รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

ปฏิมา จีระแพทย์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการพิจารณาในเรื่องของการขยายระยะเวลาของสัญญาเช่า

นายปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา ผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วน ของทางรัฐบาล ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ เครื่องมือที่สำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑ เครื่องมือ คืออสังหาริมทรัพย์ ผมได้ติดตามพัฒนาการของพระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ในครั้งนั้นได้มีการพิจารณาในเรื่องของสัญญาเช่า ๓๐ ปี แต่ในเวลานี้ เข้าใจว่าจากรัฐบาลที่แล้วจนถึงวันนี้ มีแนวความคิดที่อยากจะขยายระยะเวลาให้มากขึ้น ไปถึง ๙๙ ปี ผมขออนุญาตเรียนว่าเครื่องมือนี้จะเป็นเครื่องมือที่นำให้นักลงทุนทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทยเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากเมื่อผมเปรียบเทียบกับการแก้กฎหมายประมวลแพ่งและพาณิชย์ ในมาตรา ๕๔๐ ที่ผมเคยเสนอแก้ไขไปเมื่อประมาณ ๑๔ ปีที่แล้ว พบว่าถ้า ๓๐ ปีก็จะคงไม่เป็นที่ดึงดูดให้กับ นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ผมจึงขอให้ท่านรับฟังผู้ที่มีความคิดเห็นต่าง ผมมีโอกาสพบกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ๑๘ สมาคมอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง คนกลุ่มนี้แน่นอนเป็นนักธุรกิจ แต่อีกมุมหนึ่งเขาก็พยายามหาทางออกให้กับประเทศไทย ให้กับรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมจึงอยากจะขอให้ทางรัฐบาล ได้โปรดเร่งรัดในเรื่องของการพิจารณาในเรื่องของการขยายระยะเวลาจาก ๓๐ ปีนะครับ ผมได้มีการพูดคุยกับทางสมาคม รวมทั้งสถาบันการศึกษาในการศึกษาเรื่องนี้ พบว่ามีความเห็น แตกต่างกัน บางท่านอาจจะมองว่า ๙๙ ปีนั้นมากเกินไป บางท่านมีความเห็นว่า ๖๐ ปี หรือ ๗๕ ปี เป็นต้น แต่ผมอยากจะเรียนทุกท่านว่าเครื่องมือนี้ในเรื่องของทรัพย์อิงสิทธินั้น จะทำให้ประเทศของเรา ต้องขออนุญาตพูดอย่างนี้ว่า ไม่ได้เป็นการขายชาติอย่างที่หลาย ๆ คน เข้าใจนะครับ เจ้าของที่ดินยังเป็นเจ้าของ แต่มีรายได้ในระยะยาวมากขึ้น สำหรับชาวต่างชาติ ตามข้อเสนอของ ๑๘ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ แล้วก็ธุรกิจที่เกี่ยวข้องนั้น ได้ทำการศึกษาไว้ ว่าที่ดินที่เขาอยากจะให้ชาวต่างชาติได้เช่า มีเพียงไม่เกิน ๑ ไร่เท่านั้น ผมก็อยากจะชวนไปดู ข้อมูลครับว่าในกรณีของประเทศต่าง ๆ ที่เขาเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัย ในประเทศของเขานั้นมีอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE มีประชากร ๙.๔ ล้านคน มีชาวต่างชาติ ๘.๓ ล้านคน หรือคิดเป็น ๘๘ เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งเศส มีประชากรใกล้เคียงกับเราประมาณ ๖๗ ล้านคน มีชาวต่างชาติ ๗ ล้านคน หรือประมาณ ๑๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่นับตัวเลขจนถึงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ๙๐๐,๐๐๐ คน หรือเพียง ๑.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่าง ถ้าเรากำลังมองการนำรายได้เข้าประเทศจากนักท่องเที่ยว ถ้าเรามองตัวเลข นักท่องเที่ยว ๒๐๐ คน พักในประเทศไทย ๑ สัปดาห์ เฉลี่ยประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาทต่อคน เราจะได้รับรายได้เข้าประเทศประมาณ ๑๔ ล้านบาท แต่เราก็สามารถที่จะชักชวน ให้ชาวต่างชาติมาซื้อบ้านพักอาศัยในประเทศไทยได้ ๑ หลังเท่านั้น ถ้าจะมองเป็นตัวเลข ที่ชัดเจนมากกว่านั้น ถ้าเรามองว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาตั้งแต่ First Quarter หรือในช่วง มกราคมจนถึงมิถุนายนประมาณ ๑๕ ล้านคน เราคิดแค่เพียง ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ หรือ ๑๕๐,๐๐๐ คน ถ้าจะเทียบเป็นหลัง ก็ ๑๕๐,๐๐๐ หลัง โดยใช้อัตราเดียวกัน คือ ๑๔ ล้านบาทต่อหลัง เราจะมีรายได้เข้ามาในประเทศเรา ๒.๑ ล้านล้านบาท ก็อยากจะฝาก ท่านไว้ว่าในเรื่องของการหารายได้เข้ามาในประเทศ อสังหาริมทรัพย์ยังเป็นทางออกที่ดี ทางออกหนึ่ง ประเทศไทยของเราอาจจะยึดติดในเรื่องของความเป็นเจ้าของ แต่ผมอยาก จะบอกว่าคนไทยอีกจำนวนมากนะครับที่ไปซื้อบ้านในต่างประเทศ แต่ไม่เป็นที่เปิดเผยกัน ในสหรัฐอเมริกามีการประกาศขายเมืองทั้งเมือง หลายเมืองถ้าท่านไป Search Google ดู ท่านจะเห็นว่ามีการขายเมืองที่มีพร้อมทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น ก็อยากจะขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งรัด ได้คุยกับทั้งผู้ที่เห็นด้วยในเรื่องของการขยายเวลาเช่า ของ พ.ร.บ. ทรัพย์อิงสิทธินี้ เพราะผมมองว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมาก แล้วก็ต้องเชิญ ผู้ที่เห็นต่างพูดคุยด้วยนะครับ จะได้เห็นตรงกันว่ามันเป็นประโยชน์ในการนำเงินตรา เข้าประเทศของเรานะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