อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงขีดความสามารถของรัฐบาลชุดปัจจุบันในการบริหารงานอย่างโปร่งใสและสามัคคี โดยย้ำความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ประเทศที่สืบทอดมาจากอดีตรัฐบาล พร้อมยืนยันการคัดเลือกบุคลากรอย่างมีคุณภาพ สนับสนุนการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และย้ำจุดยืนไม่เอื้อต่อการพนัน ขณะเดียวกันประกาศความสำเร็จของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงการดำเนินการตามข้อตกลงรัฐบาลในการคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน 4 เดือน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตใช้เวลาเล็กน้อยในการตอบคำอภิปรายของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ในฐานะที่ผมก็ให้เกียรติท่านเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ท่านเคยดำรง ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แล้วก็ได้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีที่ผมเคยร่วมรัฐบาล อยู่กับท่านด้วย
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านรัฐมนตรีชลน่าน ศรีแก้ว ท่านได้ตั้งคำถามแรก มาเลยว่ารัฐบาลของผมทำได้หรือไม่ ทำเป็นหรือเปล่า ทำดีหรือเปล่า คำตอบคือทำได้ครับ สิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในคำแถลงนโยบายของผมนั้นเป็นสิ่งที่ได้ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วว่าพวกเรา ทุกคนต้องทำได้ เพราะว่าวิธีการทำงานของผมนั้นเราจะใช้คำว่า ทำได้เร็วและต้องทำเลย เพราะฉะนั้นก็ขอชี้แจงให้ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้เกิดความมั่นใจตลอดจน พี่น้องประชาชนด้วย ทำเป็นหรือเปล่า ทำเป็นครับ เพราะว่าในคณะรัฐมนตรีที่ผมได้คัดสรรมา ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพทุก ๆ ด้านที่ท่านมีอยู่ แม้กระทั่งผู้ที่ไม่เคย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน ผมก็ได้ทำการตรวจสอบประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา พฤติกรรม ซึ่งก็สามารถยืนยันได้ว่าทุกท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนในการที่จะมาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทยที่รักของเราและ พี่น้องประชาชน ผู้ที่ผมคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาว่าคือผู้ที่มีพระคุณต่อผมและรัฐบาลนี้ ทำดีหรือเปล่า ก็ขอยืนยันว่าคนเราถ้ามาถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปี ก็ต้องถือโอกาสนี้ทำดีที่สุด ให้เป็นเกียรติประวัติ แล้วก็ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดกับประเทศและประชาชนที่คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ
ดังนั้นใน ๔ ประเด็นที่ท่านบอกไว้ ต่อเนื่องมาถึงเรื่องของการขาดโอกาส ผมคิดว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะได้แสดงผลงาน เพราะว่ารัฐบาลนี้ผมได้ทำความ เข้าใจกับรัฐมนตรีทุกคนแล้วว่าไม่มีคำว่า คนละพรรค นี่คือพรรครัฐบาล ไม่มีขัดแข้งขัดขา ไม่มีความกังวลใด ๆ ที่จะเห็นว่าพรรคไหนทำอะไรแล้วจะได้รับความนิยมชมชอบจาก พี่น้องประชาชนมากกว่า ผมอาจจะโชคดีที่ผมถูกสั่งสอนมาให้เป็นคนใจกว้าง อะไรก็ตามที่ เป็นวงศ์วานว่านเครือ เป็นเครือข่ายการทำงานที่มีผมเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ใครทำอะไรแล้ว ประสบความสำเร็จ แล้วเป็นประโยชน์ ผมมักจะอนุโมทนาสาธุแล้วก็ชื่นชม แล้วก็สนับสนุน ให้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันกับผมได้ประสบความสำเร็จสูงสุด ท่านพูดว่ารัฐบาลนี้ขาดคนมีฝีมือ ก็ต้องยืนยันว่าผมให้คำเชื่อมั่นกับท่านว่าทุกคนที่อยู่ในรัฐบาลของผมนี้ ผมคัดเลือกเองครับ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากเรื่องของคุณงามความดีที่แต่ละคนได้มี ความไว้เนื้อเชื่อใจจาก พี่น้องประชาชนและผลงาน ความรู้ประสบการณ์ ผมขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาล ๔ เดือน ของผมนี่เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีฝีมือ มีความรู้ ความสามารถ ประสบความสำเร็จในชีวิต ท่านกังวลเรื่องขาดความโปร่งใส อันนี้พี่หมอชลน่านสบายใจได้ครับ ผมรับฟังท่านทุกคำ ผมจดความกังวลของท่าน แล้วก็ยินดีที่ได้มาชี้แจงครับ ความโปร่งใสนั้นเกิดจากการที่เรา จะต้องทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องตามระเบียบ และที่สำคัญก็คือต้องใจกล้าให้ทุกคนมาตรวจสอบได้ ผมยืนยันครับว่ารัฐบาลของผมจะต้อง โปร่งใส และมีการตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
