วิวรรธน์ ตั้งคำถามความเหมาะสมเศรษฐา ชี้ ส.ว.

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖

วิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร อภิปรายถึงบทบาทของวุฒิสมาชิกในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกรณีของเศรษฐา ทวีสิน ที่แม้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทย แต่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความรู้จักคุ้นเคยของ ส.ว. ต่อตัวบุคคล รวมถึงประเด็นจริยธรรมและข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษีในอดีตที่ยังไม่ได้รับการชี้แจงอย่างชัดเจน จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปตามหลักเกณฑ์รัฐธรรมนูญและผลประโยชน์ของประเทศ

นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะครับ กระผม นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร สมาชิกวุฒิสภา วันนี้จะขออนุญาต อภิปรายสำหรับผู้เป็น Candidate ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ โดยทางพรรคเพื่อไทย ได้มีการส่งคุณเศรษฐา ทวีสิน มาเป็น Candidate นะครับ สำหรับ สว. นี่ผมอยากจะ ขออนุญาตอย่างนี้ก่อนนะครับว่า ตามอำนาจหน้าที่ของ สว. แล้ว ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้มีหน้าที่ในการเลือกบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้แล้ว ยังต้องกำหนดถึงคุณสมบัติด้วยว่าคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนี้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ตามมาตรา ๑๙๕ และมาตรา ๑๖๐ (๔) ผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้จะต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต แล้วก็เป็นที่ประจักษ์ของประชาชน และจะต้องมีจริยธรรมตามมาตรา ๑๖๐ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่ง ที่สำคัญ ดูแลบริหารบ้านเมืองทั้งประเทศ ดูแลปากท้องประชาชนทั้งประเทศ ดูแลสถาบัน เกือบทุกสถาบัน ขับเคลื่อนประเทศ ทำให้ประเทศเจริญหรือตกต่ำได้โดยผู้นำของประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นตำแหน่งที่สำคัญขนาดนี้ต้องได้รับการคัดสรรและคัดเลือกจากสมาชิก ทั้งวุฒิสภา แล้วก็ทั้ง สส. ต้องได้รับการรับรองเสียงกึ่งหนึ่งคือ ๓๗๕ นะครับ เพราะฉะนั้น กรณีดังกล่าวจึงเป็นเรื่องสำคัญของทางผู้ที่จะต้องมาเลือก ในเมื่อ สว. มีหน้าที่จะต้อง คัดสรรบุคคลที่มาเลือก ผมก็จะขอเข้าประเด็นเลยนะครับ

