ประพันธ์ ชี้แจงบทบาท ส.ว. ตรวจสอบคุณสมบัตินายกฯ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖

ประพันธุ์ คูณมี ชี้แจงบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยย้ำความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การตัดสินจากเสียงข้างมากทางการเมือง พร้อมตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับกรณีเศรษฐา ทวีสิน ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 160 วรรค 4 และ 5 จากเหตุการณ์สะพานแสนสิริ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนงโดยบริษัทแสนสิริ ที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัด รวมถึงการเปิดให้ประชาชนใช้ร่วม การยกเป็นสาธารณประโยชน์ และการรื้อถอนเมื่อจำเป็น เพื่อรองรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ดินตาบอด

นายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไม่นึกว่าผมจะถึงเร็ว นึกว่าจะอยู่คิวท้าย ๆ แต่ก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้เวลา ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ การประชุมในวันนี้ของรัฐสภานั้นผมคงไม่ต้องไปพูดซ้ำอีกแล้วว่ามีความหมาย และความสำคัญอย่างไรกับบ้านเมือง และการที่ ๑๑ พรรคการเมืองได้ร่วมกันเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจะมีความสำคัญอย่างไรต่อบ้านเมือง และต่อประเทศชาติรวมทั้งพี่น้องประชาชนด้วย เพราะการเสนอชื่อคุณเศรษฐามานั้น ก็เพื่อให้มาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะในปัญหาเรื่องนี้ผมมีเวลาอยู่เพียงไม่มากนัก สัก ๑๕ นาที ผมจำเป็นต้องพูดโดยรวบรัดว่า ผมมีจุดยืน และหน้าที่แตกต่างจาก เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่ได้อภิปรายไปแล้วบางท่านว่าบทบาทและหน้าที่ของ สว. นั้น ตามรัฐธรรมนูญและตามที่พี่น้องประชาชนให้ลงประชามติมานั้นก็เพื่อให้พวกเรา มาทำหน้าที่ในการกลั่นกรองบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ และ มาตรา ๑๕๙ จึงได้ระบุไว้ชัดเจนครับว่า วันนี้เรามา พิจารณาบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นี่เป็นหน้าที่และเป็นภารกิจ โดยตรงของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ผมจึงไม่ได้ให้น้ำหนักกับการว่า พรรคการเมืองที่จะไปร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลนั้นประกอบไปด้วยพรรคใดบ้าง เพราะไม่ใช่หน้าที่ ของพวกผมครับ เป็นสิทธิของท่าน ของพรรคการเมือง ของแกนนำพรรคจัดตั้งรัฐบาล มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองใดก็ได้เป็นหน้าที่ของท่านที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยกัน แต่หน้าที่ของพวกผมตามรัฐธรรมนูญก็คือเขาให้พวกผมมาพิจารณาว่า บุคคล ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อมานั้นสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นี่ต่างหากครับ ที่เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องทำหน้าที่ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่พรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเสนอคุณเศรษฐาเข้ามานั้นผมจะละเลย ไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ก็ไม่ได้ ส่วนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาฟังแล้วจะมีความเห็นอย่างไร จะลงมติ อย่างไรนั้นเป็นสิทธิโดยอิสระของท่าน เช่นเดียวกันผมก็มีสิทธิโดยอิสระที่จะลงมติว่า จะควรให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ นี่คือจุดยืนที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่า พรรครวมเสียงมาได้เสียงข้างมากแล้วเราก็จะต้องโหวตให้โดยไม่พิจารณาบุคคลนั้น ว่ามีคุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้าม มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นจุดยืนที่แตกต่างกันผมจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ตรงนี้ และต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปถึงพี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายอยู่ด้วยเช่นกันว่าการพิจารณาบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นหน้าที่โดยชอบของสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน เพราะกระบวนการเลือกตั้งนั้นไม่ใช่กระบวนการที่ได้ตรวจสอบประวัติของผู้ที่จะได้ดำรง ตำแหน่ง ในเชิงลึกประชาชนเลือกเพราะอาจจะนิยมในเรื่องนโยบาย ประชาชนเลือก อาจจะเพราะนิยมในบุคลิกภาพ หน้าตาหล่อเหลา ประชาชนอาจจะเลือกเพราะมีบุญคุณ แต่เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วเราต้องตรวจสอบในเชิงลึกว่าบุคคลผู้นั้นมีคุณสมบัติไหม เพราะแม้กระทั่ง กกต. เองก่อนจะประกาศว่าบุคคลใดมีคุณสมบัติในการเลือกตั้ง ยังไม่ได้ตรวจสอบเลยครับ ถึงได้มีคนเล็ดลอดว่าต้องคดีติดคุกก็ยังมาสมัครเป็นผู้แทน เพราะฉะนั้นการตรวจสอบบุคคลซึ่งสมควรเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นหน้าที่

ทีนี้กล่าวถึงกรณีของคุณเศรษฐา ทวีสิน ผมเองไม่ได้รู้จักเขาเป็นส่วนตัวครับ ท่านประธาน แต่ว่าทันทีที่บุคคลผู้นี้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชี ของพรรคเพื่อไทย และมีแนวโน้มว่าจะได้รับการเสนอชื่อมาให้สภาพิจารณา ผมก็ต้อง ทำการบ้านครับ แล้วก็ต้องศึกษาประวัติรู้ว่าชาติตระกูลมาอย่างไร ประกอบธุรกิจ ทำอาชีพ อย่างไร และเขาสมควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ อันนี้เป็นหน้าที่ครับ เราไม่ได้ทำ เพราะมีอคติอย่างไร ทีนี้ในประเด็นที่ท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายมาแล้วก็ดี หรือที่มี บุคคลภายนอกเปิดโปงพฤติกรรมของเขาเกี่ยวกับการทำมาหากิน ประกอบธุรกิจอาจจะมี ลักษณะส่อไปในความไม่โปร่งใสนั้นก็เป็นเรื่องของบุคคลภายนอก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราจะต้อง รับฟังประกอบการพิจารณาเท่านั้น แต่ในส่วนของผมที่ผมอยากจะพูดถึงนั้นเป็นประเด็น ที่ผมเกี่ยวข้องและเห็นพฤติกรรมและการกระทำของเขา ซึ่งผมเห็นว่าควรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข และควรที่จะต้องทำเสียให้ถูกต้อง เพราะหากยังเป็นอยู่เช่นเดิมนั้นก็ไม่น่าจะเหมาะสม ซึ่งในประเด็นนี้ผมก็ใช้หลักการเช่นเดียวกับที่ผมตรวจสอบผู้ได้รับการเสนอชื่อท่านอื่นที่ผ่านมา นั่นคือผมยังเห็นว่าคุณเศรษฐา ทวีสิน ยังมีคุณสมบัติและลักษณะที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) ส่วนท่านสมาชิกท่านอื่นจะเห็นว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ท่านก็ลองฟัง เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้แล้วกันครับ เรื่องที่ผมเห็นว่าท่านน่าจะมีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) ก็คือเรื่องกรณีสะพานแสนสิริ ซึ่งผมอยากนำเสนอข้อมูล ให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้นำไปพิจารณาก่อนจะโหวต ผมขอ Slide ภาพสะพานครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เพราะผมเป็นคนที่ติดตาม และเกาะติดเรื่องนี้มาเป็นคนแรกตั้งแต่แรก