วันไชย แจงแนวทางเร่งลงทุน-กระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเลือกตั้ง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

วันไชย เอกพรพิชญ์ แสดงความเห็นต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้ใช้เวลา 4 เดือนแรกให้เกิดผลทันที ผ่านการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ การพัฒนาท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ พร้อมผลักดันการลงทุน เร่งแก้ปัญหาหนี้ภาครัฐ ส่งเสริม SMEs และดึงดูดนักลงทุน เพื่อสร้างงาน รายได้ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น ก่อนการเลือกตั้ง โดยเน้นการแปลงนโยบายให้เป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ทันที

พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียน ท่านประธาน ผม พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์ ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาต ร่วมแสดงความเห็นต่อคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะนโยบายในด้านเศรษฐกิจและการบริหารภาครัฐ ในช่วงเวลา อันน้อยของรัฐบาลเอง ซึ่งก็ควรจะใช้งบประมาณที่มีที่จำกัดให้ตรงจุด ให้สามารถที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริงในเวลาอันสั้น ก็ประมาณ ๔ เดือนตามที่ท่านได้ทำ MOA กัน ไว้ครับ ท่านประธานครับ ประชาชนต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ไม่ใช่แค่เพียงคำ แถลงก็อาจจะสูญเปล่าได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องกำหนดนโยบายที่เห็นผลเร็วทวีคูณกระจาย รายได้ สามารถจะสร้างรายได้ ลดรายจ่าย แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นได้รับสิ่งที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลา ๔ เดือน สิ่งที่แน่นอนนะครับ วันนี้ ๔ เดือนที่ประชาชนรอ ผมเชื่อว่าถ้า ๔ เดือนท่านยุบสภาจริง ๆ แล้ว ๔ เดือนนั้นเงินจะสะพัดทั้งประเทศไทย และนั่นเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ แล้วก็จะได้ มีนิมิตหมายที่ดีในการบริหารราชการแผ่นดินกันต่อไป ผมขออนุญาต มีเวลาสั้นนะครับ ปัจจุบันนี้เนื่องจากว่าธุรกิจต่าง ๆ ภาคประชาชนต่าง ๆ รอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งท่านมีเวลาอยู่ ๔ เดือน สิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็โครงการคนละครึ่งที่ทุกคนได้รับรู้รับทราบว่า สามารถที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายได้ทันทีและกระจายรายได้ไปถึงพี่น้องประชาชนได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าไม่มีดำเนินการโครงการใหม่หรือไม่มีแรงส่งที่จะเทียบเท่ากับ โครงการคนละครึ่งแล้ว ผมว่าเศรษฐกิจของประเทศก็อาจจะไปสู่การซบเซาได้นะครับ เห็นนโยบายของท่านในเรื่องของเศรษฐกิจในข้อที่ ๔ ก็คือเรื่องการท่องเที่ยวครับ การท่องเที่ยวนี้เราอยู่จุด ๆ นี้ ที่จริงเราต้องทำทันทีนะครับ เราเป็น Hub ส่วนตรงนี้เลย ท่านประธานครับ เราเป็น Hub ทางสายการบิน ทางโลจิสติกส์ ทางของอาเซียน ทางสินค้า ด้านบริการการท่องเที่ยวครบวงจรอยู่ที่เราหมด และยังมีพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางไปมาแค่ ๑-๒ ชั่วโมงก็ถึงแล้วนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นว่าเรามีโอกาสทางเศรษฐกิจตัวเลขที่จะให้เห็น เรื่องการท่องเที่ยวก็คือผู้โดยสารเราที่ Transit ผ่านสนามบินสุวรรณภูมินี้วันหนึ่งประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คนต่อวัน เพราะฉะนั้นหากเราดึงออกมาเที่ยวเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ เราจะ ได้ประมาณ ๓,๕๐๐-๔,๐๐๐ คนต่อวัน เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายค่าเฉลี่ยตรงนี้จาก นักท่องเที่ยวต่างชาติ ๑ วัน เท่ากับเราได้ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๔-๒๐ ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ ๕,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี หากเราขยายสนามบินไปยังเมืองรองอย่างที่ท่านว่านะครับ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ อู่ตะเภา เราจะมีมูลค่าที่สูงกว่านี้เยอะ นี่คือจุดแข็งของบ้านเรา

