มณเฑียร บุญตัน ชี้แจงจุดยืนในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีว่าควรเคารพผลการเลือกตั้งและไม่ให้วุฒิสภายุ่งเกี่ยวขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัวตัดสินใจทางการเมือง และสนับสนุนผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้างมากในสภา นอกจากนี้ยังตั้งคำถามต่อทิศทางการเมืองในอนาคต ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การจัดประชามติอย่างสร้างสรรค์ และลักษณะของนโยบาย Digital Wallet เพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดความขัดแย้งในสังคม
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการพิจารณาลงมติเห็นชอบผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ผมจะใช้สิทธิในการทำหน้าที่ในลักษณะทำนองเดียวกับที่ผมได้ใช้สิทธิไปในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ โดยมีหลักการพื้นฐานซึ่งผมได้เปิดเผยต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องว่า ในระบบการเมืองที่เป็นปกติของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งของไทยเรานั้น เป็นระบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยปกติแล้วนายกรัฐมนตรีนั้น มาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็เกิดจากการรวมเสียงข้างมาก ของพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน แต่กรณีที่เราอยู่ในห้วงเวลา พิเศษนี้รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาทำหน้าที่ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อลงมติเห็นชอบ เพราะฉะนั้นเราก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ เพียงแต่ว่าผมเห็นแล้วว่าการทำหน้าที่ในครั้งนี้นั้นเป็นการทำหน้าที่ในสถานการณ์การเมือง ที่เป็นประชาธิปไตยที่ปกติแล้ว เราไม่ได้อยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลรักษาการ หลังการยึดอำนาจไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เราอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน จากรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งชุดหนึ่งไปยังอีกชุดหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่สมาชิกวุฒิสภาจะทำหน้าที่วินิจฉัยผิดแผกแตกต่างไปจาก เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร นั่นเป็นหลักการเดิมที่ผมใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเรียนว่าผมเองไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนักต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ข้อกล่าวหา ต่าง ๆ นานา การเปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนฝ่าย สลายขั้ว จริง ๆ โดยหลักการมันก็ไม่ได้เป็น สิ่งที่เสียหายอะไรหรอกครับ เพราะว่าในระบบรัฐสภาในประเทศไหนก็มีการจับคู่ เปลี่ยนขั้ว สลายขั้วระหว่างซ้ายขวา กลางกับขวา กลางกับซ้ายอยู่ตลอดเวลา ในประเทศยุโรปก็เห็นกันบ่อย เพียงแต่ว่าของเรานั้นวิวัฒนาการเพิ่งจะใหม่ ๆ หมาด ๆ ประชาชนมีความคาดหวังสูงว่า พรรคการเมืองที่กลุ่มกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งมาจนถึงการเลือกตั้งเสร็จก็ถูกเข้าใจแล้วว่า ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกันไปแล้ว ครั้นสะดุดหยุดลง แล้วมีปัญหาถึงขั้นต้องมีการเปลี่ยนก็จะต้องทำให้เกิดความผิดหวังเป็นธรรมดา แต่แม้จะมี ความไม่สบายใจขนาดไหนก็ตาม และแม้ว่าจะมีข้อกล่าวหาใด ๆ ต่อบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ขนาดไหนก็ตามก็ไม่อาจไปลบล้างหลักการที่ผมได้เคยแถลงต่อสาธารณะไปแล้วว่า สำหรับผมแล้วสมาชิกวุฒิสภาในสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นปกติเหมือนเช่นปัจจุบัน ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นก็จึงไม่มีเหตุผลใดที่ผมจะใช้ ความไม่สบายใจ หรือความรู้สึกนึกคิด หรือความเข้าใจต่อพรรคการเมือง ต่อจุดยืน ทางการเมืองของพรรคเหล่านั้น หรือต่อทัศนะที่มีต่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อแต่ประการใด
