ชัยวัฒน์ สนับสนุน PCA ย้ำส่งเสริมประชาธิปไตย-เศรษฐกิจยั่งยืน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อภิปรายสนับสนุนร่างกรอบความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป โดยเน้นว่าความตกลงนี้จะช่วยส่งเสริมหลักประชาธิปไตย นิติธรรม สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่เวทีโลกและดึงดูดการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออภิปราย สนับสนุนร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านระหว่าง ประเทศไทยกับสหภาพยุโรป หรือ PCA ท่านประธานครับ กรอบความตกลง PCA นี้ มีที่มาอันยาวนานกว่า ๒๐ ปีแล้วครับ และเป็นความร่วมมือที่รอบด้านจริง ๆ คือมีทุกด้าน แต่ผมจะขอ Focus ไปที่ด้านพื้นฐานที่สุดครับ ก็คือด้านการเสริมและการสร้างความเจริญ ทางด้านประชาธิปไตย และด้านเศรษฐกิจให้ยั่งยืน โดยมีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องสนับสนุน PCA นี้ ๔ ข้อครับ

เหตุผลที่ ๑ เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยของไทยให้ก้าวหน้า ท่านประธานครับ ประเทศไทยได้เริ่มเดินทางบนถนนแห่งประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ปัจจุบันผ่านมา ๙๒ ปีแล้วครับ เป็นการเดินทางที่ยาวนานเกือบจะถึง ๑ ศตวรรษแล้ว มีการก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญไปถึง ๑๓ ครั้ง แม้จะเดินทางมาไกล แต่ว่าประชาธิปไตยของไทยก็ยังไม่ถึง จุดที่จะบอกกับชาวโลกได้ว่า เรามีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ประชาชนคนไทยได้เรียกร้อง ต่อผู้มีอำนาจมาโดยตลอด ให้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเสาหลักทั้ง ๓ ด้าน ทั้งด้านนิติบัญญัติ ด้านบริหาร ด้านตุลาการให้มีความเป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง ซึ่งกรอบความร่วมมือ PCA นี้ ก็ได้ให้การสนับสนุน และให้ความสำคัญอย่างมากกับหลักการของประชาธิปไตย ความตกลงนี้ ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยต่อหลักการของประชาธิปไตย มีการระบุในข้อแรกของหัวข้อแรก ว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งยวดของความตกลงนี้ ระบุถึงหลักการที่ทั้งไทยและ EU ให้ความเคารพในหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รวมทั้ง การเคารพในหลักนิติธรรม อันเป็นรากฐานการดำเนินนโยบายทุกประการ ระหว่างไทย และยุโรป ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือระหว่างประเทศ ความตกลง PCA นี้ส่งเสริมและเปิดโอกาส การแลกเปลี่ยน เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาระบอบการปกครองให้มีธรรมาภิบาลที่ดี หรือว่า Good Governance Practice เช่น ระบบบริหารจัดการการเลือกตั้ง กระบวนการตรากฎหมาย นิติบัญญัติ การปรับปรุงระบบกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมผ่านช่องทางการแลกเปลี่ยน อย่างเป็นทางการ ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้กำหนดนโยบายต่าง ๆ นักวิชาการ รวมถึงสมาชิก รัฐสภาของไทยและ EU การสร้างความร่วมมือกับ EU ซึ่งเป็นกลุ่มรัฐที่ยึดมั่นในค่านิยม ประชาธิปไตย ย่อมช่วยพัฒนาขีดความสามารถของไทย ในการพัฒนาสถาบันประชาธิปไตย ให้เข้มแข็ง แข็งแรง ยั่งยืน และสนับสนุนการปฏิรูปทางการเมืองที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ ในตอนนี้ให้เหมาะสมกับบริบท และความต้องการของประชาชนคนไทยครับ