นี่ครับโครงการ โครงการนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่า แสนสิริเริ่มโครงการ THE Base สุขุมวิท ๗๑ สีเขียว ๆ ทางด้านซ้ายเห็นไหมครับ กับโครงการ Blocs 77 ที่ซอยอ่อนนุช สุขุมวิท ๗๗ แยกซอย ๑ เข้าไปในซอยประมาณนี้ ไม่เกิน ๒๐๐-๓๐๐ เมตร ๒๐๐ เมตรก็จะเห็นโครงการนี้ขึ้นมา นี่คือโครงการเริ่มแรกของ บริษัท แสนสิริ พอเริ่มโครงการนี้เสร็จปีต่อมาครับ Slide ต่อไปเห็นไหมครับ เขาก็มี การพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้นโดยข้ามมาซื้อที่ตาบอด เห็นไหมครับฝั่งขวามือติดกับทางด่วน ติดกับทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ท่านไปซื้อที่ดินตาบอดฝั่งนี้ไว้ใต้ทางด่วนเห็นไหมครับ แต่มันจะพัฒนาและทำโครงการขึ้นมาไม่ได้ เพราะมันไม่มีทางครับ ทางที่จะออกไปก็คือ ออกไปทางพระโขนงถนนกว้างไม่ถึง ๔ เมตร เขาทำอย่างไรละครับเพื่อจะพัฒนาที่ฝั่งนี้ ที่เป็นที่ตาบอดที่ซื้อมาในราคาถูก เห็นไหมครับมันมีสะพานข้ามคลองพระโขนง เขาให้ไปจ้าง บริษัททำ EIA ศึกษาหมดแล้วก็ขออนุญาตสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง ภาพต่อไป จะชัดเจนเห็นไหมครับ สะพานข้ามคลองพระโขนงตรงกลางครับ คลองพระโขนงเป็นทางน้ำ เป็นทางเดินเรือ เป็นที่สาธารณะ เขาขออนุญาตสร้างสะพานข้ามคลองมาฝั่งนี้จึงได้ถนน กว้าง ๑๒ เมตร พอที่จะสามารถอนุญาตขึ้นโครงการ The Base Park West The Base Park East โครงการ Garden Square Hasu Haus แล้วก็ยังมีโครงการ Habito ซึ่งเป็น Minimall และมีโรงเรียนนานาชาติอยู่ฝั่งนี้อีกนะครับ รวมแล้ว ๓,๒๐๐ Unit ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีสะพานข้ามคลองพระโขนงนี้เขาพัฒนาโครงการฝั่งนี้ไม่ได้ เห็นไหมครับ เขาทำอย่างไรครับ เขาก็ไปทำ EIA และขออนุญาตสร้างสะพาน โดยนำที่ดิน ๖ แปลง ภาพต่อไปเห็นไหมครับ ๖ แปลงก็คือที่ดินของ บริษัท แสนสิริ ที่ดินของบริษัทในเครือ ที่ดินที่เขาได้สิทธิภาระจำยอมมา รวมแล้วเป็น ๘ แปลง บอกว่าถ้าเขาได้สร้างโครงการนี้เขาจะสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง และเขาจะเอาที่ดิน ๘ แปลงนี้มาเป็นทางให้บุคคล ยินยอมให้บุคคลทั่วไปสามารถ เข้าใช้ประโยชน์ และถนนภาระจำยอมครับท่านประธาน นี่คือ EIA ที่จะขออนุญาต แล้วทุกคนก็ต้องทำหนังสือยินยอมหมดครับว่ายกให้เป็นประโยชน์สาธารณะ และให้ ประชาชนทั่วไปใช้เป็นทางร่วมด้วยได้ ซึ่งเป็นภาพเปิดไปเรื่อย ๆ นะครับ ภาคผนวก ๑ ภาคผนวก ๒ ด้วยครับ เป็นหนังสือที่เจ้าของที่ดินจะต้องลงบันทึกยืนยันกับทางกรุงเทพมหานคร จึงจะขออนุญาตสร้างอันนี้ได้ครับ ต่อไปเลยครับภาพรวม มาจนถึงแบบสะพาน ที่จะขออนุญาตนะครับ ผมผ่านไปเรื่อย ๆ เลยครับ แบบสะพานเห็นไหมครับ ฝั่งพระโขนง ฝั่งอ่อนนุช นี่คือแบบขออนุญาตสร้างสะพาน สะพานนี้ข้ามคลองพระโขนงนะครับ ซึ่งไม่ใช่ สมบัติส่วนตัว ไม่ใช่ที่ดินส่วนตัวของ บริษัท แสนสิริ แน่นอน หนังสือขออนุญาตก่อสร้างครับ หน้าต่อไปครับท่านประธาน ใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง และรื้อถอนเลขที่นี้ออกเมื่อ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เห็นไหมครับ ในหนังสืออนุญาตข้อ ๔ ผู้ได้รับอนุญาต ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ เห็นไหมครับ ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้าย ๑๖ ข้อ ก่อนที่ กทม. เขาจะอนุญาต รายละเอียด ๑๖ ข้อ ผมเอามาให้ดูเฉพาะข้อสำคัญ เห็นไหมครับ ข้อที่ ๓ ผู้ได้รับอนุญาตต้องยินยอมยกสะพานที่ก่อสร้างให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ และมีหน้าที่บำรุงรักษาสะพานดังกล่าวให้มีความมั่นคง แข็งแรง และสามารถใช้งานได้สะดวก ข้อ ๑๐ ผู้ได้รับอนุญาตต้องยินยอมให้ประชาชนใช้สะพานที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง เป็นสะพานสาธารณะ ไม่ใช่มาตั้งชื่อว่า สะพานแสนสำราญ เป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งหาก กรุงเทพมหานครจำเป็นจะต้องใช้สถานที่หรือแจ้งให้รื้อถอนสะพานดังกล่าวเมื่อใด ผู้รับอนุญาตต้องยินยอมจะแก้ไขหรือรื้อถอนสะพานดังกล่าวภายใน ๓๐ วัน นับแต่ วันรับหนังสือแจ้งให้ดำเนินการ โดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใด ๆ ทั้งสิ้น เห็นไหมครับนี่คือเงื่อนไข และข้อสำคัญข้อ ๑๕ ผู้ได้รับอนุญาตต้องเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ดิน ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างสะพาน สามารถเชื่อมต่อ และใช้สะพานที่ได้รับอนุญาต เพื่อใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ประชาชนที่อยู่รอบบริเวณนั้นที่จะสามารถ เชื่อมทางเข้ามาใช้กับทางสาธารณะนี้ได้ด้วย มันชัดเจนไหมครับว่าถ้าหาก กทม. ไม่มีเงื่อนไขนี้ แล้ว กทม. ไปอนุญาตให้ บริษัท แสนสิริ สร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง ตั้งแต่ผู้ว่าราชการ ปลัด ติดคุกกันระนาวละครับ อนุญาตไม่ได้ เพราะมันขัดต่อระเบียบกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๙ ขัดต่อกฎหมาย เพราะฉะนั้น บริษัท แสนสิริ ขออนุญาตเรื่องนี้แล้วก็นำที่ดิน ภาระจำยอมทั้งหมดนี้มายินยอมให้บุคคลทั่วไปใช้ ซึ่งสอดคล้องกับ ข้อ ๑๔ ของระเบียบ กรุงเทพมหานครทุกประการ เขาจึงได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง บริษัทที่ร่วมกับเขา บริษัทลูก ของเขาต้องทำหนังสือยินยอมหมดครับ ในหน้าต่อไปนะครับ ต้องยินยอมหมด บริษัท เมจิก บริษัท พระโขนง อ่อนนุช บริษัทในเครือของเขาทั้งนั้นนะครับ นี่คือระเบียบกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๙ ภาพต่อไปเลยครับผมไปเร็ว ก็จะเป็นภาพโฉนดที่ดินที่เขาเอามายื่นประกอบ ขออนุญาต ผมไม่ได้มากล่าวหาท่านแบบพล่อย ๆ หรือว่าไม่มีหลักฐาน ทุกอย่าง มันมีข้อเท็จจริง มีเอกสาร มีประจักษ์พยาน โฉนดที่ดินเป็น ชื่อบริษัท แสนสิริ ทั้งนั้น ท่านประธานครับ เวลารู้สึกมันจะเร็วไปนะครับ อันนี้ก็ OK ผมข้ามไปเลยครับ เห็นไหมครับ ได้รับอนุญาตสร้างสะพานเสร็จท่านดูสิครับ แล้วมาตั้งด่านเก็บเงิน ทำแข็งแรงใหญ่โตเลย เห็นไหมครับ มีป้อมยาม มีด่านไม้กั้นขึ้นลง นี่ทางขึ้นลงด้านอ่อนนุช ขึ้นสะพานไปลงฝั่งโน้น ก็มีป้อมยามแบบเดียวกันนี้รอเก็บเงินประชาชน มอเตอร์ไซค์ ๑๐ บาท รถเก๋ง ๒๐ บาท วันหนึ่งรถผ่านขึ้นผ่านลงเป็นหมื่น ๆ เที่ยว ท่านลองคิดดูสิครับว่าเป็นเงินเท่าไร แล้วก็ มีการตรวจสอบของสื่อมวลชน ของพี่น้องประชาชนที่ตั้งชื่อสะพานว่าเป็นสะพานแสนรำคาญแล้ว เพราะว่าทำให้เขาเดือดร้อน แทนที่เขาจะได้ใช้ทางสาธารณะกลายเป็นว่าต้องมาเสียเงินให้ บริษัท แสนสิริ ผมเป็นคนเขียนบทความนี้คนแรกตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เพราะผมเห็นสะพานตรงนี้ ครั้งแรกคือปี ๒๕๖๑ เดือนธันวาคม ผมก็เลยเขียนบทความลงฐานเศรษฐกิจในคอลัมน์ ข้าพระบาท ทาสประชาชน เตือนเขาว่า กทม. ไปยกที่สมบัติสาธารณะให้เอกชน มาหาประโยชน์ได้อย่างไร แล้วก็บอกควรไปทำเสียให้ถูกต้อง แล้วก็เสนอทางออกด้วย ให้ยกที่นี้ให้เป็นที่สาธารณะตามระเบียบกรุงเทพมหานคร และมันก็เคยมีตัวอย่าง คำพิพากษาศาลปกครองตัดสินไว้แล้ว