ประเด็นของทาง สว. นี่นะครับ ต้องเลือกคุณเศรษฐา ทวีสิน ทางพรรคเพื่อไทย ได้มีการเสนอมา ก็เพิ่งเสนอมาในช่วงระยะเวลาสักไม่เกินอาทิตย์กว่า ๆ ซึ่งเป็นการทราบข่าวกันมา เราก็พยายามจะติดตามนะครับว่าเศรษฐา ทวีสิน เขาทำอะไร อยู่ที่ไหน ประวัติเป็นอย่างไร ผมได้สอบถามเพื่อน สว. ด้วยกันเลยหลาย ๆ ท่านถามว่ารู้จักท่านเศรษฐาไหม ท่านเศรษฐา ทวีสิน รู้จักไหม บางคนก็บอกอ๋อรู้จักเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นเจ้าของ โครงการแสนสิริต่าง ๆ แต่ถามว่ารู้จักตัวตนท่านจริง ๆ ไหมว่าท่านทำอะไร อย่างไร ที่ไหน ท่านมีประวัติอย่างไร ส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่ทราบ ถามว่าท่านเป็นคนดีไหม หรือคนไม่ดีอะไร อย่างไรไหม คุณทราบกันไหม สว. พรรคพวกผมตอบว่าไม่ทราบเหมือนกัน ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่าส่วนใหญ่เราไม่ได้เข้าไปคลุกคลี มันก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาคำถามแรกเลยว่า คนที่จะมาเป็นนายกที่ สว. เราทุกคนจะต้องเลือกเรายังไม่รู้จักเขาเลยว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี เขาทำธุรกิจดีหรือไม่ดี แล้วเขามีความสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญได้หรือไม่ เราไม่รู้จัก ถามผมว่าแล้วผมจะเลือกอย่างไร ผมก็ถามพรรคพวกที่เป็นสมาชิก สว. หลาย ๆ ท่านที่เข้ามานี่ส่วนใหญ่ก็ไม่รู้จักเหมือนกัน ก็เกิดคำถามในใจกันทุกคนว่า มันเป็นตำแหน่งสำคัญนะ ประเทศจะเดินต่อไปได้ไม่ได้นี่มันอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพราะหลังจากนี้ท่านจะต้องไปตั้งทีมรัฐบาลบริหารประเทศ นโยบายท่านอีก อะไรอีก เยอะแยะไปหมดเลย แล้วเรายังไม่รู้เลยว่าท่านเป็นใคร มาจากไหนใน พรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้ทำเอกสารมาเสนอกับทาง สว. ให้ สว. ทราบเลยว่า OK ทางคุณเศรษฐา ทวีสิน เดิมเป็นอย่างไร ประวัติเป็นอย่างไร อะไรเป็นอย่างไร ไม่มีเลย เราก็พยายามติดตามข่าว จากทางด้านการเมือง ทางด้านสื่อ ทางด้านอะไร ก็เจอแต่ด้านลบตลอด ด้านลบที่ผมว่า ก็มีบางท่านมากล่าวหาท่านเศรษฐาว่าใช้วิธีการเลี่ยงภาษี ทำธุรกิจไม่ถูกต้อง ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ผิดจริยธรรม แล้วก็ยื่นเอกสารมาเยอะแยะไปหมดเลย เราก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขายื่นเอกสารมา ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง บริษัท แสนศิริ ก็มีเอกสารยื่นมาโต้ตอบ แต่ว่าไม่เคยเอามาชี้แจง ให้กับทาง สว.หรือส่งให้ สว. ทราบเลย เวลา สว. จะเลือกนายกรัฐมนตรีต้องเป็นไป ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ซึ่งระบุไว้ว่าผู้ที่จะต้องถูกเลือกจะต้องมี ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ต้องมีจริยธรรมเป็นเลิศ ในขณะนี้คุณเศรษฐาถูกโจมตีตลอด ส่งเอกสารเข้ามาทำการค้าขายมาไม่ถูกต้อง เลี่ยงภาษีบ้างอะไรบ้าง ซึ่งทางเราก็พยายาม จะหาข้อมูลว่ามันเป็นจริงหรือเปล่า มันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าหรือว่าท่านถูกกล่าวหา หรือจริง ๆ ท่านเป็นคนดี พวกผม สว. ผมพูดตรง ๆ ว่าผมไม่ทราบกันจริง ๆ ส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบ ถามเกือบทุกคน ทุกคนก็บอกไม่ทราบ ถ้าไม่ทราบแล้วผมจะไปเลือกกันได้อย่างไร ผมจะเอา ประเทศมาเสี่ยงในการจะเลือกคนคนหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าคนนั้นเป็นคนอย่างไร มาปกครอง ประเทศเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เอาเศรษฐกิจ เอาประเทศชาติ เอาความเจริญ เอาทุกอย่างมาเป็นประกัน แม้แต่สถาบันพระมหากษัตริย์มาประกันหรือ ผมฟังแล้ว ผมก็มีความรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ในฐานะว่าเราต้องเลือกเราก็ต้องหาข้อมูลในส่วนของ ทาง สว. ผมก็ไปตามเอกสารมาได้หลายชิ้นนะครับ คุณเศรษฐา ทวีสิน ถูกกล่าวหา เรื่องแรก คือเรื่องซื้อที่จากบุคคล ๑๒ คนเพื่อทำธุรกิจ เราก็ดูนะครับว่าเอกสารที่เขากล่าวอ้างว่า เขาซื้อที่มาตัวนี้เป็นอย่างไร คุณชูวิทย์ก็มาแฉว่าไปแบ่งที่ดินเป็น ๑๒ ส่วน แล้วก็เพื่อจะมา เลี่ยงภาษีในนามคณะบุคคล แต่ถ้าเป็นการเสียภาษีในนามบุคคลแล้วถ้าเลี่ยงเป็น ๑๒ คน แล้วจะทำให้เสียภาษีน้อยลง ทำให้ต้นทุนในการซื้อขายของแสนสิริถูกลง ตรงนี้เราก็ไปค้น ทั้งกฎหมาย ทั้งข้อเท็จจริง ทั้งได้จากหน้าข่าว ทั้งได้จากประมวลกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องภาษีอากร เราก็ไปดูทุกอย่างมาผมขอสรุปคร่าว ๆ อย่างนี้นะครับว่า มีการซื้อขายจริง ระหว่าง บริษัท แสนสิริ กับ บริษัท ประไพทรัพย์ บริษัท ประไพทรัพย์ มีผู้ถือหุ้น ๑๒ ราย ทั้ง ๑๒ รายถือหุ้นในที่ดินแปลงเดียว มีการตกลงซื้อขายกัน ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท สำหรับที่ดินแปลงนี้กับทางแสนสิริ แต่ปรากฏว่าผู้ถือหุ้นทั้ง ๑๒ ราย ไม่ว่าคุณประไพก็ดี หรืออีก ๑๑ คนก็ดี เข้ามาถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงเดียว เจตนาเพื่ออะไร ผมก็ไปดูกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของภาษีนะครับ ถ้าซื้อในนามกลุ่มบุคคลและจะซื้อตรงไปตรงมาซื้อที่ดินแปลงเดียว แปลงใหญ่แปลงเดียว ซื้อในนามคณะบุคคล เพราะว่าเขาเป็นคณะบุคคลมีบุคคลตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ขายเพื่อ ทางการค้า ฐานภาษีในการเสียภาษีนี่มันจะเสียได้สูง แต่ถ้าแยกย่อยเป็นสัก ๑๒ คน แล้วเขาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในนั้นแล้วก็เอามาเสียภาษีฐานภาษีมันจะเล็กลง ผมก็ตาม ต่อไปอีกสิว่าถ้าอย่างนั้นนี่มันจะทำให้รัฐเสียหายอย่างไรก็ไปดูต่อ ก็ปรากฏพบว่าเมื่อขยาย ไปแล้วเขาไปถือตามสัดส่วนผู้ถือหุ้น ๑๒ คนนี่ใครมีหุ้นเท่าไรก็ถือสัดส่วนตามนั้นในที่ดิน ไปใส่ชื่อลงหลังโฉนดไว้ เพื่ออะไร เพื่อทำให้มูลค่าที่ดินตรงนี้ในการถือสัดส่วนนี่ มันราคาน้อยลง เมื่อราคามันต่ำลงเวลาคำนวณภาษีมันก็น้อยลงไปด้วย เพราะเขามีการ Rate เขามีอัตราภาษีอยู่นะครับ เดี๋ยวผมมีเอกสารในการอัตราภาษีที่ในการเสียภาษีนี่มันจะมีอัตราภาษี