ณัฐวุฒิ ค้านสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๕ มีนาคม ๒๕๖๘

ณรงค์ ทับทิมไสย์ ชี้แจงถึงความสำคัญของหลักสุจริตที่ควรคงไว้ในมาตรา 132 เพื่อรักษาความแน่นอนของกฎหมายและสอดคล้องกับหลักนิติธรรม พร้อมเสนอเหตุผลสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายในการคุ้มครองพยาน โดยเห็นว่าการยกเลิกหรือการขยายกลุ่มผู้ได้รับความคุ้มครองควรคำนึงถึงประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต การส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องกล้าเปิดเผยข้อมูล และความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยอ้างตัวอย่างจากประเทศเยอรมันและแนวปฏิบัติในยุโรปที่ปรับแนวทางให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสิทธิมนุษชน

นายณรงค์ ทับทิมไสย์ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงค์ ทับทิมไสย์ กรรมาธิการวิสามัญและผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรม จะขอกราบเรียนต่อท่านประธานและสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่เคารพครับว่าสิ่งที่ท่านนพดล ปัทมะ ได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่นี้ทางศาลยุติธรรมขอยืนยันแล้วก็เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าแนว บรรทัดฐานเดิมของศาลแม้จะยังไม่มีความชัดเจนในกฎหมายในส่วนของ มาตรา ๑๓๒ เดิม ที่ศาลยังไม่เคยวางแนวมาตรฐาน แต่ในทางปฏิบัติศาลได้ยึดถือหลักสุจริตในการพิจารณา พิพากษามาโดยตลอด เนื่องจากว่าหลักสุจริตอย่างที่ท่านนพดลได้กล่าวถึงว่าหลักสุจริต มีหลักการพื้นฐานอยู่ในกฎหมาย แทรกซึมอยู่ในกฎหมายแทบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะทางแพ่ง ทางอาญา แล้วก็ทางมหาชนด้วยนะครับ ในปัจจุบันเปึ้นที่ยอมรับกันว่าหลักสุจริตนี้ได้นำมาใช้ครอบคลุมในกฎหมายแทบจะทุกสาขา ไม่เพียงแต่กฎหมายแพ่ง เพราะฉะนั้นในส่วนของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มองว่า หลักสุจริตใช้เฉพาะในกฎหมายแพ่งนั้น จึงไม่เปึนความจริงทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ทั้งกฎหมายต่างประเทศและกฎหมายไทย ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าหลักสุจริตนี้เรารับรองไว้ ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕ ซึ่งจะทำให้เข้าใจว่าหมายถึงหลักแห่งความ ซื่อสัตย์และความไว้วางใจนะครับ แต่จริง ๆ แล้วในหลักสุจริตที่อยู่ในบทบัญญัติมาตราอื่น ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เปึนข้อยกเว้นต่าง ๆ ของเรื่องหลัก ผู้รับโอนไม่มีสิทธิ ดีกว่าผู้โอน ได้ใช้หลักว่าบุคคลภายนอกที่จะได้รับความคุ้มครองจากหลักทางแพ่งตรงนี้ ต้องสุจริตและเสียค่าตอบแทน คำว่า สุจริต นี้ก็เปึ้นที่เข้าใจตรงกันมาตลอดของศาลไทยว่า คือความไม่รู้ เพราะฉะนั้นแล้วความไม่รู้ตรงนี้ก็เทียบได้กับมาตรา ๑๓๒ ซึ่งบัญญัติไว้เดิม อยู่แล้ว แล้วพอมามีการแก้ไขตรงส่วนนี้กลับถูกตัดออกไป ดังนั้นแล้วแนวทางของศาล ก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วย แล้วก็หลักสุจริตมีความสำคัญอย่างไรครับ มีความสำคัญมาก เพราะว่าเปึนการรักษาไว้ซึ่งหลักของมาตรฐานและความแน่นอนของกฎหมายในการใช้ กฎหมายของผู้บังคับใช้กฎหมาย หลักความแน่นอนของกฎหมายที่เรียกว่า legal Certainty ในส่วนของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทางมหาชนเหมือนกัน จะต้องใช้กฎหมายด้วยความสุจริต หากใช้โดยไม่สุจริตเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่นก็จะเปึนมาตรา ๑๕๗ ใช้อำนาจหรือปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ดังนั้นแล้วหลักสุจริตจึงไม่ได้อยู่ในเพียงกฎหมายแพ่ง แต่อยู่ในกฎหมายอาญาด้วย และ วิ.อาญา ด้วย ในอาญาก็อย่างเช่น มาตรา ๗๐ การทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยสุจริต หรือมาตรา ๓๒๙ เรื่องหมิ่นประมาท ถ้ากล่าวข้อความโดยสุจริตก็จะไม่มีความผิด เปึ้นบทตัดความรับผิดทางอาญา หรือที่เรียกว่า Justification ไปเลย ฉะนั้นแล้วหลักสุจริต จึงอยู่ในกฎหมายอาญาด้วย และรวมถึงอยู่ในกฎหมาย วิ.อาญา ด้วย ยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๑๖๑/๑ ถ้าเกิดว่าบุคคลใดนำคดีอาญามาฟัองบุคคลอื่นโดยไม่สุจริตนะครับ เปึนการ กลั่นแกล้งบุคคลอื่นเพื่อต่อรองผลประโยชน์ในบางอย่าง ศาลก็มีอำนาจยกฟัองในชั้นไต่สวน มูลฟัองได้ตามมาตรา ๑๖๑/๑ ดังนั้นแล้วหลักสุจริตถ้าจะถูกนำมาใช้ในมาตรา ๑๓๒ ก็จะหมายถึงเพียงการรู้หรือไม่รู้ของผู้แจ้งเบาะแสหรือแจ้งข้อเท็จจริงเท่านั้น นี่คือแนวบรรทัดฐานของศาลที่ใช้ทั้งทางแพ่งแล้วก็ทางอาญา แล้วก็ทางวินัยด้วย โดยมี คำพิพากษาฎีกายืนยันหลายเรื่อง ยกตัวอย่างที่มีการ Raise ขึ้นในที่ประชุมของกรรมาธิการ มาก่อนหน้านี้แล้วคือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๐๒๖/๒๕๕๒ ดังนั้นแล้วในส่วนของฎีกานี้ หากผู้แจ้งเบาะแสได้กล่าวข้อความไปโดยสุจริต แจ้งข้อความต่อ ป.ป.ช. หรือผู้ที่ได้รับ มอบหมายไปโดยสุจริต แม้ภายหลังจะมีการผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปหากไม่มีเจตนา ที่จะกลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายบุคคลอื่นก็จะไม่มีความผิด ดังนั้นแล้วหลักซื่อสัตย์สุจริต จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งครับ ในส่วนของหลักสุจริตนี้จึงคิดว่าเปึนพื้นฐานสำคัญในการใช้ กฎหมายของทุกองค์กรของภาครัฐ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ อัยการ แล้วก็ศาล ด้วยเหตุนี้ หลักสุจริตจึงต้องอยู่ในมาตรา ๑๓๒ เพื่อเปึ้นเกณฑ์มาตรฐานในการใช้กฎหมายขององค์กร ผู้ใช้กฎหมาย ซึ่งจะสอดคล้องกับหลัก Rule of Law ทำให้ประเทศเรามีมาตรฐานในการใช้ กฎหมายมากขึ้น

