สหัสวัต คุมคง อภิปรายคัดค้านการยื่นญัตติขอตีความรัฐธรรมนูญซ้ำซ้อน โดยชี้ว่าคำวินิจฉัยปี 2564 ของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว การส่งเรื่องไปศาลอีกครั้งเกิดจากความกลัวและทำให้เสียเวลา รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ขอชื่นชม ท่านประธานอาจารย์วันนอร์ได้กล่าวอธิบายละเอียดมากเรื่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในป้ ๒๕๖๔ ซึ่งจริง ๆ แล้วอันนี้เปึนคำตอบทั้งหมดเลยครับว่าทำไมเราถึงไม่มีความจำเปึน ในการต้องส่งศาลรัฐธรรมวินิจฉัยตีความอีก แต่ว่าในฐานะที่ต้องอภิปรายเรื่องนี้ผมขอ อภิปรายแบบนี้ว่าญัตตินี้ครับเปึนญัตติที่ถูกยื่นเข้ามาด้วยความกลัว แล้วเปึนความกลัว ที่กำลังทำให้สภาแห่งนี้และประชาชนเสียเวลาครับ ท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านในสภาแห่งนี้ ก็ได้อภิปรายกันครับว่าเรากำลังจะเดินไปข้างหน้าแบบพุ่งชนโดยให้เห็นว่ามีเหวอยู่ข้างหน้า มีกำแพง มีต้นไม้ โน่น นี่ นั่น อยู่ข้างหน้ากำลังจะวิ่งไปชน แล้วหนทางในการแก้รัฐธรรมนูญ มันอาจจะติดหล่ม ท่านประธานผมขอพูดแบบนี้ครับ ยิ่งจากที่ท่านประธานวันนอร์ได้พูด อธิบายเมื่อสักครู่กำแพงเหล่านั้น อุปสรรคเหล่านั้นเปึนความกลัวที่เราสร้างขึ้นกันเองทั้งหมดเลย เพราะจริง ๆ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนในคำวินิจฉัย ป้ ๒๕๖๔ ครับ แล้วมันวินิจฉัยมาแล้ว เรากลับไปถามแล้วถามอีก เรากำลังทำตัวเหมือนเด็กขี้ขลาดที่คิด อะไรเองไม่ได้ ตัดสินใจเองไม่ได้เลยต้องกลับไปถามพ่อทุกครั้งหรือครับในการตัดสินใจ ซึ่งผม งงมากแบบนี้ ถามไปแล้วครั้งหนึ่งพ่อบอกมาแล้วว่าต้องทำแบบนี้ก็ยังจะไปถามพ่อครั้งที่ ๒ ซึ่งมันไม่ควรมีครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ ยิ่งไม่ควร ท่านประธานครับ เรื่องนี้นะครับ มันเกิดจากความกลัวแล้วกำลังทำให้ประชาชนและสภา แห่งนี้เสียเวลาครับ ถ้าเรามีมติยื่นไปศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตีความอีกครั้งหนึ่งมันก็จะ ออกมาหลาย ๆ ทางได้เช่นเดียวกันครับ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับตีความเหมือนกับที่ ไม่รับตีความเมื่อป้ ๒๕๖๗ นี่ เราก็เลยจะเสียเวลาของสภาแห่งนี้ เสียเวลาไปอีก แล้วถ้าไม่รับ ท่านจะทำอย่างไร ท่านก็บอกว่าในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องมี ๒ ฝ์ายที่เห็นต่างกัน ความเห็นต่างนี่ มันมีตลอด มีมาอย่างยาวนานแล้วครับ และความเห็นต่างที่ผมสงสัยมันคือเห็นต่างอะไรครับ ไม่ใช่ว่าเปึนความเห็นต่างในรัฐบาลเองหรือครับ เมื่อสักครู่ท่านวิทยา แก้วภราดัย กระผม ขอเอ่ยนามนะครับ ก็มาพูดกลางสภาแห่งนี้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้เห็นด้วยกับการ แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจริง ๆ นี่คือนโยบายของรัฐบาลโดยตรง ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลสามารถ พูดว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลในกลางสภาแห่งนี้ได้แล้วหรือครับ อันนี้ผมไม่ทราบเลย จริง ๆ ครับ แล้วยิ่งท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ที่พูดเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็บอกว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาจะได้คุยกันได้ ที่ผ่านมาคุยกันไม่ได้หรือครับ ผมงงมากเลยครับ จริง ๆ ผมก็คิดว่าท่านนายกแพทองธารมีภาวะความเปึนผู้นำที่จะสามารถดึงพรรคร่วม รัฐบาลให้เห็นไปในทางเดียวกันได้ แต่ตอนนี้เริ่มตั้งข้อสงสัยแล้วครับเพราะว่าออกมาพูด กันเองเหมือนคุยกันไม่ได้แล้วครับ แล้วถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับ แล้วใช้เวลานานในการวินิจฉัย เราจะทำอย่างไร เราจะต้องรอต่อไปหรือครับ สมมุติศาลรัฐธรรมนูญรับแล้วใช้เวลา ๑ ป้ แล้วยังไม่มีคำตอบมาที่สภาแห่งนี้ ระหว่างนั้นเราทำอะไรครับ มันยิ่งทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ ที่เปึนวาระที่ประชาชนทั้งประเทศเห็นชอบ เปึนฉันทามติร่วมกันนี่ ดูได้จากเสียงเลือกตั้ง ป้ ๒๕๖๖ เลยครับ มันยิ่งช้าไปอีก แล้วสมมุติรับแล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาว่าก็ทำ ประชามติ ๒ ครั้งเหมือนเดิม นี่ยิ่งเปึนการเสียเวลาไปอีกครับ เหมือนกับไปถามซ้ำถามซ้อน แล้วสมมุติว่าศาลรัฐธรรมนูญรับแล้ววินิจฉัยมาว่าให้ทำประชามติ ๓ ครั้ง ยิ่งงงเลยครับ นี่เปึนการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดเพี้ยนกลับคำวินิจฉัยของตัวเองครับ ยิ่งถ้าเราย้อนกลับไปดู ประวัติศาสตร์ชาติไทยทำรัฐธรรมนูญมา ๑๑ ครั้ง อันนี้ไม่นับที่รัฐประหารนะครับ ไม่เคย มีการทำประชามติก่อน มีแค่ ๒ ครั้งที่ทำประชามติหลังร่าง ป้ ๒๕๓๙ รัฐสภาก็ลงมติให้ทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่ได้มีการทำประชามติ แล้วถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องทำ ประชามติ ๓ ครั้งนี่ เราจะกลับไปอธิบายประวัติศาสตร์อย่างไรครับ ครูสอนประวัติศาสตร์ ครูสอนกฎหมายตอนนี้งงไปหมดเลยครับ เราจะย้อนกลับไปอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไร ใช้อะไรมาอธิบายนักเรียนที่กำลังเรียนกฎหมายอยู่ตอนนี้ ท่านประธานครับ นี่คือความกลัว ที่ทำให้เกิดความเสียเวลา ซึ่งผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านจะพิจารณาสิ่งนี้ด้วยความหวัง ยิ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานมาพูดนี่ผมคิดว่าความหวังมันยิ่งชัดเจนว่าเราไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว สิ่งที่ท่านประธานวันนอร์อธิบายเมื่อสักครู่ ชี้แจงเมื่อสักครู่คือคำตอบที่ดีที่สุดและชัดเจน ครบถ้วนมาก ๆ ครับว่าสภาแห่งนี้ทำอะไรได้บ้างและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๔ นี่ มันเปึนอย่างไร แต่ผมมีอีกเรื่องครับท่านประธาน เวลาบอกว่าพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล จริงใจในการยื่นเพื่อตีความกับศาลรัฐธรรมนูญนี่ เพื่อบอกว่าเราจะเอาอย่างไรกันดีแต่ผม สงสัยอย่างหนึ่งครับ ทำไมคำถามที่ส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้ถึงมีคำถามเดียว คือรัฐสภา จะสามารถบรรจุวาระและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติให้จัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยยังไม่มีผลการออกเสียงประชามติว่าประชาชนประสงค์จะให้มี รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ คำถามเดียว