รัชนีกร ทองทิพย์ แสดงความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ขอให้รัฐบาลปรับนโยบายให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติเป็นนโยบายเร่งด่วน เป็นวาระแห่งชาติ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้กำหนดให้นโยบายการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ควรจะต้องดำเนินการทันที ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญและมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในประเทศของเรา มีผลกระทบทั้งเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งประเด็นนี้ยังเป็นประเด็น ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจาก การกระทำของมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น อุณหภูมิของน้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลง เกิดปรากฏการณ์ เอลนิญโญและลานิญญา เกิดภาวะแล้งจัด น้ำท่วมรุนแรง ในปัจจุบันประเทศไทยประสบภัยพิบัติ บ่อยครั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว หรือภัยจากความแห้งแล้ง สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นอย่างบังเอิญนะคะท่าน แต่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกิดขึ้นจากการใช้งานทรัพยากรธรรมชาติที่ขาดความตระหนัก ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องการ การช่วยเหลือ และในเรื่องของการบริหารการจัดการที่มีประสิทธิภาพจากรัฐบาลทั้งสิ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในวัฏจักรของการเกิดภัยพิบัติคือการเตรียมความพร้อมและการป้องกัน ดิฉันขอเน้นย้ำนะคะท่านประธานว่า เตรียมความพร้อมและการป้องกันอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องก่อนเกิดภัย ดิฉันขอฝากคำถามผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อม ในเรื่องของการป้องกันภัยพิบัติอย่างเพียงพอแล้วหรือยัง ดิฉันขอความกรุณาว่า รัฐบาล ท่านได้โปรดอย่าตอบเพียงหลักการกว้าง ๆ คำพูดที่สวยหรู ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ท่านกรุณาอย่าตอบว่า ทำอยู่ เตรียมอยู่ พร้อมแล้ว อันนี้ เรากลับมามองที่ภาพความเป็นจริงนะคะ ถ้าเราพร้อม วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี รวมถึง คณะรัฐมนตรีทุกท่าน คงได้นั่งฟังสมาชิกรัฐสภาอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการแถลงนโยบาย ของท่านอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องออกไปจากห้องประชุมเพื่อไปประชุมเร่งด่วนในการวางแผน ในการจัดการเรื่องน้ำท่วมทางภาคเหนือ วันนี้น้ำท่วมภาคเหนือ ๑๐ จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน เกิดผลกระทบ อย่างมากต่อประเทศไทย ประชาชนมากกว่า ๗๓๐,๐๐๐ คน ได้รับผลกระทบ มีพื้นที่ ประสบภัยพิบัติมากกว่า ๘๙๐,๐๐๐ ไร่ เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า ความพร้อมในเรื่องของ ภัยพิบัติในประเทศไทยยังไม่พร้อมนะคะท่าน ถ้าพร้อมจริง เจ้าหน้าที่จะเข้าลงปฏิบัติงาน ในพื้นที่อย่างทันท่วงทีและตามขั้นตอนได้เลย ประชาชนเราไม่ต้องรอนานขนาดนี้ค่ะ ความทุกข์ยากของประชาชนก็จะได้ลดน้อยลงไป การเตรียมความพร้อมและการป้องกัน สามารถทำได้ทั้งเรื่องของนโยบายผังเมือง การวางแผนผังเมืองที่ไม่กั้นขวางทางระบายน้ำ การขยายเรื่องของชลประทาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร การจัดการน้ำทั้งระบบ การบูรณาการทุกภาคส่วน รวมถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องแผนเผชิญเหตุที่ไม่ชัดเจน หลายครั้ง ที่เกิดภัยพิบัติในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย แต่มันไปติดขัดอยู่ที่คำสั่งสายงาน การบังคับบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ทำให้ไม่สามารถ ใช้งบประมาณในเรื่องของภัยพิบัติในแต่ละพื้นที่ได้ เหล่านี้ทำให้ดิฉันเห็นว่าควรจะมีเจ้าภาพ ที่จะทำเรื่องของภัยพิบัติอย่างชัดเจนและจริงจังเสียที ดิฉันขอเสนอ ขอให้คณะรัฐบาล ปรับนโยบายให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติเป็นนโยบายเร่งด่วน เป็นวาระแห่งชาติที่ขอให้ได้มีการทำงานให้มีความชัดเจนเสียที ทั้งในเรื่องของการสร้าง ความตระหนักรู้เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติกับชุมชน และรวมถึงการเตือนภัยล่วงหน้า ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อประชาชนในประเทศ อีกทั้งในเรื่องของการสร้างความร่วมมือ กับระดับนานาชาติเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิที่ ๖ จังหวัดอันดามัน ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ เวลาผ่านไป ๒๐ ปี แต่ระบบเตือนภัยล่วงหน้ายังไม่สามารถที่จะสร้าง ความมั่นใจให้คนในพื้นที่ได้ว่า รัฐบาลได้สร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ ที่จะคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ดิฉันขอเน้นย้ำ อีกครั้งว่า ขอให้รัฐบาลมองปัญหาเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศและภัยพิบัติ ให้เป็นวาระแห่งชาติเสียทีค่ะ ขอบคุณค่ะ