ปรียานุช ชี้แจงกลไกควบคุมความปลอดภัยอาหารร่วมกระทรวง เน้นมาตรฐานอาเซียน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๕ มีนาคม ๒๕๖๘

ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ ชี้แจงถึงบทบาทของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการกำกับดูแลความปลอดภัยอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ ร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบความตกลงอาเซียน ทั้งในด้านการควบคุมผู้ผลิต การตรวจสอบสินค้านำเข้า และการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค พร้อมเน้นย้ำความร่วมมือในระดับภูมิภาคเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เกษตรอินทรีย์ และการพัฒนามาตรฐานอาหารปลอดภัยตามเกณฑ์สากล โดยเฉพาะการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อยกระดับระบบประกันความปลอดภัยอาหารอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้า เกษตรและอาหารแห่งชาติ

เรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร แห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ชี้แจงเกี่ยวกับความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับ ด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน ดิฉันขอขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้อภิปราย ให้ข้อเสนอแนะ ให้ข้อสังเกต รวมถึงข้อห่วงใย ท่านพรชัย ท่านณัฏฐ์ชนน ท่านจรยุทธ ท่านวิธาวีร์ ท่านปทิดา ท่านณัฐวุฒิ ท่านเปรมศักดิ์ ท่านจิตติพจน์ ท่านสกล ท่านอังคณา ท่านปรเมษฐ์ ท่านธิษะณา ท่านร่มธรรม ท่านอภิสิทธิ์ ท่านเชิดชัย ท่านเท่าพิภพ และท่าน อนุสรณ์ ก่อนอื่นดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าในเรื่องของการกำกับดูแลความปลอดภัยอาหาร ของประเทศไทยดำเนินการโดยหลายภาคส่วน แต่หลัก ๆ แล้วตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ก็็จะเกี่ยวข้องกับ ๒ กระทรวงหลัก ์ก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง สาธารณสุข และยังมีบางส่วนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม ดิฉันขอเรียน ให้ทราบในหลักการว่าในส่วนต้นน้ำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการส่งเสริม การสนับสนุน การควบคุมกำกับตามกฎหมาย ตามภารกิจ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของความปลอดภัยอาหารให้เกษตรกรสามารถที่จะผลิตอาหารได้อย่าง ถูกต้องและปลอดภัย ในเรื่องของการส่งเสริมมาตรฐานต่าง ๆ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ในเรื่องของการกำกับดูแลการผลิต ไม่ว่าจะเปึนพืช ประมง ปศุสัตว์ โดยกรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ ก็จะทำหน้าที่ดังกล่าวในการดูแลเรื่องของต้นน้ำนะคะ

ในส่วนของกลางน้ำและปลายน้ำก็จะถูกกำกับดูแลโดยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมี พ.ร.บ. อาหาร และมีประกาศที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของประกาศกระทรวง สาธารณสุข ฉบับที่ ๔๒๐ ว่าด้วยเรื่องของ GMP ซึ่งผู้ผลิตอาหารจะต้องดำเนินการให้เปึ้นไป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว นอกเหนือจากนั้นกลไกในการกำกับดูแลของ แต่ละหน่วยงานก็จะมีการเฝั้าระวัง มีการสุ่มตัวอย่าง มีการตรวจสอบรับรองในแหล่งผลิต และโรงงานด้วย อันนี้เปึนกลไกของประเทศไทยซึ่งมีการพูดคุยหารือกันผ่านทางกลไกต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ท่านสมาชิกรัฐสภาอภิปรายว่าน่าจะต้องมีความใกล้ชิดมากไปกว่านี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ขอน้อมรับในข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าวนะคะ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าในกระบวนการเรื่องของระบบควบคุมความปลอดภัยอาหาร มีเจ้าหน้าที่ทั้ง ๒ กระทรวงหลัก ๆ ในการกำกับดูแล เพราะฉะนั้นมีเจ้าหน้าที่เปึนจำนวนมาก ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการควบคุมอาหารนำเข้าก็จะมีทั้งด่านตรวจพืช ด่านปศุสัตว์ ด่านประมง และด่านอาหารและยา ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็จะดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแลตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านให้ข้อเสนอแนะเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เรื่องของความตระหนักรู้ ของผู้บริโภคทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข ก็จะขอน้อมรับ ในเรื่องของการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค

ในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลในประเทศไทยหากมีการตรวจพบปัญหา ความไม่ปลอดภัยจะต้องมีการเผยแพร่หรือไม่ อันนี้ดิฉันเรียนให้ทราบว่าในความตกลง ดังกล่าวจะครอบคลุมเรื่องของการค้าสินค้าข้ามประเทศ เพราะฉะนั้นในเรื่องกลไกการเฝั้า ระวังการตรวจพบเปึนเรื่องของประเทศสมาชิกที่จะต้องจัดการดูแล แต่ให้ความมั่นใจแก่ ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ว่าสินค้าที่จะส่งออกจะต้องมีมาตรฐานในเรื่องของความปลอดภัย เปึ้นหลัก และมีเรื่องของเอกสารที่จะแนบท้ายตัวความตกลงนี้หนึ่งในนั้นก็จะเปึนเรื่องของ ASEAN Rapid Alert System for Food and Feed หรือว่าระบบแจ้งเตือนภัยอาหารและ อาหารสัตว์ ซึ่งสามารถที่จะสื่อสารให้กับผู้บริโภคในอาเซียนได้ทราบว่ามีการตรวจพบ เรื่องของความไม่ปลอดภัยอย่างไรนะคะ

ในประเด็นถัดไปเรื่องของข้อสังเกตของท่านสมาชิกรัฐสภาที่หยิบยก เรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องของอาหารอินทรีย์ มาตรฐานอินทรีย์ที่เขียนบอกเอาไว้เปึน ข้อยกเว้น ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องของสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเรื่องของฝุ์น PM2.5 ที่ท่านได้กล่าวถึง ซึ่งอาจจะมาจากการเผา ในประเด็นสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะอยู่ในขอบข่าย งานของรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม และมีการจัดทำความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษ จากหมอกควันข้ามแดน ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution มีการจัดทำความตกลงดังกล่าวไปแล้ว จึงเปึนเรื่องของกรอบความตกลงอาเซียนในด้านอื่น ซึ่งความตกลงนั้นจะมีเรื่องของมาตรการที่อยู่ภายใต้ความตกลงเรื่องของการเฝั้าระวัง และการติดตามสถานการณ์ไฟป์า การปัองกันและควบคุมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดหมอกควัน ซึ่งประเทศสมาชิกจำเปึ้นที่จะต้องดำเนินการให้เปึนไปตามความตกลงดังกล่าว ในเรื่องของ เกษตรอินทรีย์ก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการร่างความตกลงว่าด้วย เกษตรอินทรีย์ของอาเซียน เพราะฉะนั้นความตกลงดังกล่าวก็อยู่นอกเหนือเรื่องของความ ตกลงความปลอดภัยด้านอาหารนะคะ

ในประเด็นเรื่องของคณะกรรมการประสานงานด้านความปลอดภัยของ อาเซียน จะประกอบด้วยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะเปึนภาครัฐของแต่ละ ประเทศ ทางด้านเกษตร ทางด้านเศรษฐกิจ และทางด้านสุขภาพ แต่ละประเทศก็จะมีกลไก ในการเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคมของตัวเอง เพราะฉะนั้นก็จะมีการรับฟังความเห็น ก่อนที่จะมาดำเนินการเข้าสู่ที่ประชุม สำหรับเรื่องของมาตรฐานที่จะใช้ในอาเซียนแน่นอนว่า มาจากองค์การระหว่างประเทศ เช่น CODEX หรือว่าองค์การสุขภาพสัตว์ หรือเรื่องของ IPPC จะเปึนหน่วยงานสากลที่อยู่ภายใต้ดับเบิลยูทีโอเปึนหลักที่อาเซียนเองจะรับเอา มาตรฐานเหล่านั้นมาบังคับใช้

ในเรื่องของผู้ผลิตรายย่อยตามที่ท่านได้กรุณาหยิบยกในเรื่องของข้อ ๕ บททั่วไป ให้มีการพิจารณาเปึนพิเศษแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้ยกระดับ ระบบประกันความปลอดภัยอาหาร เรื่องนี้อาเซียนได้คำนึงถึงผู้ประกอบการรายย่อย แล้วก็จะต้องนำมาพิจารณาแนวทางในการดำเนินการที่เปึนรูปธรรมต่อไป โดยสรุปแล้วดิฉัน ก็มีข้อชี้แจงตามที่ได้เรียนท่านสมาชิกรัฐสภาให้ทราบแล้ว ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