วุฒิพงศ์ เสนอปฏิรูประบบราชการ-กองทัพสู่ยุคดิจิทัล

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ขออนุญาตอภิปรายนโยบายรัฐบาลพร้อมนำเสนอข้อมูลผ่านสไลด์ โดยหารือการปฏิรูประบบราชการสู่รูปแบบดิจิทัล การกระจายอำนาจ และการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย เน้นการพัฒนากำลังพล ทักษะช่างฝีมือ และสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมเสนอให้พลทหารมีโอกาสเรียนต่อในสถาบันทหาร และผลักดันการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ

นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภา ท่านสมาชิก ผม นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายนโยบายของรัฐบาลดังต่อไปนี้นะครับ ขอ PowerPoint ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ความท้าทายที่รัฐบาล จะต้องเผชิญนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบราชการไทยที่เป็นแบบศูนย์รวมอำนาจ มีการกระจายซึ่งยังไม่กระจายอำนาจอย่างเพียงพอ ดังนั้นการเร่งการกระจายอำนาจ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งรัฐบาลได้ดำรง แล้วก็อยากจะทำให้เกิดขึ้นนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็น อย่างยิ่ง แล้วก็จะทำให้การกระจายตัว แล้วก็ทำให้ระบบราชการไทยจะมีขนาดที่เล็กลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมขออนุญาตไปหน้าถัดไปเลยนะครับ รัฐบาลนี้จำเป็นจะต้อง พลิกฟื้นความเชื่อมั่นของคนไทยทั้งชาตินะครับ ทำอย่างไรคนไทยทั้งชาตินี้มีความกังวล ว่าเราจะเปลี่ยนผ่านราชการสู่ Digital ได้อย่างไร ในรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตนั้นก็มีการพยายาม ทำอย่างที่ว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบราชการ เมื่อปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ประมาณนี้ ที่มีแบ่งส่วนราชการออกมาเป็น ๒๐ กระทรวง ทำให้เกิดกระทรวงที่ชื่อว่ากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเกิดขึ้น ทุกวันนี้เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวง DEs ซึ่งน่าจะมีบทบาท ในการที่จะผลักดันให้การปฏิรูประบบราชการให้เป็นดิจิทัล แต่ก็ยังช้าอยู่ การปรับขนาด ของกำลังคนให้สอดคล้องต่อภารกิจก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ ระบบราชการ ก็ยังล่าช้า แล้วก็ยังล้าหลังอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีความพยายามที่จะผลักดันให้เร็วขึ้นก็ตาม ดังนั้นการเปลี่ยนรูปแบบในการรับราชการ และในการเปลี่ยนรูปแบบในการปฏิบัติการ ทางทหารจึงต้องมีการปฏิรูปอย่างรวดเร็ว รัฐบาลนี้ได้มีการเน้นในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการเกณฑ์ทหารให้เปลี่ยนเป็นการรับสมัคร รับสมัครทหาร เข้ามาแทนทหารเกณฑ์ ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วผมไม่เห็นด้วยกับการที่ เราจะต้องไปเกณฑ์ทหารกันอีกต่อไป ทหารสามารถรับสมัครและเข้ามา เดี๋ยวผมมีวิธี สักเล็กน้อยที่จะแนะนำว่าจะทำอย่างไรในอนาคต นอกจากนั้นรัฐบาลนี้ยังให้ความสำคัญ ในการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงแม้ยังล่าช้าอยู่บ้าง แต่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับเช่นเดียวกันนะครับ การเปลี่ยนผ่านราชการไทยไปสู่ระบบราชการใหม่ที่เป็นระบบ Digital หรือเป็น Digital Government อันนี้ผมขออนุญาตสนับสนุนนะครับ แต่ว่าที่สำคัญ คือกระทรวงกลาโหมครับ กระทรวงกลาโหมจำเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะโลกยุคใหม่นั้น เป็นโลกที่เปลี่ยนแปลง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของเอเชียแปซิฟิกที่มีการ เผชิญหน้ากันระหว่างมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือจีนก็ตาม ต่อไปตรงย่านนี้ เราจำเป็นต้องมีกองกำลัง หรือกองทัพที่มีความทันสมัยและรวดเร็ว ตอบสนองต่อ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยที่กองทัพไทยนั้นจะต้องมีการบูรณาการ การสื่อสาร การสั่งการ และการควบคุมระหว่างเหล่าทัพ หรือที่เรียกว่า C4I ให้เป็นอัตโนมัติ มีการพยายามทำในระบบ Command Control ก็ตาม แต่ในระบบธุรการนั้นยังล่าช้าอยู่ การเปลี่ยนผ่านราชการไทยไปสู่ดิจิทัลนั้นจะต้องเน้นในหลาย ๆ เรื่องนะครับ เรื่องสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการสร้างระบบงานสารบรรณภาครัฐให้รวดเร็ว และมีการปฏิรูป และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ขออนุญาตไปที่หน้ากระทรวงกลาโหมเลยนะครับ หน้าของกระทรวงกลาโหมที่ผมจะขออภิปรายเพิ่มเติม ก็คือเรื่องของการพัฒนากำลังพล ให้มีความรู้ ความสามารถในทุกระดับชั้น และพัฒนากำลังคนที่สำคัญคือเรื่องของ การช่างฝีมือ เพื่อตอบสนองต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ในกระทรวงกลาโหมนั้น มีหน่วยงาน หรือมีความรู้ ความสามารถหลายประการซึ่งจะช่วยร่วมพัฒนาประเทศไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช่างไฟฟ้า ช่างเครื่องกล เรื่องของการซ่อมบำรุงเรือ การเดินเรือ และการช่างอากาศยาน ซึ่งเราขาดแคลนบุคลากรเป็นจำนวนมากมาย ก็คือขออนุญาตว่า ถ้ากระทรวงกลาโหมจะกรุณาพัฒนาเรื่องนี้ให้ดีขึ้นก็จะดีขึ้นไปอีกเยอะนะครับ

สุดท้ายเลยครับ ในการที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องของพลทหารให้มีความรู้ ความสามารถมากขึ้น ก็คือรับสมัครเข้ามา เสร็จแล้วให้โอกาสเขานะครับ ให้โอกาสพลทหาร ในการเข้ามาเรียนต่อในหลักสูตรต่าง ๆ ของกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรของจ่าทหารเรือ หลักสูตรนายสิบของทหารบก รวมทั้งโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนช่างอากาศ ที่เกี่ยวข้อง แบบนี้จะทำให้เกิดความตื่นตัวในการที่สมัครเป็นทหารกันมากขึ้นนะครับ โดยในที่สุดเราก็ไม่จำเป็นต้องมีการเกณฑ์อีกต่อไปนะครับ เพราะสมัครก็น่าจะเกินแล้ว และอีกเรื่องหนึ่งก็คือถ้ามีระบบข้อมูลข่าวสารที่ดีพอ เราก็คงจะต้องมีระบบกำลังพล ที่สามารถระดมพลได้อย่างรวดเร็ว

สุดท้าย เรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เนื่องจาก ความแตกแยกหรือความขัดแย้งกันในภูมิภาคแห่งนี้ คนไทยหรือประเทศไทยจำเป็นต้องมี การเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาอาวุธ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการพัฒนาปืนให้ใช้เอง ปืนประจำการ ปืนใหญ่ เรือรบ เครื่องบินรบ รถถัง รวมถึง เรื่องของโดรน ซึ่งขณะนี้ขีดความสามารถของประเทศไทย เช่น DTI และหน่วยงานวิจัย พัฒนาของแต่ละเหล่าทัพ เขาสามารถสร้างได้ ประดิษฐ์ได้และใช้งานได้ในกองทัพแล้ว ไม่อยากจะให้เป็นการละทิ้งนะครับ หรือการผลิตในประเทศรวมทั้งอู่ต่อเรือในประเทศ โรงงานสร้างรถยานยนต์ รถเกราะของมาดามรถถัง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถ้าท่านพัฒนา หรือปรับปรุงให้อุตสาหกรรม ในการซ่อมสร้างเครื่องบินหรืออุปกรณ์ของการรบให้พึ่งพา ตัวเองได้ ประเทศไทยก็จะไม่ต้องไปพึ่งพาต่างประเทศให้มากเกินไป เมื่อมีเหตุการณ์จำเป็น ก็สามารถพึ่งพาตัวเองได้ครับ ขอบพระคุณครับ