เลิศรัตน์ รัตนวานิช วิเคราะห์การจัดตั้งรัฐบาลจากความร่วมมือของพรรคการเมืองหลากหลายฝ่าย พร้อมแสดงความชื่นชมต่อความเสียสละของทั้งสองขั้วและหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง ยืนยันความซื่อสัตย์ของสมาชิกวุฒิสภา หลังมีกระแสข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องสื่อให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่อาจบิดเบือนและส่งผลต่อเกียรติภาพของผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทยเป็นผู้นำรัฐบาลเพื่อให้ประเทศเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง และเสนอให้พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอย่างรอบคอบภายใต้การรักษาสถาบันหลักของชาติและพระมหากษัตริย์ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยเน้นความจำเป็นในการมีผู้ร่างที่มีความรู้และเจตนาดีเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอขอบพระคุณท่านประธาน และขอขอบพระคุณทางพรรคการเมืองที่ได้ให้เวลากับ ทางสมาชิกวุฒิสภาเพิ่มขึ้น กระผมก็ได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อน สส. ได้พูดถึงผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ก็ใคร่ขอเพิ่มเติมด้วยเวลาที่จำกัด
ประการแรก ถ้าเราดูส่วนผสมของรัฐบาลชุดนี้จาก ๑๑ พรรค ๓๑๔ ก็ต้องเห็นว่าได้เกิดขึ้นจากความพยายามในการที่จะให้หลาย ๆ พรรค ซึ่งบางท่านก็เรียกว่า พรรคฝ่ายเสรีประชาธิปไตยร่วมกับพรรคฝ่ายรัฐบาลเดิม หรือบางท่านบอกว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยม มารวมกันเป็นรัฐบาลพิเศษ อันนี้ก็ต้องเป็นความเสียสละของทั้ง ๒ ฝั่ง ถ้าฝั่งฟากของรัฐบาลเดิม ๒-๓ พรรคไม่มารวมด้วย โอกาสจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จก็ไม่มี เหมือนกับที่เราผ่านไปในครั้งแรก ที่มี ๒ พรรค รวมเป็น ๘ พรรคพยายามจะจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคแกนนำคือพรรคเพื่อไทย ก็ต้องถือว่ามีส่วนเสียสละ อย่างเช่นที่ท่านผู้นำของพรรคได้พูดหลายครั้งว่า เป็นความลำบากใจ ที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดนี้ท่ามกลางข้อจำกัดที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ผมก็มีความชื่นชม ในความเสียสละของทั้ง ๒ ส่วน แล้วก็หวังว่ารัฐบาลที่เกิดจากการผสมกันทั้ง ๒ ฝั่ง ๒ ขั้ว จะเป็นรัฐบาลที่ทำเพื่อประชาชนจริง ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่ค้าง ๆ อยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเศรษฐกิจ เราได้ฟังสภาพัฒน์แถลงแล้วว่า GDP ของเราใน ๓ เดือนที่ผ่านมาโตเพียง ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ และทั้งปีจะโตแค่ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เท่านั้นซึ่งถือว่าต่ำมาก นี่ไม่นับรวมถึงหนี้ครัวเรือนของพี่น้องประชาชนซึ่งท่วม GDP ของประเทศไปแล้ว ก็ด้วยความเชื่อมั่นว่าฝ่ายค้าน ถ้าหาก ๑๑ พรรคได้เป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านที่เหลืออยู่ ก็เป็นพรรคที่มีคุณภาพ และจะสามารถเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่งในการที่จะ ติดตาม ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล
ในส่วนตัวบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน ได้อภิปรายถึงข้อด้อย ข้อดีต่าง ๆ ไปแล้วหลายประการ ผมเองก็ยอมรับในความสามารถ ของท่านในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ได้ติดตามการชี้แจงอภิปรายของท่านหลายครั้ง ก็รู้สึกว่าท่านมีความสามารถในระดับน่าพอใจ แต่อย่างไรก็ดีตัวท่านเองและพรรคเพื่อไทย ก็ต้องพยายามชี้แจงและทำความเข้าใจให้กับสาธารณะได้มีความกระจ่างแจ้งในความสามารถ ในความบริสุทธิ์ใจจากข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางฝ่าย สว. เองก็ได้พยายามติดตาม ในเรื่องนี้นะครับ ก็ยังคิดว่ามีบางเรื่องที่ท่านจะต้องชี้แจงและทำความเข้าใจ และบางเรื่อง ก็จะผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
กระผมมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนว่า ในช่วงของการที่มีการติดตาม การเสนอชื่อของพรรคเพื่อไทยให้เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีกระแสข่าวที่สื่อพยายามจะชี้นำ ซึ่งก็เป็นปกติ เพราะตอนนี้สื่อแข่งขันกันมาก มีการกล่าวหาว่ามีการแจกกล้วย ซึ่งปกติ ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในฝั่งฟากของสมาชิกวุฒิสภา พอสื่อชี้นำก็มีสมาชิกวุฒิสภาบางท่านที่ผมได้ยิน ในวันนี้นำมาอภิปรายมาพูดถึง ผมขอยืนยันด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของความเป็นสมาชิก วุฒิสภาว่า ผมไม่เชื่อว่าจะมี สว. แม้แต่ท่านเดียวไปรับสิ่งตอบแทนที่หลายท่าน ใช้คำว่า กล้วย จากผู้หนึ่งผู้ใดนะครับ แล้วก็ยังไม่คิดว่าจะมีใครที่จะนำกล้วยเหล่านี้มาแจก ให้กับ สว. เพื่อที่จะลงมติให้กับผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทย จึงอยากจะกราบเรียน ไว้ในที่นี้เพื่อบันทึกไว้ว่า การชี้นำ การกล่าวหาของสื่อมวลชนเราต้องระมัดระวังนะครับ มีปัญหาค่อนข้างมาก แข่งขันกัน แล้วก็ไม่ได้คำนึงถึงความรับผิดชอบในการที่จะนำเสนอ มีการใช้ชื่อย่อ ใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้การทำงานของสมาชิกรัฐสภาเองเป็นไปด้วย ความยากลำบาก
ในประเด็นสุดท้ายก็อยากจะกราบเรียนว่า กระผมไม่ขัดข้องที่จะสนับสนุน ผู้ได้รับการเสนอชื่อของพรรคเพื่อไทยให้เป็นผู้นำรัฐบาล เพื่อให้การเมือง ให้ประเทศสามารถ เดินต่อไปได้ในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและปัญหาทางด้านการเมือง ด้านสังคมต่าง ๆ ในส่วนนโยบายของพรรคร่วมที่จะเกิดขึ้นนั้นก็มีเพื่อน สว. หลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตนะครับ ที่ยังเป็นประเด็นปัญหา รวมทั้งนักวิชาการหลายท่านก็ได้พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเงิน Digital ต่าง ๆ ที่ท่านจะนำมาใช้ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในฐานรากนะครับ กับประเด็นเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มีเพื่อน สว. หลายท่านได้พูดถึง ผมเองก็เคยเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ ๑ ฉบับ ก็คิดว่าความเป็นห่วงของเพื่อน สว. ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่อยากจะ ฝากให้พรรคร่วมรัฐบาลได้พิจารณาให้รอบคอบว่า จะต้องดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของ การรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของประเทศ และยิ่งการที่จะรักษาไว้และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ให้อยู่ในสถานะเช่นเดียวกันกับที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีบัญญัติไว้ ไม่ใช่เฉพาะหมวด ๑ หมวด ๒ เท่านั้น กับอีก ๓๘ มาตราในหมวดต่าง ๆ ก็มีความสำคัญ เช่นเดียวกัน กระผมเห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าจะมานั่งแก้ทีละมาตรา ทีละหมวด ทำไม่ได้ครับ เพราะล็อกที่ใส่ไว้นี่กุญแจ ๓-๔ ชั้น ในมาตรา ๒๕๖ แต่ละมาตรา ที่เราจะไปแก้บางครั้งก็ต้องไปทำประชามติก่อน เช่น การแก้ไขคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทุกคนเลย ทุกประเภทเลยต้องไปถามประชามติ เพราะฉะนั้น จึงเห็นด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการแก้ไขทั้งฉบับนั้นเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ แล้วก็ถ้ามีการดำเนินการอย่างรัดกุมให้ผู้ร่างที่มีความรู้ แล้วก็มีความหวังดีต่อประเทศ เราก็จะสามารถได้รัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ขอขอบพระคุณครับ