ณัฐวุฒิ ชี้ร่าง พ.ร.ป. ป.ป.ช. ขัดหลักความเสมอภาค ยันคัดค้านการโอนคดีทุจริต

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้แจงประเด็นการแก้ไขหลักการในร่าง พ.ร.ป. ป.ป.ช. โดยคัดค้านการโอนคดีทุจริตจากอัยการทหารไปให้อัยการสูงสุด และเรียกร้องให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้ว่าการแก้ไขกฎหมายขัดกับหลักความเสมอภาคและสิทธิในการพิจารณาคดี โดยวิพากษ์วิจารณ์การขยายอำนาจศาลทหารในสถานการณ์ปกติ และเรียกร้องให้ระบุระยะเวลาชัดเจนสำหรับการใช้บทเฉพาะกาลเพื่อป้องกันปัญหาการประวิงคดี ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยกรรมาธิการเสียงข้างมาก เนื่องจากขัดต่อหลักการสากลและหลักสากล จึงยืนยันที่จะลงมติตามข้อเสนอของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองก็ไม่ได้มีความรู้มากนัก เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตยืมคำท่านอรรถกรมาก่อนนะครับก็คงต้องอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามผมมีความเห็นที่แตกต่างไปนะครับผมคิดว่า มาตรา ๑๙๙ นั้น มีทั้งประเด็นที่บอกว่าศาลทหารมีอำนาจอย่างไร และทั้งนี้เปึนไปตามที่ กฎหมายบัญญัติ ซึ่งอันนั้นก็คงเปึนอีกหนึ่งประเด็นที่วันนี้คงไม่จำเปึนต้องมาพูดกัน แต่สิ่งที่ ผมจำเปึนต้องพูด แล้วก็ต้องพูดทั้งในแง่ของการตั้งคำถามต่อกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็ ต้องพูดทั้งในแง่ของความจำเปึนต้องขอสนับสนุนหรือยืนยันต่อกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่มีการสงวนคำแปรญัตติไว้ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ผมใช้คำนี้ก่อน ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉะนั้น นี่ไม่ใช่การพิจารณากฎหมายปกติ มันก็เหมือนกับกรณีที่ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับว่าญัตติ ไม่ไว้วางใจกับญัตติทั่วไปนั้นนี่ไม่เหมือนกัน ในเมื่อเปึนการไม่ได้พิจารณาเรื่องของกฎหมาย ปกติแต่เปึนระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ ผมก็จำเปึนต้องชี้ไว้ก่อนว่า การจะแก้ไขหลักการเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในกฎหมายอื่นในระดับพระราชบัญญัติ หรือแม้กระทั่ง ในระดับพระราชบัญญัติส่วนใหญ่ที่เราผ่านมานั้นก็เปึนการแก้ไขหลักการเพียงเล็กน้อยครับ แต่มิใช่การแก้ไขหลักการใหญ่ นี่เปึนประเด็นที่อยากให้เพื่อนสมาชิกได้พิจารณา ถามว่า หลักการกฎหมายฉบับนี้มาอย่างไรครับ หลักการกฎหมายฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกลงคะแนน ด้วยเสียงท่วมท้น ไม่ใช่ว่าเสียงข้างมากที่ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่เปึนเสียงท่วมท้น ที่เห็นด้วยกับหลักการ หลักการมีเพียง ๒ ข้อเองครับ ข้อที่ ๑ ก็คือการยกเลิกการดำเนินคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเปึนบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร คือยกเลิกความ ในมาตรา ๙๖ วันนี้ท่านไม่ได้แก้มาตรานั้น ไม่เปึนไร เพราะเท่ากับว่าเปึนการรับหลักการ และยกเลิกมาตราที่สภารับหลักการมา แต่หลักการประการที่ ๒ ท่านบอกว่ากำหนดให้บรรดา คดีทุจริต ซึ่งที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของอัยการทหารก่อนวันที่กฎหมายฉบับนี้จะมีผล บังคับใช้ให้เปึนอำนาจที่โอนไปให้อัยการสูงสุดเปึนผู้ไปดำเนินการ ตอนท้ายนะครับ ในศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้เกิดผ่านสภาวันนี้มีผล ทันทีปุ็บกรณีการดำเนินคดีของอัยการศาลทหารที่มีอยู่ก่อนต้องถูกส่งไปให้อัยการสูงสุด เปึนผู้ดำเนินการและไปอยู่ในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเท่านั้น ก็ต้องถามท่านว่า บทบัญญัติของมาตรา ๔ นั้นที่ท่านมีการแก้ไขนั้นเปึนไปตามหลักการข้อนี้หรือไม่ แล้วก็ต้อง ถามว่ากรณีที่ท่านบอกว่าใช้วิธีการแก้โดยการเขียนข้อสังเกตเหมือนที่เราอาจจะผ่านกฎหมาย ในระดับพระราชบัญญัติมาบางฉบับนั้นใช้ได้กับกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญหรือไม่ แน่นอนครับผมว่าเราอาจจะไม่ใช่องค์กรที่วินิจฉัยสุดท้าย เพราะว่า ในท้ายที่สุด พ.