ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อภิปรายสนับสนุนญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาอำนาจหน้าที่รัฐสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ขาดความชอบธรรมและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยชี้ว่าหากไม่ผ่านวาระนี้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญจะล้มเหลว และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยต้องทำให้สำเร็จตามนโยบายที่สัญญาไว้
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอร่วมอภิปรายในการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ รัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งเสนอโดยท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และ นายแพทย์ เปรมศักดิ์ เพียยุระ ประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ไม่ว่าในที่ประชุมรัฐสภาของเรา จะมีความเห็นแตกต่างกันเพียงใดค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา คือเราต้องทำให้รัฐสภาทำหน้าที่ได้ตามกลไกและอำนาจที่มีค่ะ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะพี่น้อง ประชาชนหลายคนเห็นว่ารัฐสภาเดินหน้าต่อไม่ได้ เพราะมันมีความเห็นต่างในเรื่องของ อำนาจหน้าที่ที่ว่านั้น ซึ่งเปึนกำแพงกั้นไม่ให้พวกเราทุกคนเดินหน้าพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อไปค่ะ นี่จึงเปึนเหตุผลที่ดิฉันจะขอเปึนอีก ๑ เสียงเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้รับ ฉันทามติจากพี่น้องประชาชนให้มาทำหน้าที่ในห้องประชุมแห่งนี้ร่วมลงมติสนับสนุนญัตตินี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อเตะถ่วงเวลาหรือยืดเยื้อออกไปนะคะท่านประธาน แต่เพื่อให้กระบวนการ แก้ไขรัฐธรรมนูญของเราไม่สะดุดเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใหม่ที่ทำได้ไม่ใช่แค่ได้ทำค่ะ สิ่งที่ดิฉันพูดจนถึงวินาทีนี้ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินว่าทุกคนและทุกฝ์ายล้วนตระหนักกันดีว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๖๐ มีปัญหาและจำเปึนต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้สถานการณ์พิเศษค่ะท่านประธาน ซึ่งกระบวนการยกร่างไม่ได้เป่ดโอกาส ให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หรือแทบจะเรียกได้ว่าขาดความชอบธรรม เสียด้วยซ้ำ ดังนั้นตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำกันเลย คณะกรรมการยกร่างที่มาจากการแต่งตั้ง ของผู้ก่อการรัฐประหารอย่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. กระบวนการกลางน้ำ ก็เช่นเดียวกันค่ะบรรดาสารัตถะที่ไม่เปึนประชาธิปไตยทั้งที่โจ่งแจ้งและที่สอดไส้อยู่ใน บทบัญญัติส่วนต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และปลายน้ำที่ผ่านมาถึง ๘ ป้ค่ะที่เราอภิปราย กันอยู่นี้ใช้เวลาถึง ๘ ป้ในความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญและยังเปึนเพียงแค่แสงสว่าง ปลายอุโมงค์อยู่รำไรเท่านั้นนะคะท่านประธาน สะท้อนให้เห็นแล้วว่ากติกาสูงสุดของประเทศ ฉบับนี้เปึนห่วงโซ่ที่ตึงรั้งประเทศและจำกัดการแก้ไขเพิ่มเติมไว้อย่างยากลำบากเพียงใดค่ะ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพคะ เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ดิฉันเข้าใจดีด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๔ ที่ระบุว่าต้องมีการถามประชามติจากพี่น้องประชาชนก่อน เมื่อการพิจารณาแก้ไข รัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นทำให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาบางส่วนเกิดความกังวลไม่เข้าร่วมพิจารณา วาระแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อตอบข้อซักถามกับเพื่อนสมาชิกนะคะ ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญ ในอนาคตจะตีความเปึนอย่างไรแต่พรรคเพื่อไทยจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้เปึนไปด้วยความรอบคอบอย่างที่สุดค่ะ ซึ่งหากเสียงของ สว. ไม่สนับสนุน ๖๗ เสียง หรือมีเสียงของ สส. บางส่วนที่เห็นต่าง ความพยายามในการก่อร่างสร้างประชาธิปไตย ก็จะหมดลงทันที ป่ดประตูบานแรกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เท่ากับตกไป ประตูที่ป่ดลง ก็สูญเปล่าเดินหน้าต่อไปก็เจอทางตันและต้องใช้เวลาอีกเท่าไรคะ อีกเท่าไรที่เราจะได้กลับมา เริ่มต้นกันใหม่ บางท่านวิจารณ์ค่ะว่าพรรคเพื่อไทยไม่ยืนหยัดในอำนาจของฝ์ายนิติบัญญัติ ปล่อยให้ฝ์ายตุลาการหรือองค์กรอิสระขึ้นมามีอำนาจเหนือการตัดสิน พวกเรามีอำนาจในการ พิจารณากฎหมายเองหรือไม่ ต้องบอกเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ค่ะว่าศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้รับ ตีความในป้ ๒๕๖๔ เนื่องด้วยตอนนั้นรัฐสภายังไม่มีการบรรจุญัตติลงไป ยังไม่มีการบรรจุ และยังไม่มีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างในปัจจุบัน ดังนั้นดิฉันจึงขอถามกลับค่ะ หากเราพิจารณากันไปแล้วหากเกิดปัญหาอำนาจหน้าที่รัฐสภา ขึ้นมาจริง ๆ จนล้มวาระร่างรัฐธรรมนูญไปเสียหมด ฝ์ายที่ดึงดันแก้ไขจะสามารถรับผิดชอบ ได้หรือไม่ พวกที่ไม่ให้แก้ไขไม่ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความจะรับผิดชอบได้หรือไม่ จะรับผิดชอบกับเวลาที่เสียไปได้หรือไม่ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ด้วยเหตุนี้พรรคเพื่อไทย คิดใหญ่และมองการณ์ไกล เราไม่ยอมอีกแล้วค่ะให้วัฏจักรของความล้มเหลววนเวียนกลับไป กลับมา ชัดเจนว่าเราต้องทำให้สำเร็จในรัฐบาลนี้ตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ให้คำมั่นสัญญา ไว้กับพี่น้องประชาชนตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งค่ะ สิ่งสำคัญก็คือต้องทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ สำเร็จลุล่วงชัดเจนตั้งแต่คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีและของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ประกาศต่อสภาแห่งนี้ค่ะ
สุดท้ายค่ะ ดิฉันขอย้ำเหตุผลและความจำเปึนต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่า เราควรเห็นพ้องต้องกันตามญัตติด่วน เรื่อง ขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ (๒) ค่ะ แล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความโดยเฉพาะเรื่องการทำประชามติว่ากี่ครั้งจะได้ชัดเจน เมื่อยังมีคำถามที่คาใจค่ะ ประชามติต้องกี่ครั้งกันแน่ การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็จะช่วยยืนยันได้ค่ะท่านประธาน ในฐานะอันเปึนองค์กรตุลาการที่วางบรรทัดฐานทางกฎหมาย ไว้เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้แล้วค่ะ เราทุกคนในฐานะ ผู้แทนประชาชนผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติก็จะสามารถเดินหน้าต่อภารกิจได้อย่างราบรื่น ตามเปัาหมายพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนตามบรรทัดฐานของกฎหมาย และไม่ทำให้ความพยายาม ที่ผ่านมาต้องสูญเปล่า ไม่ทำลายความหวังของพี่น้องประชาชนต่อรัฐสภาแห่งนี้สูญสิ้นไปค่ะ เพราะท่านที่สุดค่ะ เปัาหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นพรรคเพื่อไทยเชื่อว่าการมี รัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตยจะช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและเป่ดโอกาสให้ ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศมากขึ้น รัฐธรรมนูญควรเปึน เครื่องมือที่สะท้อนความต้องการของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงเปึนการเป่ด ประตูบานแรกเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ขอบคุณค่ะท่านประธาน