ณัฐวุฒิ บัวประทุม ประท้วงประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากประธานไม่ทำความเข้าใจหรือเคลียร์ต่อสาธารณะชนในบางประเด็น เช่น การไม่กล่าวถึงญัตติของคุณสมชาย แสวงการ และไม่ได้ยินเสียงของเขาเกี่ยวกับการถอนญัตตินั้น นอกจากนี้ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ยังหารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา และมีความคิดเห็นว่าประธานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอใช้สิทธิประท้วงท่านประธานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ ที่ท่านอ้างนะครับ แล้วก็ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาในข้อ ๕ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าประเด็นมีหลายประเด็นที่ท่านประธาน ไม่อาจที่จะทำความเข้าใจหรือเคลียร์ต่อสาธารณะชนได้ และผมคิดว่าเพื่อความสง่างาม ของท่านประธาน ที่ทางคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นคนเสนอชื่อท่านประธานเป็นประธาน สภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา และที่ประชุมให้การรับรอง เราปล่อยผ่านแบบนี้ไม่ได้ครับ
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ในกรณีของญัตติของคุณสมชาย แสวงการ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ด้วยความเคารพครับ เมื่อสักครู่ตอนแรกผมเข้าใจว่าท่านจะไม่กล่าวถึง แต่เมื่อท่านกล่าวถึงแล้วบอกว่าคุณสมชาย แสวงการ ไม่ติดใจ ผมเองยังหันไป ยังไม่เห็น คุณสมชาย แสวงการ แต่ผมเชื่อมั่นว่าท่านมาแล้วนะครับ ท่านเป็นคนที่รับผิดชอบการทำหน้าที่ ได้เป็นอย่างดี ผมเองยังไม่เห็นครับว่าคุณสมชาย แสวงการ ได้แถลงต่อที่ประชุมว่า จะถอนญัตติของตนเอง ผมเองยังไม่เห็นเลยว่าคุณสมชาย แสวงการ แสดงเหตุและผล แบบที่คุณรังสิมันต์แสดงแบบใด ประการใด ผมคิดว่าท่านประธานวินิจฉัยได้ แต่เมื่อท่าน ใช้เกณฑ์เดียวกันแล้วอยากจะฟังว่าคุณสมชายไม่ติดใจก็ควรจะได้ยินจากเสียงของคุณสมชาย แสวงการ ด้วยตัวท่านเอง เพราะเรื่องอื่นท่านพูดทุกเรื่องเลยครับ เรื่องอื่นท่านอภิปรายยาว แต่เรื่องนี้แค่คำว่า ถอน หรือ ไม่ติดใจ ผมยังไม่ได้ยินเสียงท่านเลย นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ ท่านประธานครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ ที่ท่านใช้นี่ผมคิดว่า ทางฝ่ายกฎหมายสภาต้องทบทวนนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ เป็นเรื่องของ การทำหน้าที่ครับท่านประธาน รอบนี้อาจจะต้องประท้วงยาว เพราะว่าเพื่อความสง่างาม ของตำแหน่งประธานครับ เป็นเรื่องการทำหน้าที่ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่จะนำไปสู่รายละเอียด ของการปฏิบัติซึ่งข้อบังคับมีบทบัญญัติเฉพาะต่าง ๆ นั้นถูกหรือผิด ผมยกตัวอย่าง เพราะท่านอ้าง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ วรรคสี่ ที่บอกว่า ประธานรัฐสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินกิจการของสภาให้เป็นไปตามข้อบังคับ แต่วรรคห้าเองก็บอกว่าท่านต้องวางตัวเป็นกลาง ในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าท่านชัดเจนตั้งแต่วันนั้น เพราะเหตุใดละครับ ฝ่ายกฎหมายสภา ถึงไม่บอกท่านเลยตั้งแต่วันนั้นว่า ญัตตินั้นไม่สามารถบรรจุได้ แล้วก็หยิบยกกรณีของมาตรา ๒๗๒ รัฐธรรมนูญที่เรากำลังพิจารณาในวันนั้นขึ้นมาพิจารณาต่อ แต่ท่านก็ไม่ได้ทำ เพื่อนสมาชิก พรรคก้าวไกลไปลงรายละเอียดนะครับว่าการเลื่อนการประชุมทีส่งผลกระทบต่องบประมาณ วันละกี่ล้านบาท ผมเองไม่อยากพูดถึงตัวเลข แต่ผมคิดว่าอย่าใช้รัฐธรรมนูญในกรณีของ การปฏิบัติหน้าที่มาเป็นบทบัญญัติที่ตีความ แล้วนำไปสู่การตีความเลยไปถึงข้อบังคับ การประชุมที่ไม่มีความเกี่ยวเนื่องสอดคล้องกัน นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ประการที่ ๓ ซึ่งผมคิดว่าเป็นประเด็น สำคัญยิ่งครับ ท่านประธานพยายามจะอ้างว่าฝ่ายกฎหมายเขาสรุปมา มีการหารือ มีการพูดคุยในที่ประชุม Whip ๓ ฝ่าย แต่ท่านต้องยืนยันผ่านสาธารณชนครับว่า ใน Whip ๓ ฝ่ายไม่ได้มีมติว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่ฝ่ายกฎหมายทำมา ผมไม่อยากลงรายละเอียด ความจริงผมยังติดใจอยู่ ๒ คำด้วยกันนะครับ คำหนึ่งท่านถอนไปแล้ว ผมไม่ลงรายละเอียด กรณีที่กล่าวพาดพิงไปถึงคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ความจริงยังอยากได้เอกสารฝ่ายกฎหมาย ที่ตีความว่าตกลงท่านถอนไปจริงหรือไม่ แต่ในเอกสารที่ฝ่ายกฎหมายสรุปยังมีอีกคำหนึ่ง ที่สำคัญนะครับ จะไม่พูดเสียก็คงไม่ได้ เพราะท่านอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาแล้วว่า การเสนอบทบัญญัติดังกล่าวนั้นไม่อาจทำได้ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อยากเอ่ยชื่อตุลาการว่า ชื่ออะไร อย่างไรบ้าง องค์ประชุมเป็นใคร หลายคนก็เป็นอาจารย์ของผม เขาไม่ได้วินิจฉัยเลยว่า การเสนอทำได้ ไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้รับเรื่องตั้งแต่ต้น ผมถึงบอกอย่างไรครับว่าท่านต้อง ไปทบทวนว่าเอกสารฝ่ายกฎหมายของท่านเองมีปัญหาไหม แต่ไม่เป็นไรครับ เอาเป็นว่า ท่านต้องยืนยันผ่านที่ประชุมครับว่า ในที่ประชุม Whip ๓ ฝ่าย หรือหลายฝ่ายก็แล้วแต่ เพราะว่าก็ยังไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหนนี่นะครับ วันนี้จัดเก้าอี้ผมแบบนี้ วันหน้า อาจจะกลับไปฝั่งโน้น วันโน้นอาจจะกลับไปฝั่งนั้น หรือ ๒ ปีข้างหน้าอาจจะกลับมาอีกฝั่งก็ได้ ไม่มีใครรู้ แต่ท่านต้องเอาให้ชัดว่าถ้าไม่ได้มีมตินะครับ เป็นแค่ความเห็น พวกผมก็รับทราบไว้ ไม่เป็นไรครับ นั่นเป็นประการที่ ๓
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ผมคิดว่านี่ต้องฝากอนาคตไว้ให้ลูกหลาน เพราะว่าสิ่งที่พูดในที่ประชุม เรื่องเด็ดขาดครับท่านประธาน