเป็นกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญได้หมด และถ้าเกิดกรณีเช่นนี้เป็นอย่างไร ที่ประชุมก็ยกปัญหานี้ขึ้นมา เหมือนกัน ท้ายที่สุดก็ได้ความว่าข้าราชการทั้งหลายนั้นเขามีกฎระเบียบ มีกฎหมายบังคับ มีผู้บังคับบัญชา จะไปทำหน้าที่การงานนอกเหนืออำนาจหน้าที่ต้องขออนุญาต โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการมาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านที่เคารพครับ ท่านประธานครับ ถ้าไปดู มาตราท้าย ๆ เป็นเวลา ๓๖๐ วัน แปลว่าข้าราชการเหล่านี้จะมาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องออกมาจากหน่วยงานประจำมาทำหน้าที่ตรงนั้น ๓๖๐ วันเป็นอย่างน้อย และท้ายที่สุด จะกระทบต่อหน้าที่การงานประจำหรือไม่ พออภิปรายกันเช่นนี้แล้ว ท้ายที่สุดกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันให้ตัดข้าราชการออก เอาเป็นแต่ว่าเคยเป็น เช่น เคยเป็น ผู้พิพากษาชั้นนั้นชั้นนี้ เคยเป็นอัยการชั้นนี้ เคยรับราชการไม่ต่ำกว่าระดับ ๘ อย่างโน้น อย่างนี้ แปลว่าที่เป็นข้าราชการนั้นตัดออกหมด และท้ายที่สุดที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ ก็เห็นชอบตามนี้ โดยเหตุผลก็คือความเป็นมาว่าเขามีกฎระเบียบทั้งหลายทั้งปวงที่จำเป็น จะต้องปฏิบัติ แล้วเผลอ ๆ ผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาต ทีนี้ปัญหามันเกิดที่เขามาแก้นี่ หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าวงเล็บที่ว่าด้วยอาจารย์ เขียนว่าสอนหรือเคยสอน ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จริง ๆ สอนหรือเคยสอนนี่มันก็ไม่ได้บอกว่าเป็นข้าราชการ แต่มาตรา ๒๕๖/๔ ไปเขียนลักษณะต้องห้าม ห้ามข้าราชการมาเป็น ก็เลยไปตีความว่า ถ้าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้วยังเป็นข้าราชการอยู่มาเป็นไม่ได้ มาเป็นกรรมาธิการไม่ได้ ท้ายที่สุดก็เป็นบ่อเกิดของการไปพูดคุยกันข้างนอก ผมก็พูดตรงไปตรงมา กรรมาธิการ หลายท่านก็ได้รับการ Complain จากอาจารย์ เขาบอกอย่างนี้ผมก็เป็นไม่ได้ แปลว่า คนเหล่านี้เขาต้องการมาเป็น ๑ ใน ๓๕ ของกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ข้อสังเกตของกระผมก็คือว่า ๑ ใน ๓๕ นั้น หรือ ๓๕ นั้นไม่ใช่อาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งหมด อาจจะมีอาจารย์มหาวิทยาลัยอยู่ประมาณสัก ๑ คน ๒ คน ก็สุดแต่ ก็เป็นเหตุของการแก้ไข ตรงนี้ เมื่อมาขอร้องให้ผมช่วยพิจารณาหน่อยว่าถ้าจะแก้ไขตามนี้ควรจะเป็นอย่างไร ผมเองเข้าใจธรรมชาติอาจารย์มหาวิทยาลัยครับ เคยเป็นอาจารย์มาก่อน เป็นข้าราชการ ประจำด้วย ส่วนใหญ่ก็จะมีหน้าที่สอน สอนเสร็จก็นั่งอยู่ที่ห้องสักพักหนึ่ง ก็ไปโน่นไปนี่ แต่ว่า ข้อสำคัญคุณอย่าขาดการสอน ก็ยังสามารถไปทำโน่นทำนี่ ไปทำวิจัยอะไรก็ว่ากันไป เข้าใจดี แต่ว่าการแก้เช่นนี้ก็ต้องพูดว่าแก้เพื่อให้ข้าราชการที่เป็นอาจารย์เท่านั้นสามารถเข้ามาได้ แต่ข้าราชการอื่น ๆ นั้น เช่น ผู้พิพากษา อัยการ ทั้งหลายทั้งปวงเข้าไม่ได้ เพราะเขาห้าม ข้าราชการมาเป็น ตัดออกหมดแล้วข้าราชการ ผมก็เลยตั้งข้อสังเกตไปยังเสียงข้างมาก เมื่อสักครู่ผมก็ยังไปพูดว่าสิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือว่าถ้าคุณแก้กฎหมายเช่นนี้จะเป็นการเลือก ปฏิบัติหรือไม่ แปลว่าข้าราชการอื่นเข้าได้ เป็นได้ แต่ข้าราชการอื่นเข้าไม่ได้ ผู้พิพากษา เข้าไม่ได้ อัยการเข้าไม่ได้ ซี ๘ ขึ้นไปเข้าไม่ได้ แต่เฉพาะอาจารย์ที่เป็นข้าราชการเข้าได้ เหตุผลที่เขาอยากจะแก้ก็เพราะเชื่อว่าอาจารย์เหล่านี้มีความรู้ความสามารถ สามารถที่จะรู้ เรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วจะเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ดีกว่า ผมขอเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ เรียนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายว่าก็สุดแต่จะพิจารณา แต่ว่าผมให้ระมัดระวัง ที่สุดก็คือว่าทำเช่นนี้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ มีเหตุผลอะไรที่ว่าคุณห้ามข้าราชการอื่น แต่คุณไม่ห้ามข้าราชการที่เป็นผู้สอนในมหาวิทยาลัย ก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ความเป็นมาเป็นอย่างนี้ แล้วอธิบายให้ท่านที่ประชุมฟังว่าประวัติความเป็นมาที่เราไป ถกเถียงกันในคณะกรรมาธิการเป็นอย่างไร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