ศานิตย์ ตั้งข้อสังเกตคุณสมบัติผู้นำ-ห่วงงบฯ-การตั้ง สสร.

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖

ศานิตย์ มหถาวร แสดงความเห็นในที่ประชุมสภาเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำความสำคัญของผู้นำที่มีธรรมาภิบาลและสนับสนุนบทบาทของวุฒิสมาชิกในการพิจารณาเพื่อประโยชน์ของชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการได้มาซึ่งเสียงข้างมาก ความชัดเจนของนโยบายพรรคการเมือง โดยเฉพาะด้านงบประมาณที่อาจนำไปสู่การกู้ยืมเพิ่มภาระหนี้สาธารณะ รวมถึงความกังวลต่อการตั้ง สสร. และการแทรกแซงบทบัญญัติเกี่ยวกับพระราชอำนาจและงบประมาณ พร้อมเรียกร้องความมั่นใจว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงส่วนดังกล่าว ขณะเดียวกันตั้งคำถามถึงคุณสมบัติทางจริยธรรมของผู้นำจากกรณีค่าผ่านทางสะพานแสนสำราญและการซื้อที่ดินที่ยังไม่ชัดเจน แสดงจุดยืนสนับสนุนให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากเสียงข้างมากเป็นนายกรัฐมนตรี แต่สะท้อนความกังวลว่าการเลือกผู้นำที่ยังไม่ชัดเจนอาจส่งผลเสียต่ออนาคตของประเทศ และขอให้บันทึกท่าทีนี้เป็นหลักฐานแห่งความบริสุทธิ์ใจต่อแผ่นดิน

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานพูดในนามที่ผมเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็มีความรักบ้าน รักเมืองไม่ต่างจากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกคน ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกไม่ว่า จากพรรคการเมืองใดก็ตามถ้าตัดไปซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน เอาผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ ผมว่าประเทศไทยจะศิวิไลซ์เป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกของผมตั้งแต่จำความได้ ผมก็เห็นการเมืองกว่า ๘๐ ปีก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ ท่านประธานครับ เลือกตั้งโดยใช้ปัจจัย อย่างอื่น ถ้าจะขออนุญาตเรียกว่าเป็นธุรกิจการเมืองก็อาจจะพูดได้ ในรุ่นใหม่ใหม่ ๆ ก็ใช้นโยบายในเรื่องของการหาเสียงเพื่อให้พี่น้องประชาชนเลือกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่างไร ท่านประธานครับ ผมเองนี่สนับสนุนให้มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลร่วมแรงร่วมใจกันทำเพื่อ ผลประโยชน์ของชาติของแผ่นดินโดยแท้ ถ้าผมไม่ได้พูดวันนี้ผมจะนอนตายตาไม่หลับหรอก เพราะผมเองไม่ใช่นักการเมือง แล้วก็คงไม่เล่นการเมือง แต่อย่างน้อยในชีวิตของผม ได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ผมขอทำหน้าที่ของผมเพื่อปกป้องคุ้มครองชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพี่น้องประชาชน จริง ๆ นะครับ ไม่มีเหตุอื่นใดเลย รักกันชอบกันทุกคนในสภาแห่งนี้ เป็นพี่เป็นน้องกันหมด ท่านประธานครับ ในการเลือกผู้ที่มาเป็นผู้นำของเราหรือนายกรัฐมนตรี ผมเองก็เฝ้าดูว่าจะมีการเสนอชื่อใครเอ่ย เพราะมีหลากหลาย ที่จริงผมเองนี่ในพรรคการเมือง ที่ร่วมกันก่อตั้งมีคนที่มีคุณสมบัติที่เป็นที่ยอมรับนับถือหลายคน อย่างพรรคการเมืองหนึ่ง แม้แต่หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคผมไม่ขอเอ่ยชื่อท่าน คุณหมอชลน่าน รู้จักกันดีครับ ทำงานมาตั้งแต่ผมเป็นผู้กำกับอยู่เวียงสา ท่านเป็นคนดี ท่านก็ไม่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นมา หรือท่านอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมรัฐบาลแห่งนี้ ผมไม่พูดถึงพี่เสรี เตมียเวส ในอดีตท่านใช้ชื่ออย่างนี้ หรือท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านพีระพันธุ์ หรือท่านอื่น ๆ ก็แล้วแต่ แม้แต่คุณท็อปก็ดี คนเหล่านี้ก็อาจจะมีอะไรที่ให้เพื่อนสมาชิกได้พินิจพิจารณาได้อย่างสะดวกสบาย ผมเองในฐานะที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำไมถึงมี สว. ผมยืนยัน สว. ทุกท่าน ทุกคนไม่ได้เคยใช้เงินซื้อเสียงเข้ามาครับ ไม่ได้ออกนโยบาย ประชานิยมมากมายครับ เรามาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองไม่ได้ประสงค์อย่างอื่นเลย ผมอภิปรายหลายครั้งว่าผมพอแล้วได้ทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวลครับ ท่านไม่ต้องรังเกียจพวกผมหรอกครับ ผมมีหน้าที่กลั่นกรองไม่ว่าจะบุคคลที่จะมาดำรง ตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งก็ทำอย่างเข้มข้น ล่าสุดก็เกือบจะไม่ได้เหมือนกันคนที่พวกเรา ได้ช่วยกันกลั่นกรอง นี่คือการทำงานอย่างเข้มข้น เพราะเราไม่มีผลประโยชน์ครับ เรามีผลประโยชน์ของชาติอย่างเดียว ทีนี้วกมาท่านประธานครับ มาถึงในเรื่องของคน ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยนี่ผมอยากให้เป็นข้อสังเกตครับ เพื่อนสมาชิกช่วยกัน พินิจพิจารณา

