รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ กันยายน ๒๕๖๗

ชัยมงคล ไชยรบ วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ว่าไม่ต่างจากชุดที่แล้ว ไม่หวังผล และไม่ดีต่อประชาชน นอกจากนั้นยังบอกว่านโยบายเก่าหลายอย่างยังคงอยู่ เช่น การแจกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท และยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเสียดินแดนและทรัพยากรทางธรรมชาติ

นายชัยมงคล ไชยรบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชัยมงคล ไชยรบ พลังประชารัฐ สกลนคร ขอถือโอกาสนี้ได้ร่วมวิพากษ์วิจารณ์ นโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ด้วยครับ พลันที่ได้ทราบข่าวว่านายกรัฐมนตรีชื่อแพทองธาร ชินวัตร ผมก็นึกถึงประโยคที่บอกว่า คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แล้วก็มาตอกย้ำ ตอนที่ท่านอ่านแถลงนโยบายตรงนี้อีก ความหวังของคนไทยเริ่มเรืองรอง แต่พลันที่ คณะรัฐมนตรีปรากฏชื่อออกมาทำให้ความหวังเหล่านั้นเริ่มลางเลือน เราได้แลเห็นว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ประกอบไปด้วยคนเก่า ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเพิ่มเติมคนใหม่มาบ้าง เปรียบเสมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ที่เขียนฉลากเพิ่มเติม มีบ้างที่พ่อแทนลูก มีบ้าง ที่ลูกแทนพ่อ มีบ้างที่น้องแทนพี่ เพราะฉะนั้นวันนี้อยากกราบเรียนว่าท่านเหล่านั้นที่มาแทน กันนั้นไม่ใช่ไม่ใช่คนดี อาจจะเป็นคนดี แต่จะสามารถบริหารราชการแผ่นดินที่มีเดิมพัน ด้วยประชาชนคนไทย ๗๐ กว่าล้านคนได้หรือไม่ เพราะองค์ประกอบ ครม. ชุดนี้ประกอบไปด้วย หลายสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ที่เป็นผลพวงจากพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย ที่มีจุดยืนว่าอำนาจรัฐต้องมาจากปลายกระบอกปืน มาจากรัฐมนตรีอาชีพ ที่เลือกที่จะเป็นรัฐมนตรีมา ๑๗-๑๘ สมัย ส่วนคนใหม่นั้นก็สืบทอดโดยสายเลือด จึงได้เห็น สื่อมวลชนได้ขนานนาม ครม. ชุดนี้ว่าญาติกาบ้าง ผู้สืบสันดานบ้าง และอีกหลายสมญานาม ทำให้เห็นปลายทางของนโยบายรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้เห็นว่าจะหวังผลประการใด หากท่านทำ ตามที่ท่านอ่านคำแถลงทั้งหลายในสภาแห่งนี้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองในวันพรุ่งนี้เลยครับ แต่ก็ไม่แปลกใจเพราะว่านโยบายรัฐบาลชุดนี้ไม่ต่างจากชุดที่แล้ว ไม่ต่างกันเลยครับ แล้วก็ มีต้นทางจากพรรคเพื่อไทยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ยาเสพติดก็เขียนเหมือนกันว่า ต้นทางของยาเสพติดต้องจัดการแล้วคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน ยึดทรัพย์ บำบัดผู้เสพ หาผู้เสพ เขียนเหมือนกัน แต่ผลดำเนินการของรัฐบาลชุดที่แล้วท่านเป็นคนบอกเองนะครับว่า ไตรมาสที่ ๒ มีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มขึ้น ๒๙.๙ เปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่านี่คือการบริหารงานรัฐ ที่ล้มเหลวในการปราบปรามยาเสพติด นอกจากนั้นนโยบายเรือธงของท่าน Entertainment Complex บอกว่าจะสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น คนไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ผมเชื่อว่ามีการจ้างงาน ซึ่งคนไทยก็จะไปเป็นคนที่แจกไพ่ เป็นแรงงาน เป็นคนต้อนรับ แต่คนรวยมีไม่เกิน ๑๐ ตระกูล แต่คนจนนั้นจะมีนับสิบ ๆ ล้านคน เพราะฉะนั้นวันนี้นโยบาย เช่นนี้มันเปรียบเสมือนทำให้แลเห็นว่าเป็นนโยบายจากกลุ่มชนชั้นนำ เพื่อชนชั้นนำ และเพื่อ ทุนขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงไร้ความหวังจากพฤติกรรมที่ทำ แต่หากอ่านตามนโยบายที่เขียนไว้ ชื่นชม นอกจากนั้นก็ยังจะบอกอีกหลายเรื่อง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นพูดกันมาตั้งแต่ รัฐบาลที่แล้วว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือทับหน้าในการบริหารราชการแผ่นดิน ในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน แต่การเปลี่ยนแปลงการแก้ไขไม่ว่าเรื่องการจัดเก็บภาษีก็ดี การแก้กฎหมายให้อำนาจหน้าที่ ของท้องถิ่นนั้นสามารถจัดการปัญหาในท้องถิ่นตัวเองได้นั้นแทบไม่ได้ขยับเลยครับ แล้วนอกจากนั้นยังบอกอีกว่าพลังงานเราต้องทำให้มันลดราคาค่าไฟ ค่าน้ำ แต่อยากบอก ท่านประธานกราบเรียนท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่ที่ไหนไม่รู้ ว่ากรุณา ไปดู MOU ปี ๒๕๔๔ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งโดยข้อเท็จจริง ทางประวัติศาสตร์หลักฐานต่าง ๆ ได้บ่งชี้ว่ามันไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน แต่เป็นแผ่นดินไทยที่เรา ไปทำ MOU แล้วสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน และดินแดนที่จะเสียนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากร ทางธรรมชาติ มีปิโตรเลียม มีก๊าซธรรมชาติ ใครไปเซ็นกับใครไว้ตามไปแก้ไขตามไปยกเลิก หน่อยครับ จำคำพูดผมไว้ให้ดี ในแผ่นดินรัชกาลนี้คนไทยจะไม่ยอมเสียดินแดน ไม่ว่าทางผืนดิน ทางผืนน้ำ แม้แต่ตารางนิ้วเดียว หากทำให้เสียดินแดนนั้นเขาจะตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติ คนทรยศต่อแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายเรือธงที่เคยพูดกันมาตั้งแต่รัฐบาล ที่แล้ว การแจกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จะเป็นเงินสดหรือเงินอะไรก็แล้วแต่ นี่ท่านวางแผนไว้ดี หรือไม่ ถ้าเป็นเงินสดท่านได้วางแผนในการที่จะไม่ไปส่งเสริมสินค้าต่างชาติราคาถูก ที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยจนกระทั่งทำลาย SMEs จนกระทั่งทำให้ผู้ประกอบการ ในประเทศไทยนั้นเจ๊งกันระเนระนาด เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้เขาไม่ได้ดูกันที่การอ่าน เป็นตัวอักษร แต่อยากเห็นการกระทำที่เป็นจริง เมื่อมองที่มาของรัฐบาลตั้งรัฐบาลแล้ว วันนี้ภาพที่ประชาชนเขารับรู้ก็คือตระบัดสัตย์ มันมีที่ไหนครับ พรรคที่ยกมือให้ ๓๙ เสียง บอกไปเป็นฝ่ายค้าน เปรียบเสมือนว่าไปหุงข้าวมาด้วยกันพอเวลาข้าวสุก ข้าพเจ้าขอกิน คนเดียว แต่พรรคที่งดออกเสียงเชิญมาเป็นรัฐบาล