ข้อกังวลสุดท้ายของท่านที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ก็คือ ดูแล้วขาดอนาคต ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนั้นก็คือการเคารพเสียงส่วนใหญ่ ไม่เอาแต่ใจมาเป็นข้อตัดสิน มีความเป็นตัวของตัวเอง ผมกลับมองเห็นต่างครับกับทางท่านชลน่าน ผมมองว่าจากนี้ไป รัฐบาลนี้จะวางรากฐาน วางแนวทางแบบอย่างที่ดีในการที่จะเป็นรัฐบาลที่จะทำให้อนาคต ของประชาธิปไตยมีความสดใส อย่างน้อยนายกรัฐมนตรีคนนี้จะไม่มีใครมาบงการได้ ตัดสินใจเอง คิดเอง แล้วหารือกับคณะรัฐมนตรีทั้งหมด หารือกับบรรดาสมาชิกรัฐสภา ทั้งหมดในการที่จะตัดสินใจที่จะทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติและประชาชน ท่านกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้จะเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ท่านพูดไม่ผิดครับ เวลา ๔ เดือน ก่อนยุบสภา วันนี้ต้องขออนุญาตท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ท่านณัฐพงษ์นะครับ ขอนับ วันที่ ๑ ตุลาคม คือวันแรก แล้วท่านนับไป ๔ เดือน ก็คือ ๓๑ มกราคม ยุบสภาแน่นอนครับ อันนี้ถือเป็นพันธะระหว่างพรรคที่ลงนามใน MOA กับทางพรรคประชาชน ผมทราบดีครับ ว่าความมุ่งหมายของเราเป็นอย่างไร ผมเห็นพ้องกับทางพรรคประชาชนครับว่า เมื่อถึงเวลา อันสมควรซึ่งมันถึงเวลาสมควรแล้วครับ เราต้องคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แต่มีติ่งท้ายนิดหน่อยครับ ติ่งท้ายที่ผมอยากจะขอ กระทำและทำให้สำเร็จ ก็คือจะเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่ต้องเข้ามาแก้ไขความเสียหาย ของประเทศที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่แล้วมาครับ ผมยอมรับในสภาพนี้และคณะรัฐมนตรี ของผมอีก ๓๕ คน จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อที่จะเรียกความเสียหาย ความสูญเสียทั้งในเรื่อง ของเกียรติภูมิของประเทศ ในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของขวัญกำลังใจและในเรื่องของ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนกลับมาสู่ประเทศไทยและคนไทยให้ได้ในระยะเวลา ทำงานที่ผมมีอยู่ ๔ เดือน ทำได้ มั่นใจว่าทำได้เพราะได้เตรียมการในเรื่องนี้มามากพอสมควรแล้ว ต้องขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านผู้อภิปรายสักนิดหนึ่งว่าบางทีการทำงานนั้น ทุกคนมีความรู้ความสามารถ แต่ต้องไม่เปรียบกันครับ บางทีพอท่านทำไม่ได้แล้วท่านไป คิดว่าคนอื่นทำไม่ได้ด้วยมันก็ไม่ถูกนัก ผมก็ดูว่าตอนที่ท่านอยู่กระทรวงสาธารณสุขประมาณ ๗ เดือน กระผมก็อยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข ๗ เดือน ผมมั่นใจว่าผมได้ทำอะไรเยอะมาก แต่ตอนนั้นอาจจะมีเรื่องของโควิด เรื่องของเหตุการณ์วิกฤติทางด้านสาธารณสุข ผมจึง อาจจะมีบทบาทมากกว่าสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งอยู่ตรงนั้นนะครับ แต่ว่าเราไม่ว่ากัน ผมเคารพท่านอยู่เสมอ ท่านมีความรู้ความสามารถในด้านวิชาชีพโดยตรงด้วย แล้วยังมั่นใจ ว่าท่านมีความเสียสละ มีความทุ่มเทให้กับบ้านเมืองไม่น้อยไปกว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในรัฐสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในนโยบายของรัฐบาลนี้ ไม่ตรงความต้องการของประชาชน ผมมองต่างนิดหนึ่งครับ รัฐบาลนี้ยกเลิกกาสิโน เลิก Entertainment Complex ไม่เอาเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ไปให้ประชาชนเฉย ๆ แต่เราใช้วิธีการมีส่วนร่วม เราไม่มอมเมาพี่น้องประชาชนด้วยการพนัน เราไม่ขยายตัว ทางเศรษฐกิจด้วยธุรกิจการพนัน ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เห็นตรงกับรัฐบาล ชุดนี้ แล้วก็นี่คือเหตุผลหนึ่งที่พรรคของผม พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่เรา ถูกเชิญออกจากรัฐบาล เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเพราะพวกเราไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ รัฐบาลในขณะนั้น และต้องขออนุญาต Claim อีกนิดหนึ่งท่าน ผมยืนยันนะครับผมชื่นชม เคารพศรัทธาเสมอกับนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค อันนี้เป็นนโยบายที่มีคุณประโยชน์ กับคนไทยมหาศาล ตราบจนถึงปัจจุบัน แต่ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ อนุทินครับ ไม่ใช่ชลน่าน ผมทำมาตั้งแต่สมัยผมอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข ๔ ปี ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในการทำงานของรัฐมนตรีหลายสิบท่านที่ผ่านมา เรื่องเหล่านี้ผมได้ใช้เวลาทั้ง ๔ ปี ประสานงานกับทางสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ทำเรื่องทั้งฟอกไตฟรีทั้งหมดนะครับ ซึ่งก็เสียดายมากว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว เอาฟอกไตฟรีทั้งหมดออกไปเป็นฟอกไตฟรีบางส่วน ผมจะเอากลับมาครับ ใน ๔ เดือนนี้ ผมจะเอากลับมา แล้วสิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านพัฒนา พร้อมพัฒน์ จะต้องทำให้ผมเห็นภายใน ๒ เดือน จริง ๆ ต้องสั้นกว่านั้นด้วย ไม่อย่างนั้น ผมต้องไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเองนะครับ เรื่องที่ท่านบอกว่ามีการพยายามดึงซื้อตัวเลข ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ รวมกันแล้วก็เป็นหลายล้านอยู่ ตัวเลขเหล่านี้สำหรับผมถือเป็นตัวเลขอัปมงคลครับ มีความพยายามที่จะมีตัวเลขนี้มาทำให้ คนในพรรคฝ่ายค้านหลายคนในสมัยนั้นไขว้เขว แต่โชคดีที่ว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ทุกคน เห็นว่ามันเป็นตัวเลขที่ไม่เป็นมงคลครับ มันเป็นตัวเลขที่เอาไปแล้วไปทำให้อนาคตของ ประชาธิปไตยมืดมนอย่างที่ท่านกังวล แต่คนที่ทำมันเป็นฝั่งที่อยู่ในรัฐบาลตอนนั้นไม่ใช่ มาจากพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน ผมอยากจะขอให้ท่านได้มีความมั่นใจ แล้วก็ผม และทีมงานพร้อมที่จะให้การพิสูจน์ทุกคน ผมเคยอยู่ในรัฐบาลเดียวกับท่าน นโยบายต่าง ๆ ผมก็พยายามที่จะตอบสนองทุกเรื่อง ยกเว้นเมื่อมันไปแตะถึงความมั่นคงของประเทศ ความเสียหายของประเทศ แล้วก็คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมจึงต้องตัดสินใจ ที่ไม่ร่วมนโยบายนี้กับท่าน แล้วก็ถือว่าเป็นเกียรติครับ ที่ถูกเชิญออกมาและทำให้ พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบว่าพรรคไหนที่คิดถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ท่านบอกว่านโยบายของรัฐบาลนี้เป็นปัญหามากกว่าทางออก ผมและ คณะรัฐมนตรีของผมทั้ง ๓๖ คน ตอบแทนได้เลยครับว่า ไม่ใช่ครับ นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ และการกระทำของรัฐบาลชุดนี้ ของคณะรัฐมนตรีทุกคนที่จะต้องทำงานอย่างหนัก เราจะ ผลักดันทุกนโยบายให้เป็นทางออกของประเทศครับ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะจบก็ต้องขอ ย้อนคำพูดอันนี้ก็ต้องถือว่าเราเคยอยู่ด้วยกัน ๒๐ กว่าปีก่อนผมอยู่ในคณะรัฐบาล ซึ่งมี ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่พวกเราทุกคนก็ยอมรับในความเป็นผู้นำของท่าน ทำความเจริญมากมายให้กับประเทศก็คือท่านทักษิณ ชินวัตร เมื่อใดก็ตามที่มีการประชุม คณะรัฐมนตรีแล้วมีการพูดถึงปัญหาให้คณะรัฐมนตรีฟังทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ตอนนั้น ผมเป็นรัฐมนตรีแล้ว ท่านชลน่านก็น่าจะมีส่วนร่วมแล้วตอนนั้นท่านเป็นเลขาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอยู่เราทำงานด้วยกัน ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วผมก็ จำมาจนถึงวันนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านมักจะไม่พอใจกับคณะรัฐมนตรีที่นำเอา ปัญหามาเป็นข้อแก้ตัวในการทำงาน ซึ่งตั้งแต่วันนั้นมาผมก็บอกกับตัวเองว่าจะไม่มีวัน ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับผม ถ้าผมจะต้องทำงานไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือจะไปทำงานที่ไหน ก็ตาม เมื่อใดก็ตามมีปัญหาเช่นนี้ท่านจะปิดไมโครโฟนรัฐมนตรีคนนั้นแล้วพูดว่าจำไว้นะ Losers See Problem In Every Solution ภาษาไทยก็แปลว่าจำไว้นะผู้แพ้จะเห็นปัญหา ในทุกทางออก และ Winner See Solution In Problem ซึ่งก็คือผู้ชนะจะเห็นทางออก ในทุกปัญหา ตัวผมและคณะรัฐมนตรีทั้ง ๓๖ คนเป็นอย่างหลังครับ ชนะ ไม่ชนะไม่รู้ แต่พวกผมเห็นทางออกในทุกปัญหา จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในการทำความเข้าใจกับสมาชิกรัฐสภาและพี่น้องประชาชนทุกท่านถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ ของรัฐบาลชุดนี้ กราบขอบพระคุณครับ