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ที่ผมอยากให้เป็นข้อสังเกตคือ การได้มา ซึ่งสมาชิกรัฐสภาเพื่อเป็นเสียงข้างมาก ผมไม่พูดหรอกครับว่าได้มากันอย่างไร ก็ขอให้ พวกเราพิจารณาว่า ถ้ามีการลงทุนจะมีการถอนทุนต่อไปอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีการถอนทุน ผมจะอนุโมทนาสาธุ แล้วยก ๑๐ มือเลยครับ เพื่อเลือกท่านเป็นนายกรัฐมนตรี

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของนโยบาย นโยบายพรรค นโยบายในการบริหาร ราชการแผ่นดิน นโยบายพรรคนำไปสู่นโยบายของรัฐบาล มีอะไรที่เราสงสัยกันพอสมควร แต่ที่สงสัยมากที่สุดก็คือ ในเรื่องของงบประมาณที่ท่านจะนำมาสู่การดำเนินการ ท่านประธานเชื่อไหมครับ TDRI ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ทุกคนยอมรับ TDRI ว่าอย่างไรครับ ท่านประธาน เขาบอกว่านโยบายประชานิยมอาจใช้งบประมาณกว่า ๓.๑๔ ล้านล้านบาท หากไม่มีงบประมาณเพียงพอก็ต้องกู้ การกู้จะส่งผลต่อหนี้สาธารณะต่อ GDP ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติเขาแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เป็นภาระแก่กระทรวงการคลัง เป็นภาระ แก่การเงินการคลังของประเทศหรือไม่ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ในเรื่องของ ประชานโยบาย สิ่งสำคัญอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ผมสบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง ท่านบอกว่า ท่านจะไม่แก้หมวด ๑ หมวด ๒ แต่ท่านจะตั้ง สสร. ครับ สสร. นี่เหมือนตีเช็คเปล่าหรือเปล่า ที่จริง ๆ ในหมวดของพระราชอำนาจมีมากมาย ผมยกตัวอย่างหมวด ๘ ท่านลองไปดู ก็แล้วกันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชอำนาจ มีตั้งแต่ มาตรา ๑๕๑ จนถึง มาตรา ๑๘๐ ท่านก็ไปดูเอา แล้วยังมีเรื่องอื่น ๆ มาตรา ๑๔๔ เรื่องท่านจะตัดงบประมาณเอาไปไว้ จังหวัดท่าน หรือ มาตรา ๑๘๕ แทรกแซงการแต่งตั้ง โยกย้าย ท่านให้ความมั่นใจกับผม ได้ไหมว่าท่านจะไม่แก้เหล่านี้ แล้วผมจะยกมือให้ท่าน

สุดท้าย ท่านประธานครับ ก็คือในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็น ผู้นำของเรานี่ ท่านประธานครับ อาจจะไม่ขัดกับมาตรา ๑๖๐ แห่งรัฐธรรมนูญในเรื่องของ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม แต่ในเรื่องของจริยธรรม ท่านประธานครับ ผู้นำของเราต้อง ไม่ขัดกับจริยธรรม มาตรฐานจริยธรรม ซึ่งมีอยู่ ๒ ส่วน มาตรา ๒๑๙ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญก็เป็นมาตรฐานจริยธรรมอีกส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือในส่วนของ มาตรา ๗๖ วรรคสาม ก็คือมาตรฐานจริยธรรม มาตรา ๒๑๙ เขียนไว้ตั้งแต่ร้ายแรง ปกติ ผมจะขอยกมันมี ๒๘ ข้อ ข้อสำคัญก็คือมาตรฐานมีอยู่ ๕ ข้อ ข้อ ๑ ยึดมั่นในประชาธิปไตย ข้อ ๖ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ ๗ ถือผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ข้อ ๘ ท่านประธานครับ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบเพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็น หรือยินยอมให้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ของตนแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ผมไม่แน่ใจว่าท่านที่เพิ่งถูกเสนอชื่อนี่ท่านมีจริยธรรม อย่างนี้มากมายหรือไม่ เมื่อไม่กี่วันมานี้ก็มีคนพูดถึงการซื้อที่ดินซึ่งก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่มีประเด็นหนึ่งที่ผมสงสัยอยากให้ท่านตอบด้วยนะครับ หรือเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้เสนอนี่ เขาเรียกว่า สะพานแสนสำราญ ผมนี่ข้องใจจริง ๆ ทำไมต้องไปเก็บเงินกับพี่น้องประชาชน จักรยานยนต์ ๑๐ บาท รถยนต์ ๒๐ บาท อันนี้ทำไมต้องไปเก็บเงินกับพี่น้องประชาชน มันก็เป็นประเด็นที่ผมสงสัย

โดยสรุป ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้พินิจพิจารณา ด้วยความเหมาะสม ใจจริงผมอยากให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อรวมเสียงข้างมากในสภา ได้มาเป็นผู้นำ ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อปกครองบริหารบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรือง ให้มีความมั่งคั่ง ประชาชนมีความมั่นคง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราจะให้คนที่มันยังไม่ชัดเจน ในหลาย ๆ ประเด็นเท่าที่ผมกราบเรียนไปแล้ว แล้วมันจะเกิดการซ้ำเติมหรือไม่ ท่านประธานครับ ซ้ำเติมประเทศชาติของเราให้ไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นผมเอง จึงขออนุญาตท่านประธานเพื่อให้บันทึกไว้ในสภาว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตผมนี่เกิดมาแล้ว ได้ตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยใจอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