ธีรัจชัย ขอสงวนความเห็น แก้ไขมาตรา 96 ให้คดีทุจริตขึ้นศาลยุติธรรม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

ธีรัจชัย พันธุมาศ ชี้แจงเหตุผลที่สงวนความเห็นต่อร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 96 โดยเน้นย้ำหลักการความเสมอภาคทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ที่ทุกคนในประเทศควรอยู่ภายใต้ระบบยุติธรรมเดียวกัน ไม่ควรมีเขตอำนาจพิเศษของศาลทหารในการพิจารณาคดีทุจริต ซึ่งเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำ และเรียกร้องให้โอนคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับทหารไปขึ้นที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทันที เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม

นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ ท่านประธานครับ ในส่วนมาตรา ๔ ที่แก้ไขมาตรา ๙๖ นั้น ตัวกระผมได้สงวนความเห็น สืบเนื่องจากว่าในหลักการที่สภาแห่งนี้รับมาก็คือว่าเราต้องการที่จะให้การดำเนินคดีทุจริตนั้น ไปขึ้นที่ศาลคดีทุจริตประพฤติมิชอบแทนศาลทหารนับตั้งแต่กฎหมายนี้ผ่าน แต่เนื่องจากว่า ในกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นยังไม่ได้ทำตามหลักการที่ระบุไว้ที่รัฐสภาแห่งนี้รับไป แต่ไปให้ เปึนบทเหมือนบทชั่วคราวมิใช่บทที่ให้มีการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ขอเรียนอย่างนี้นะครับ หลักการที่สำคัญที่เรารับหลักการไปที่ยังคลาดเคลื่อนต่อกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ยังไม่ทำ ทันที เรื่องแรกก็คือหลักการคนในประเทศเดียวกันก็ควรขึ้นศาลเดียวกันในข้อหาเดียวกัน หลักตรงนี้เปึนหลักสากล เนื่องจากว่าเปึนเรื่องของความเสมอภาคทางกฎหมายทำให้ทุกคนนั้น มีความเท่าเทียมกันครับ ไม่ควรมีบุคคลใดที่เปึนข้าราชการหรือใครก็ตามมีเขตอำนาจพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น ศาลทหาร ซึ่งทำตามพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๑๓ มีอำนาจดำเนิน คดีอาญาทหาร แต่ตอนป้ ๒๔๙๘ นั้น ระบุว่าให้ดำเนินคดีในคดีอาญาอื่นด้วย ทั้งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นด้วย ซึ่งเรื่องนี้อาจจะทำให้หลักสิทธิมนุษยชนนั้นไม่ได้รับความเสมอภาคเท่าที่ควร กรณีอย่างนี้ มันเปึนการสร้างความเหลื่อมล้ำนะครับ และมีข้อกังขาว่ากองทัพนั้นคุ้มครองคนของตัวเอง หรือเปล่า นอกจากนั้นในส่วนของการทุจริตมันไม่ใช่ความผิดของทางทหารนะครับ แต่เปึน อาชญากรรมต่อรัฐและประชาชน การทุจริตไม่ได้เกี่ยวกับวินัยทหารแต่เปึนการทำเพื่อละเมิด ผลประโยชน์ของประชาชน ภาษีที่ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์มาจากประชาชนทุกคนไม่ใช่จาก กองทัพ ประชาชนมีสิทธิเห็นว่าคดีเหล่านี้ถูกพิจารณาในระบบยุติธรรมโปร่งใสไม่ใช่ โดยองค์กรที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ท่านประธานครับ ในส่วนความโปร่งใสและ ความน่าเชื่อถือของกองทัพนั้น หากให้กองทัพในการพิจารณาคดีทุจริตเองนั้นก็จะทำให้ ประชาชนคิดว่ากองทัพมีอิทธิพลเหนือกระบวนการยุติธรรมนะครับ และเชื่อว่ากระบวนการ ยุติธรรมในทุจริตนั้นควรเปึนระบบเป่ดมิใช่ระบบป่ดให้องค์กรได้ตัดสินเอง และที่สำคัญ ศาลทหารควรจะมีกฎเกณฑ์เขตที่ชัดเจนนะครับ พิจารณาเฉพาะคดีทหารเท่านั้นในเมื่อ กฎหมายนั้นได้พัฒนากว่าป้ ๒๔๙๘ ที่ตามพระธรรมนูญ มาตรา ๓๔ กรณีนี้นะครับในส่วน ของกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นไม่กล้าตัดสินใจเลยไปแก้ในส่วนของหลักการที่ไม่ให้โอนคดี ไปศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทันที เรื่องนี้ผมอาจจะไม่เห็นพ้องด้วย ด้วยความเคารพจริง ๆ หลักการคนในประเทศเดียวกันควรขึ้นศาลเดียวกัน ในข้อหาเดียวกันเปึนหลักยุติธรรมที่ต้อง ยึดถือนะครับ และไม่ควรจะต้องรออีก การจะใช้บอกว่าต้องไปแก้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม อีกฉบับหนึ่งนั้นเปึนการรอโดยไม่สามารถที่จะมีหลักประกันอะไรเลยว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้ได้ทันที ขอเรียนอย่างนี้นะครับ เรามีกฎหมายที่เปึนตัวอย่างซึ่งถือตามหลักกฎหมายเฉพาะ ย่อมเหนือกว่ากฎหมายทั่วไป นั่นก็คือในส่วนของพระราชบัญญัติการปราบปรามการทรมาน และอุ้มหายที่เราเรียกสั้น ๆ นะครับ มาตรา ๓๔ เขาก็มีระบุไว้ชัดเจนนะครับว่าในคดีที่เกี่ยวกับ การทรมานอุ้มหายที่เกี่ยวข้องทหารนั้นให้มาขึ้นที่ศาลยุติธรรมได้ สิ่งเหล่านี้นะครับเปึนกรณี ที่มีกฎหมายเฉพาะเข้ามายกเว้นกฎหมายของพระธรรมนูญศาลทหารในมาตรา ๑๓ แล้ว เราก็ควรที่จะทำอย่างนั้นเช่นกัน เคยมีตัวอย่างและสามารถทำได้ ในกรณีอย่างนี้ถามว่า มันละเมิดระบบนิติบัญญัติหรือไม่ ไม่ใช่ หลักการที่แท้จริงก็คือการที่เอากฎหมายเฉพาะมา สามารถทำให้มีการเคารพและมีหลักนิติธรรมได้เคารพอย่างจริงจัง ดังนั้นผมคิดว่ากรณีนี้ เราสามารถที่จะแก้ไขในกฎหมายได้ทันทีนะครับ ตัวกระผมและท่านสมาชิกที่เปึนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้แปรญัตติอย่างนี้นะครับ ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเปึนศาล ที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีบุคคลซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารในความผิดคดีทุจริตประพฤติมิชอบ และบรรดาคดีทุจริตประพฤติมิชอบที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของอัยการทหารตามมาตรา ๙๖ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้อัยการสูงสุด เปึนผู้ดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบ นั่นหมายความว่าคดีศาลทหาร จะโอนทันทีนับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ นั่นหมายความว่า จะไม่มีระบบ ๒ มาตรฐานในประเทศนี้ ข้าราชการทหารในคดีทุจริตก็ต้องมาพิจารณาในศาล อาญาคดีทุจริตเช่นกัน ใช้ระบบที่เป่ดเผยเช่นกัน ความเคารพในความโปร่งใสของท่านผู้ที่ เปึนทหารก็ได้รับความเคารพเช่นกัน เพราะว่าท่านจะไม่สามารถมีอภิสิทธิได้มากอื่น ความเท่าเทียมในระบบยุติธรรมเราจะเกิดขึ้นทันที แต่ร่างของทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ด้วยความเคารพจริง ๆ จะต้องรอนะครับ จะไม่ทำจะต้องรอให้มีการแก้พระราชบัญญัติ การปราบปรามการทรมานและอุ้มหายซึ่งไม่ทราบว่าจะผ่านเมื่อไร หรือไม่ อย่างไรนะครับ เรื่องนี้ผมจึงเห็นว่าขอให้ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ และผ่านไปยังท่านประธานนะครับ ได้โปรดช่วยกันเปลี่ยนแปลงระบบการบังคับใช้กฎหมายคดีทุจริตในครั้งนี้ได้ และมีตัวอย่าง ที่ชัดเจนแล้วในคดีกฎหมายทรมานอุ้มหายสามารถโอนทันทีเช่นกันนะครับ ขอให้ท่านได้เห็นด้วย กับทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