ผมผ่านไปเลยครับ นี่มีคำพิพากษาผมเขียนเตือนไว้ หมดแล้วตั้งแต่ธันวาคม มกราคม นี่รูปแบบสะพานชัดเจนนะครับ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด บอกว่าชี้ให้ดู จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้เขาเก็บเงินมานี่มัน ๘-๙ ปีแล้วเขายังไม่เลิกครับ จนกระทั่งนายศรีสุวรรณมาเอาข้อมูลจากที่ผมเขียนนี้ไปยื่นกระทุ้งกับผู้ว่าราชการ กทม. ปลัด กทม. จึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคมนี้ให้ บริษัท แสนสิริ เปิดทางให้ประชาชนใช้ เป็นทางสาธารณะ ห้ามเก็บเงินประชาชน หากไปเก็บเงินประชาชนก็จะถูกดำเนินคดีอาญา ปลัด กทม. ก็ออกคำสั่ง แต่ท่านครับ ผมแปลกใจมาก บริษัท แสนสิริ แทนที่จะรู้ว่า นี่มันไม่ถูกต้อง ไม่ถูกกฎหมาย มันผิดจริยธรรม กลับมาชี้แจงแบบดื้อด้าน ผมจึงตั้งชื่อสะพานนี้ว่า ดื้อด้าน ผมไม่อยากใช้คำว่า หน้าด้าน เดี๋ยวจะไม่เหมาะสม ว่าเรียกเก็บเงินสะพานนี่ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไรล่ะครับขออนุญาตสร้าง ขออนุญาตสร้างสะพานในนามบริษัทตัวเองทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ครับผมจึงกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกว่า เรื่องนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องประพฤติผิดจริยธรรม อย่างร้ายแรง และไม่ซื่อสัตย์กับประชาชน ไม่ซื่อสัตย์กับแผ่นดินนะครับ ได้ประโยชน์ สาธารณะแล้วยังมาเบียดบังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ผมจึงอยากจะฝากเตือน ไปถึงพรรคที่เสนอชื่อคุณเศรษฐาว่า คุณช่วยตอบและยืนยันเรื่องนี้ได้ไหมว่าจะไม่มีพฤติกรรม อย่างนี้ จะเลิกและจะปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าคุณยืนยันว่าคุณจะไม่ทำสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป แล้วถ้าท่านได้มาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วท่านจะไม่เอาอำนาจความเป็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของท่านไปเบียดบังเอาสมบัติสาธารณะของแผ่นดินไปหากินเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง และพวกพ้องผมจะยินดีโหวตให้ครับ แล้วถ้าท่านไม่ทำตามที่ผมแนะนำนี่นะครับ ท่านไปดู คำพิพากษาคดีคุณกนกวรรณสิครับ ศาลฎีกาตัดสินไปแล้วครับว่าครอบครองที่สาธารณะ เป็นอย่างไรครับ ต้องถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองไปตลอดชีวิต คุณปารีณาก็โดนไปแล้ว เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ที่ผมพูดมานี่ก็โดยย่อ โดยรวบรัด เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า ท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้องตรวจสอบและจำเป็นต้องพิจารณาว่า บุคคลผู้นี้สมควรได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แล้วผมจะพิจารณาดูว่าท่านจะตอบอย่างไร แล้วท่านควรจะหยุดและเลิกเสียครับ สภาพปัจจุบันนี่ของตรงนี้ท่านไม่เก็บเงินครับ แต่ท่านยังไม่รื้อ Barrier ออกไป ยังไม่ได้รื้อทางที่ท่านทำประตูทำซุ้มอะไรต่าง ๆ นี้ออกไป จากทางสาธารณะ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้ท่านไปทำเสียให้ถูกต้องครับ ไปทำเสีย ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็ผมคิดว่าสมาชิกรัฐสภาคงไม่อยากจะเห็นผู้นำประเทศ เป็นคนที่มีความคิดเช่นนี้ วันก่อนท่านเป็นนักธุรกิจท่านทำมาหากินอย่างไรผมไม่ว่าครับ แต่ถ้าท่านจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้แล้วกรุณาอย่าทำพฤติกรรมแบบนี้ต่อไปอีก ขอบคุณครับท่านประธาน