ในส่วนของวรรคสองนะครับ วรรคสองในส่วนแรกที่ตัดคำว่า ความใน วรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดด้วย เว้นแต่จะได้รับการ กันไว้เปึนพยาน ในส่วนนี้ทางที่ประชุมได้ตัดข้อความนี้ออกไป ซึ่งกระผมขอชี้แจงว่ามีเหตุผล เพราะว่าถ้าการตัดวรรคสองในส่วนแรกออกไปจะทำให้มีคนกล้ามาแจ้งเบาะแสแก่ ป.ป.ช. มากขึ้น ทำให้การปราบปรามการทุจริตของเรามีประสิทธิภาพ มีผลต่อคะแนน CPI ให้มีมากขึ้น เพราะว่าประเทศเราไม่เคยผ่านเกณฑ์ CPI เลย เนื่องจากว่าโดยความเปึนจริงแล้ว คนที่จะมาแจ้งเบาะแสก็คือคนที่อยู่ในขบวนการทุจริตนั่นละครับ ตัวเล็ก ตัวน้อยที่เขาร่วม ทุจริตด้วย แต่เขาอยากออกจากวงจรการทุจริตก็จะได้กล้ามาแจ้งเบาะแสตรงส่วนนี้

ประเด็นที่ ๒ คือที่ตัดออกไปในมุมของศาลเองมองว่าการให้ ป.ป.ช. กันไว้ เปึนพยานแล้วขึ้นอยู่กับการคุ้มครองหรือไม่เปึนการตัดอำนาจศาล เพราะว่าในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่กระบวนการยุติธรรมหรือกฎหมายได้มาตรฐาน การวินิจฉัยว่าบุคคลนั้น ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะรับผิดด้วยหรือไม่จะเปึนอำนาจของศาลในการจะ วินิจฉัยว่าการให้ข้อมูลของเขานั้นเปึนข้อมูลสำคัญและเปึนประโยชน์อย่างยิ่งในการ ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ ซึ่งผมยกตัวอย่างประเทศเยอรมันจะบัญญัติอยู่ใน มาตรา ๔๖b ให้เปึ้นอำนาจของศาล ส่วนการกันไว้เปึนพยานในปัจจุบันนี้แทบจะมีน้อยมาก ในประเทศในยุโรปนี้ไม่มีเลย เพราะขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษชนยุโรป ในกระบวนการ ทางนิติรัฐที่ไม่อนุญาตให้มีการกันไว้เปึนพยานแล้ว หลายประเทศจึงยกเลิกไป ผมคิดว่า การตัดตรงนี้ออกไปจึงเปึนประโยชน์ในการออกกฎหมายและทำให้กฎหมายบ้านเรามี มาตรฐานเทียบเท่ากับนานาอารยประเทศครับ

สุดท้ายครับ วรรคสองที่เพิ่มเข้ามามีเหตุผลอย่างยิ่ง เพราะว่าเราไม่ได้ คุ้มครองเฉพาะคนที่มาแจ้งเบาะแสหรือข้อความต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เท่านั้น เราขยาย ไปถึงหน่วยงานที่ ป.ป.ช. มอบหมายด้วย เพราะว่าในความเปึ้นจริงแล้วคงไม่ได้มาแจ้งความ ต่อ ป.ป.ช. เท่านั้น อาจจะไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน ต่อ ป.ป.ท. หรือในเรื่องวินัยก็อาจจะ แจ้งต่อผู้บังคับบัญชา ดังนั้นแล้วถ้า ป.ป.ช. มอบหมายตามมาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๔ ก็จะครอบคลุมด้วย และยังให้รวมถึงกรณีที่ไปแจ้งต่อพนักงาน สอบสวน ป.ป.ท. แล้วก็ผู้บังคับบัญชาในทางวินัยโดยตรงด้วย จึงเห็นว่าวรรคสองการขยาย ความคุ้มครองจะเป่ดกว้างให้บุคคลที่รู้ข้อมูลในการทุจริตคอร์รัปชันนี้กล้ามาแจ้งเบาะแสต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่ ป.ป.ช. มอบหมาย หรือหน่วยงานที่มีอำนาจรับเรื่อง ตรงนี้ให้มากยิ่งขึ้น ก็จะเปึนประโยชน์ในการปราบปรามการทุจริตได้ ขอบคุณมากครับ