อีกเรื่องครับท่านประธานครับ สิ่งที่ต้องพูดถึงก็คือในเรื่องของการลงทุน ในเรื่องของสงครามการค้า ท่านได้มีนโยบายไว้นะครับก็คือในเรื่องของเห็นว่าตั้งทีมเศรษฐกิจ ขึ้นมาเฉพาะทางภาครัฐและเอกชนนะครับ ต้องการที่เจาะตลาดนะครับ สินค้าที่ประเทศอื่น เขาเสียเปรียบภาษีนะครับเราก็ผ่อนปรนได้ เพิ่มสิทธิพิเศษทาง BOI ได้สำหรับผู้ลงทุนจริง ภายใน ๔ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านทำได้ท่านก็สามารถดึงโรงงานอิเล็กทรอนิกส์หรือ โรงงานที่เป็นอุตสาหกรรมที่มาสร้างงานได้หลายหมื่นตำแหน่งสำหรับประเทศเรานะครับ เพราะฉะนั้นท่านเป็นโอกาสที่จะต้องเปิดโอกาสให้กับตัวเอง หากท่านช้านะครับนักลงทุน เวียดนาม นักลงทุนมาเลเซียก็จะเข้ามาแทนทันทีนะครับ เขาก็ย้ายฐานการผลิตไปยัง ประเทศนั้น ส่วน SMEs ก็เหมือนกันในภาคประชาชน ท่านก็ทราบดีว่าประมาณ ๓ ล้านคน ที่เป็น SMEs จริง ๆ แล้วที่อยู่ในตลาดที่เข้าถึงทุนจริง ๆ ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คน ท่านคิดดูว่าถ้ารัฐบาลเน้นถ้าหากว่าท่านจะแก้ปัญหาหนี้นี้จริง ๆ ไม่ใช่เอาเงินมาแจกมาหว่าน แบบนี้นะครับ ท่านก็สามารถที่จะเร่งจ่ายเงินค้างจากภาครัฐ เช่นว่าเงินประกันสังคม กองทุน ทดแทน ค่าใช้จ่ายที่ศาลสั่งไปแล้วว่ารัฐบาลต้องจ่าย หากรัฐบาลจ่ายหนี้ค้างเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะมีเงินหมุนเวียนในระบบหลายหมื่นล้านบาทนะครับ นี่หากรัฐบาลจ่ายจริง ก็ยิ่งจะทำให้สภาพต่าง ๆ ของ SMEs จะเพิ่มขึ้นมาได้ แล้วกิจการต่าง ๆ ก็ไม่เสี่ยงต่อการ ล้มละลาย สุดท้ายท่านประธานครับ ผมฝากรัฐบาลว่าท่านจะต้องเร่งแปลงนโยบายให้เป็น โครงการปฏิบัติให้ได้จริงภายใน ๔ เดือน ให้สามารถที่จะเห็นผลได้เร็ว กระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวได้ ถึงพี่น้องประชาชนได้ทันที สร้างรายได้นะครับ ท่านจะดำเนินการแผน ดำเนินการอะไรก็แล้วแต่ต้องรีบทำ แล้วก็อีกเรื่องก็ต้องมีการส่งแรงส่งเสริมทางเศรษฐกิจ ถ้าหากว่ามีการใช้จ่ายเกิดขึ้น มีการจ้างงานในโรงแรม พนักงานแม้ ๑ คน ก็จะส่งผลต่อ ครอบครัว ต่อธุรกิจ ต่อ SMEs ต่าง ๆ แล้วจะขยายไปยังหลายวงจรนะครับ ประโยชน์ที่ท่าน ต้องทำให้พี่น้องได้รับก็คือเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่หลายจังหวัดท่านลำบากมาก ผู้ประกอบการเองก็ลำบากมากนะครับ เพราะฉะนั้น ต้องดึงการลงทุนดูดมานะครับ ต้องเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวตามที่แจ้งไป แล้วก็ต้อง สร้างแรงส่งทางเศรษฐกิจก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง หากรัฐบาลทำได้ก็จะเป็นมรดกเชิงบวก ที่ทิ้งไว้ก่อนที่จะยุบสภา ถ้าหากว่าท่านไม่ทำคำแถลงวันนี้ก็เป็นเพียงแต่สูญเปล่าเท่านั้นเอง ขอบคุณท่านประธานครับ