ร.ป. ประกอบรัฐธรรมนูญก็อาจจำเปึนจะต้องมีการส่งไปให้องค์กรอิสระ ที่เกี่ยวข้องเปึนผู้พิจารณา แต่อยากชวนเพื่อนสมาชิกว่านี่เปึนประเด็นสำคัญประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ประการที่ ๒ ก็คือว่าแล้วถ้าอย่างนั้น บทบัญญัติ มาตรา ๔ ที่เขียนมานี้เปลี่ยนหลักการพื้นฐานอย่างไร กฎหมายฉบับนี้นะครับกำหนดไว้ใน มาตรา ๒ บอกให้มีผลบังคับใช้ทันทีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ท่านไปชะลอ กระบวนการ ไปชะลอกระบวนการที่บอกว่าในวรรคสองที่ท่านเพิ่มเข้ามาผมไม่ได้ลงรายละเอียด ไปบอกให้ศาลทหารยังมีอำนาจในการพิจารณาอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนผู้มีอำนาจในการดำเนินการ นี่ก็ขัดกับหลักพื้นฐานที่ตัวแทนศาลยุติธรรมที่นั่งเปึนกรรมาธิการท่านบอกแล้วครับ บุคคล ย่อมเสมอกันในทางกฎหมายนี่ก็ขัดกันแล้ว การกระทำแบบหนึ่งขึ้นศาลทหาร การกระทำ แบบหนึ่งขึ้นศาลในรูปแบบที่เรียกว่า ศาลอาญาทั่วไป ถ้าเปึนกรณีมีภัยสงคราม มีกฎอัยการศึก มีสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ว่ากันเลยครับ แต่นี่เปึนสถานการณ์ปกติ เพื่อนสมาชิกผมยกตัวอย่าง แม้กระทั่งให้เห็นว่านายทหารขี้โกงแม้กระทั่งเงินเบี้ยรายวัน หรือแม้กระทั่งค่าอาหารประจำวัน ของทหารเกณฑ์นี่นะครับ แทนที่จะถูกดำเนินคดีในศาลปกติถ้าเขียนแบบนี้ กลับกลายเปึนถูก ดำเนินคดีในศาลทหารต่อไป และเราก็ไม่รู้ว่าผลการดำเนินการนั้นจะออกมาเปึนอย่างไร ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันก็คือว่าในเงื่อนไขรายละเอียดแบบนี้ที่เปึน การถูกตั้งคำถามว่าและจำเปึนต้องไปออกการแก้ไขกฎหมาย ๒ ฉบับ ก็คือกฎหมายว่าด้วย ธรรมนูญศาลทหารและกฎหมายวิธีพิจารณาคดีของ ป.ป.ช. คำถามก็คือว่าเมื่อไรครับ ผมพยายาม ไปอ่านข้อสังเกตท่านนะครับ ท่านใช้คำว่า มีการเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลแล้วจะมีการแก้ไข ธรรมนูญศาลทหาร มีการแก้ไข พ.ร.บ. คดีอาญาทุจริต ที่เปึนเรื่องวิธีพิจารณาในอนาคต แต่คำว่าในอนาคตต่าง ๆ มันไม่ได้มีเงื่อนเวลาเปึนตัวประกอบ ฉะนั้นผมอยากฟังเสียงท่านว่า ในชั้นกรรมาธิการใครเปึนคนยืนยันว่าบทเฉพาะกาลที่ให้ใช้ไปพลางก่อนนี้จะใช้ไปพลางก่อน แค่ไหนถึงเมื่อไร กระบวนการจะเกิดขึ้นอย่างไร และจะเปึนอย่างที่ตัวแทนกรรมาธิการ จากศาลยุติธรรมกังวลไหมครับว่าในกรณีแบบนั้นต่างหากที่อาจจะนำไปสู่การประวิงคดี เสียมากกว่าจะทำให้กรณีที่เกิดการทุจริตในศาลทหารนั้นถูกแก้ไขด้วยซ้ำ นี่ยิ่งเปึนอันตราย ต่อความเชื่อมั่นในสถาบันทหารที่เปึนสถาบันที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีใด ๆ ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ยิ่งขึ้นไปอีกครับท่านประธาน

ประการสุดท้าย เปึนประการที่ ๔ ครับ ประการสุดท้ายก็คือว่า ด้วยเหตุที่ผม ไม่อาจรับในสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมากท่านตั้งมาได้ ความจริงถ้าท่านส่งรายงานกรรมาธิการ ให้พวกเราดูนะครับ เราจะชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมจำเปึนต้องยืนยันครับว่าสิ่งที่ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยหลายท่านสงวนไว้ เอาหลักที่อยู่ในหลักการมาเขียนไว้ เอาหลัก ที่อยู่ในหลักการว่าให้ศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคือศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และในขณะเดียวกันนั้นเอาประเด็นเรื่องของอัยการสูงสุดเปึนผู้ดำเนินการมาใส่ไว้ ซึ่งผมคิดว่า นี่ตรงกับหลักการ นี่ตรงกับหลักสากล นี่ตรงกับหลักที่เรารับหลักการมาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข กฎหมายฉบับนี้มากกว่า พวกผมยืนยันจำเปึนที่จะต้องลงมติตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ได้จำเปึนหรอกครับ แต่เปึนไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่ควรถูกบังคับใช้กฎหมาย ในลักษณะเดียวกันครับ ขอบคุณครับ