ประการต่อมาครับท่านประธาน แม้ว่าผมจะได้ใช้สิทธิในฐานะประชาชน ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็น การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เป็นความเห็นโดยสุจริต และผม ก็ได้ทำหน้าที่ของประชาชนไปแล้ว พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าผมไม่ได้เลือกพรรคใดเลย ที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ แต่ความรู้สึกนึกคิดและการใช้สิทธิในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ก็ไม่อาจลบล้างหลักการที่ผมได้พูดไปแล้วว่า ในสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นปกติ ไม่ใช่หน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาที่จะไปวินิจฉัยว่าใครสมควรเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นผม จึงได้วางความรู้สึกชอบ ไม่ชอบส่วนตัว ความรู้สึกชอบ ไม่ชอบต่อพรรคการเมือง ความรู้สึกชอบ ไม่ชอบต่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อให้กลไกในการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล สามารถดำเนินต่อไปได้ และประเทศไทยเราจะได้เข้าสู่สภาวะอันเป็นปกติมีการจัดตั้งรัฐบาล มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามแม้ว่าผมจะได้ ตัดสินใจไปแล้ว แต่ผมก็เหมือนกับสมาชิกหลายท่าน เหมือนกับพี่น้องประชาชนหลายท่าน ที่ใคร่อยากจะรับฟังคำชี้แจงการแสดงจุดยืนบางประการของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือตัวแทนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไข หรือปรับปรุง หรือยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ซึ่งผมแม้ว่าจะมีความสงสัยกังขาต่อการแก้ไขทั้งฉบับ ไม่ใช่ โดยเนื้อหานะครับ แต่โดยความห่วงใยว่าในสภาวะที่สังคมไทยยังไม่มีความเห็นพ้องต้องกัน ไม่มีฉันทามติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจนำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น แต่ผม ก็พร้อมที่จะยกมือให้แล้วก็ได้ยกมือให้มาโดยตลอดครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นแก้ทั้งฉบับ ไม่ว่าจะเป็นแก้ มาตรา ๒๗๒ ผมก็ยกมือให้มาโดยตลอด แต่ผมก็อยากจะฟังคำชี้แจงว่า ท่านจะใช้ศิลปะ ท่านจะใช้เทคนิค วิธีการใดที่จะเสนอให้มีการลงประชามติอันจะนำไปสู่ การยกร่างรัฐธรรมนูญโดยปราศจากความขัดแย้งอย่างรุนแรง นำพาสังคมไทยไปสู่สังคม ที่มีสันติสุข มีสันติภาพ มีความสร้างสรรค์ต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะทราบ เผอิญผมพอจะมีความรู้อยู่เล็กน้อยมาก แต่ก็สนใจในเรื่องนี้ เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์สถิตย์ได้พูดไปแล้วถึงเรื่องของ Digital Wallet ซึ่งผมไม่มั่นใจว่า Digital Wallet ของท่านนี่เงินที่ได้มานั้นมันเป็นเงิน Fiat ก็คือเงินตรา ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย มันเป็น Version Digital ของเงินบาทที่มีอยู่แล้ว มันไม่ใช่ของใหม่ หรือว่ามันเป็นเงิน Digital โดยกำเนิด ถ้ามันเป็น Digital โดยกำเนิด ท่านจะใช้ Blockchain ในการเก็บรักษา Blockchain นั้นมีลักษณะไม่เป็นศูนย์กลาง เป็น Decentralize นะครับ ท่านจะกำกับควบคุมการใช้เงินที่เป็น Decentralize อย่างไร เพราะว่ามันย้อนแย้งกับการใช้กฎระเบียบ การใช้ระยะเวลา แล้วก็การควบคุม การไหลบ่า ของเงิน ผมเข้าใจว่าอันนี้ท่านคงมีความในใจอยู่แล้วล่ะ มันเป็นเงิน Fiat ที่เป็น Version Digital มันเป็น Centralize Bank Digital Currency หรือว่ามันเป็นเงิน Digital โดยกำเนิด ที่มันมีค่าในตัวของมันเอง
ในท้ายที่สุดผมก็ขอยืนยันในหลักการเดิมว่า ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ที่เห็นชอบต่อการแก้ไข มาตรา ๒๗๒ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดผมก็จะโหวต สนับสนุนพรรคการเมืองที่เสนอชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถรวบรวม เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ ขอบพระคุณมากครับ