แต่ตอนป้ ๒๕๖๗ นี่ท่านส่งไปถาม ๒ คำถาม และคำถามที่ ๒ ที่ท่านตัดทิ้งเปึนคำถามที่สำคัญมาก ๆ คำถามที่ท่านยื่นไปถามในป้ ๒๕๖๗ คือรัฐสภาสามารถบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใดแล้ว แล้วจะทำให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติ เสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จะสามารถกระทำในขั้นตอนที่รัฐสภาลงมติ ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่สามแล้ว โดยสอบถามไปพร้อมกับ กรณีมาตรา ๒๕๖ (๘) ได้หรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยที่ ๒/๒๕๖๔ หากไม่ได้จะต้องสอบถามในขั้นตอนใด ซึ่งคำถามนี้ต่างหากที่เปึนคำถามชัดเจนว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ล้อกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๖๔ แต่ท่านกลับตัดคำถามนี้ทิ้ง ผมเลย ยิ่งต้องงงว่าสรุปท่านจริงใจกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านในสภา แห่งนี้ก็อภิปรายว่าเราต้องทำให้รัฐธรรมนูญมันทำได้ ไม่ใช่แค่ได้ทำ ที่ผ่านมาทำอะไรอยู่ครับ การที่เรามาคุยกันเรื่องนี้ได้ การที่มีการบรรจุร่างแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาในสภาแห่งนี้ที่ต้องมา คุยกันเรื่องนี้ ณ ที่แห่งนี้ตอนนี้ก็เพราะคนที่ยืนยันว่าประชามติแค่ ๒ ครั้งก็พอนะครับ คนที่กังวล เรื่องนี้ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมาอย่างนี้เลยครับ แล้วท่านเสียเวลา มาอย่างยาวนานในการแก้รัฐธรรมนูญตั้งแต่เลือกตั้งป้ ๒๕๖๖ ก็มีการตั้งคณะกรรมการศึกษา การทำประชามติเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคณะกรรมการชุดนี้ ทำอะไรครับสุดท้ายความขัดแย้งก็ยังคงอยู่ แล้วก็เปึนความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งนั้นเลย แล้วถึงเวลาก็ต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วเราก็เสียเวลาสภาแห่งนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำไปซ้ำมาประชาชนก็เสียโอกาส แล้วต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ที่เห็น กันว่ามันมีปัญหาแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ตอนนี้มันไม่ทันป้ ๒๕๗๐ แล้วด้วยซ้ำครับ เราคาดหวังกันว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่การเลือกตั้งป้ ๒๕๗๐ ตอนนี้ก็ไม่ทัน แล้วยัง จะเสียเวลา ๆ กันไปอีก ประชาชนจะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ที่เขาก็รู้กันว่ามีปัญหา แบบนี้อีกนานแค่ไหนครับ วันนี้ผมขอเรียกร้องเพื่อนสมาชิกทุกท่านลงมติด้วยความหวัง ลงมติ ด้วยความกล้าครับ ด้วยการที่ต้องยืนหยัดตามหลักการที่ควรจะเปึน ยิ่งเรามีผู้เชี่ยวชาญ อย่างท่านอาจารย์วันนอร์อธิบายให้เราอย่างชัดเจนครบถ้วนแบบนี้ผมไม่เห็นเหตุอะไรที่เรา ต้องกลัวแล้วส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกแล้ว วันนี้ให้ใช้สภาแห่งนี้เปึนที่สร้างความหวัง ให้กับประชาชนคนไทยกันเถอะครับ ให้กับประชาชนทั้งประเทศที่จะได้มีความหวังในการมี รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด ขอให้ลงมติด้วยความหวังครับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอบคุณครับ