ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนกรอบข้อบังคับความปลอดภัยอาหารอาเซียน โดยเสนอให้แก้ไขปัญหาอาหารไม่ได้มาตรฐาน สารเคมีตกค้าง และความไม่เป็นเอกภาพของมาตรฐาน พร้อมเน้นย้ำการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยที่ยั่งยืนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลักดันร่างกฎหมายและข้อติเพื่อควบคุมคุณภาพอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนความตกลง ว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน หรือว่า ASEAN Food Safety Regulatory Framework Agreement ประเทศไทยและอาเซียนของเราพยายามผลักดัน ให้เราเปึนครัวของโลก ด้วยเรามีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพที่จะผลิตอาหาร ที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตามเราก็จะเห็นว่าในปัจจุบันความปลอดภัยทางอาหารก็ยังคงเปึน ความท้าทายที่สำคัญในไทยและหลายชาติในอาเซียน โดยยังมีปัญหาหลายประการ เช่น
ประการแรก ก็คืออาหารที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย ยังมีสารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน
ประการต่อมา ก็คือว่าจากการตรวจสอบของเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัด ศัตรูพืช หรือว่า Thai-PAN ซึ่งทำการสุ่มตรวจทุกป้ เราก็จะเห็นว่ายังมีการพบสารเคมีตกค้าง ในพืช ผัก ผลไม้ และอาหารของเรา ทั้งในห้างสรรพสินค้าหรือในตลาดที่เกินมาตรฐานครับ แม้กระทั่งสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย่างเช่น Organic Thailand หรือว่า GAP ก็ยังมีการพบสารเคมีตกค้างเช่นเดียวกันครับ
ประการต่อมา ก็คือว่าเรายังมีข้อจำกัดด้านมาตรฐานอาหารปลอดภัยที่ยัง ไม่มีเอกภาพ มีหลายมาตรฐานในหลาย ๆ ประเทศ ทำให้มีข้อจำกัดในด้านการตลาดในระดับ สากล ในระดับโลก
ประการสุดท้ายในความท้าทายก็คือว่า ปัจจุบันเรามีการแข่งขันการส่งออก อาหารในระดับอาเซียน แล้วก็ในระดับโลกที่สูง แล้วก็มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น เราจำเปึนอย่างยิ่งที่จะยกระดับมาตรฐานอาหารของเราเพื่อให้ไทยและอาเซียนเปึนครัว ของโลกและมีความสามารถในการแข่งขั้นได้อย่างมั่นคง
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุงของผมเองครับ ปัจจุบันเราได้ให้ความสำคัญกับเกษตรอินทรีย์อาหารที่ปลอดภัย แล้วก็ไร้สารพิษมากยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือของผู้ประกอบการ เกษตรกร แล้วก็ราชการ เราพยายามผลิตสินค้าหลาย ๆ ประเภท ทั้งข้าว พืช ผัก ผลไม้ ที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทายเยอะครับ โดยเฉพาะเรื่องขององค์ความรู้ของพี่น้องเกษตรกร เรื่องระยะเวลาในการปรับตัว การรับรอง มาตรฐาน ปัจจัยการผลิต และอาหารปลอดภัยที่สูง ไปจนถึงโรคและแมลง ไปจนถึงแหล่ง พื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเปึนปัญหาความท้าทายที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตอาหารปลอดภัย มีอยู่อย่างจำกัด แล้วก็ยากในปัจจุบันนะครับ
สำหรับเรื่องที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้ก็คือความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับ ด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน เปึนเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งโดยในกรอบความตกลงนี้ มีเปัาหมายเพื่อจัดทำแนวทางการบูรณาการด้านความปลอดภัยอาหารในกลุ่มรัฐสมาชิก อาเซียน มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้าย อาหาร ไม่ว่าจะเปึนการนำเข้าและส่งออก โดยจะส่งเสริมการปรับมาตรฐานอาหาร ให้สอดคล้องกัน แล้วก็ลดอุปสรรคต่อการค้าอาหารและลดความแตกต่างของระบบควบคุม อาหารในอาเซียน ซึ่งผมมองว่าความตกลงนี้เปึนความตกลงที่มีประโยชน์และดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคของเรา และเปึนโอกาสให้ประเทศเราได้ส่งเสริม แล้วก็ยกระดับมาตรฐานอาหารของเราไปจนถึงการค้า การส่งออก และสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนที่มากยิ่งขึ้น โดยเมื่อความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับ ด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียนนี้บังคับใช้แล้วจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงาน ด้านความปลอดภัยอาหารของอาเซียนขึ้นมา มีการประสานงานกัน มีการบูรณาการ การทำงานร่วมกัน โดยจะมีกลไกการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยของอาหาร มีการ กำหนดค่าปริมาณสารพิษและสารปนเปุ๋่อนในอาหารขึ้นมา ผมจึงขอสนับสนุนความตกลงนี้ แต่ก็ยังมีคำถามแล้วก็ข้อเสนอแนะหลายประการที่อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไป พิจารณาต่อไปนะครับ
ประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะฝากแล้วก็ถามถึงหน่วยงานทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้านของอาหาร อยากเรียนถามว่าวันนี้ประเทศไทยของเรามีความพร้อมหรือยัง ที่จะยกระดับให้อาหารของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะเราก็จะเห็นว่าปัจจุบันนี้ เรายังพบสารตกค้าง สารพิษปันเปุ๋่อนต่าง ๆ ในอาหารของเราในปริมาณที่เกินมาตรฐาน เราจะทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรผู้ประกอบการมีองค์ความรู้และสามารถปรับตัวเข้ากับ มาตรฐานของอาเซียน มาตรฐานของประเทศไทยให้ได้มากยิ่งขึ้น โดยเราจำเปึ้นที่จะต้อง ยกระดับการบริหารจัดการอาหารของเราทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำครับ บูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อทำให้อาหารของเรานี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไปจนถึงการจัดระเบียบพื้นที่ของอาหารที่ปลอดภัย ซึ่งเปึนหนึ่งในความท้าทาย แปลงนี้ ทำอาหาร Organic แต่แปลงถัดไปข้าง ๆ ใช้สารเคมี มันจะไม่เกิดขึ้นได้หรอกครับ รวมถึง แหล่งน้ำที่เราใช้เช่นเดียวกัน เราควรจะมีการรณรงค์ให้ความรู้แล้วก็จัดการระเบียบแหล่งน้ำ เพื่อที่จะส่งเสริมอาหารที่ปลอดภัยนะครับ
ประการที่ ๒ ผมดูจากความตกลงนี้ในข้อ ๓ เรื่องของขอบข่ายความตกลง ผมขออนุญาตเป่ดสักครู่ เมื่อเราไปดูในขอบข่ายของความตกลงนี้ใน (๒) เราก็จะเห็นเขียนไว้ ว่าเรื่องที่เกี่ยวกับคุณภาพอาหาร อาหารอินทรีย์ สวัสดิภาพสัตว์ ความยั่งยืน ความมั่นคง อาหาร การปกปัองสิ่งแวดล้อม หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งไม่ทำให้อาหาร เปึ้นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภคของมนุษย์อยู่นอกขอบข่าย ความตกลงนี้ ผมขอเน้นย้ำในเรื่องที่เรียนว่าเรื่องการปกปัองสิ่งแวดล้อมอยู่นอกขอบข่าย ความตกลงนี้ อันนี้เปึนเรื่องที่เพื่อนสมาชิกของผมบางท่านก็ได้พูดไปแล้ว เปึนเรื่องที่ผมกังวล แล้วก็ผมคิดว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งเราควรจะใช้โอกาสตรงนี้ การทำความตกลงตรงนี้แก้ไข ปัญหาเรื่องการผลิตอาหารที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเราจะเห็นว่ามีความเกี่ยวโยง กันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันหลายประเทศของเรามีปัญหาด้านการผลิตอาหาร ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการปนเปุ๋่อนของสารเคมีต่าง ๆ ในดิน ในน้ำ มีการเผา ในภาคการเกษตรทั้งในประเทศของเราแล้วก็เพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เราควรจะใช้โอกาสตรงนี้ที่จะขับเคลื่อนการผลิตอาหารที่ปลอดภัยทั้งต่อสุขภาพและ สิ่งแวดล้อมในระดับอาเซียน ขอเวลาอีกนิดท่านประธานใกล้จะจบแล้วครับ
ประการที่ ๓ การขับเคลื่อนความปลอดภัยด้านอาหารผ่านกลไกของรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ควบคู่กับการทำงานของผู้นำและรัฐบาลในอาเซียน รัฐสภาของ เราเองก็เปึนหนึ่งในกลุ่ม เขาเรียกว่า สมาชิกสมัชชารัฐสภาอาเซียน หรือว่า AIPA ซึ่งผม แล้วก็ท่านเท่าพิภพ แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็เปึนกรรมการหน่วยนี้ ในการประชุม สมัชชารัฐสภาอาเซียน ผมขอเสนอว่าเราควรจะผลักดันร่างข้อมติด้านความปลอดภัยอาหาร อาเซียนเปึนหนึ่งในร่างข้อมติหลักที่เราจะนำเสนอในการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งต่อไปที่จะจัดขึ้นในประเทศมาเลเซีย เพื่อที่เราจะได้ขับเคลื่อนวาระด้านความปลอดภัย อาหารในระดับรัฐสภาของทุกชาติในอาเซียน รวมถึงในรัฐสภาของไทยเราเองด้วย กลไกอื่น ๆ ที่เราสามารถผลักดันผ่านรัฐสภาของเราก็คือเรื่องของการสนับสนุนการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. อาหาร ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว เพื่อที่เราจะได้ควบคุมคุณภาพอาหารของเรา ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลไกอื่น ๆ ก็อย่างเช่นเรื่องของการศึกษาหาข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผ่านกลไกของกรรมาธิการหรือกลไกของการประชุมรัฐสภาของเราต่อไปนะครับ
สุดท้ายนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนความตกลง ว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยและพี่น้องในอาเซียน และคนทั้งประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