เหตุผลความจำเป็นที่ ๒ เพื่อเสริมสร้างหลักนิติธรรม หรือว่า Rule Of Law คือการปกครองรัฐโดยใช้กฎหมายอย่างมีคุณธรรม มีความเป็นธรรม และยุติธรรม ต่อผู้ถูกปกครอง ท่านประธานครับ การเน้นย้ำหลักนิติธรรมใน PCA นั้น เป็นการช่วยส่งเสริม โดยตรงในการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติของประเทศไทย ในด้านกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรม PCA จะช่วยวางกรอบความร่วมมือระหว่างฝ่ายตุลาการของไทยและ EU ทางด้าน การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาระบบบริหารจัดการคดี กระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะช่วยให้ไทย พัฒนาประสิทธิภาพ และความเป็นธรรมของระบบกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ให้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นความตกลงนี้จะช่วยส่งเสริมขีดความสามารถของไทยในการต่อต้าน การคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยและประชาชนคนไทยถวิลหาเป็นอย่างยิ่ง ผ่านความร่วมมือ ทางด้านเทคนิค การสืบสวน สอบสวนคดี การดำเนินคดีเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน แล้วจะทำให้ มีแผนดำเนินการความร่วมมือต่อไปร่วมกันอย่างจริงจัง การยกระดับด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยแล้ว ยังเป็นประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนระดับสถาบัน กองทุนต่าง ๆ ให้ความสำคัญ ในความแข็งแรงเชิงโครงสร้างอันนี้มาก ถ้าหากประเทศไทยมีหลักนิติธรรม มีการบริหาร จัดการเกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชัน จะเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนให้กับประเทศไทย ในสายตา ของนักลงทุนต่างประเทศ ช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้าไทยให้มากยิ่งขึ้นด้วย

เหตุผลที่ ๓ เพื่อเพิ่มการพัฒนาเศรษฐกิจ ความตกลงนี้ส่งเสริมความร่วมมือ ในด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเศรษฐกิจ Digital รวมทั้งอุตสาหกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เป็น เศรษฐกิจมูลค่าสูง เปิดโอกาสให้คนไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง สนับสนุน ให้คนไทยบรรลุเป้าหมายที่ไทยจะก้าวเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี ๒๕๘๐ ผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ดังนั้น PCA จึงเป็นการ ก้าวหน้าไปสู่การเจรจาทางการค้ามากขึ้น เสริมการอำนวยความสะดวก เพิ่มปริมาณการค้า การลงทุน กับ EU ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของไทยครับ

เหตุผลที่ ๔ ยกระดับสถานะประเทศไทย ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ท่านประธานครับ PCA นอกจากจะส่งเสริมด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งเสริมสถานะของไทย ในฐานะผู้เล่นสำคัญใน ASEAN ด้วยนะครับ ความตกลงนี้ได้ระบุชัดเจนถึงความสำคัญ เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในกลุ่ม ASEAN ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบทบาทของไทย ให้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในกรอบ PCA ก็จะเพิ่มพื้นที่ในการมีส่วนร่วม ในการต่อรอง การอภิปราย การหารือ การเจรจาของไทยในเวทีระดับโลก เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ รวมทั้ง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือว่า Climate Action และการพัฒนา อย่างยั่งยืนที่กำลังเป็นหัวข้อที่ทั้งโลกให้ความสนใจในปัจจุบันนี้ ก็จะทำให้ไทยมีตัวตน มากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ความตกลงระหว่าง EU กับไทยฉบับนี้ไม่ใช่แค่เอกสาร ทางการทูต แต่เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับประเทศไทยครับ ความตกลงนี้ก็ได้สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ในเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตย ส่งเสริมการเติบโต ทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการเห็นชอบกับข้อตกลงนี้ของรัฐสภา ไม่เพียงจะช่วยยกระดับ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ EU แต่กำลังลงทุนในอนาคตของประเทศไทย กำลังมุ่งมั่น ต่อเส้นทางที่เสริมสร้างประชาธิปไตย แล้วก็หลักนิติธรรมของสังคมไทย ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ผมจึงขอสนับสนุนให้สมาชิกรัฐสภานะครับ สนับสนุนความตกลง PCA นี้ และที่สำคัญครับ ท่านประธาน ในช่วงที่ผ่านมาหลังการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ มีเหตุการณ์ที่สมาชิกสหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ความกังวลเกี่ยวกับประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมของประเทศไทย ออกมาเป็นระยะ ล่าสุดก็ได้แก่ กรณีการยุบพรรคก้าวไกล แล้วก็การถอดถอนนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การปฏิบัติตามความตกลงนี้ ให้ได้ ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ถึงการเตรียมตัว ของรัฐบาลว่า มี Action Plan หรือแผนการปฏิบัติการอย่างไรต่อไป เพื่อที่จะปรับปรุง พัฒนาให้ไทยเป็นที่ยอมรับต่ออารยประเทศ ในการปฏิบัติตามหลักการ ความตกลงฉบับนี้ โดยเฉพาะหลักพื้นฐานสุด ๆ ก็คือ เรื่องของการยึดมั่นในประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรมตามปฏิญญาสากล ถ้าไทยลงนามไปแล้วว่าจะเป็นหุ้นส่วนกับ EU ไทยก็ต้องทำให้ได้ครับ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการตระบัดสัตย์ ผิดสัญญาประเทศไทยจะเสียหาย อย่างประเมินราคาไม่ได้ ขอบคุณครับท่านประธาน