ทวี สอดส่อง พูดถึงข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเสนอชื่อคุณพิธาให้รัฐสภาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยอ้างข้อบังคับของรัฐสภา และยืนยันว่าการแต่งตั้งนั้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ทำตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ และไม่ควรจะข้ามไปตามข้อบังคับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกมีข้อโต้แย้งว่าไม่สามารถเสนอชื่อคุณพิธาให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งที่ ๒ ได้ โดยไปอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ข้อบังคับของรัฐสภา คือกระผมขอยืนยันว่าเป็นการแต่งตั้งและยื่นได้ เนื่องจากว่าภารกิจของสภาคือภารกิจ ที่จะต้องพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี และจะต้องทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ เราได้เขียนไว้ชัดเจนเลยในมาตรา ๑๕๙ เขาสั่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อรัฐธรรมนูญนี้ร่างเสร็จได้ไปทำ ประชามติ แล้วก็ได้มีคำถามพ่วงขึ้นมาโดยเฉพาะใน ๕ ปีแรก ก็เลยได้มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ เกิดขึ้น ซึ่งถ้าพิจารณาก็คือหน้าที่ของรัฐสภาจะต้องไปพูดทำให้เกิด นายกรัฐมนตรี ซึ่งเรามีความสัมพันธ์ที่จะไปบริหารประเทศ นี่คือรัฐสภาได้รับภารกิจ จากรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้ข้อมูลมีความรอบด้าน ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าในการทำประชามติเสร็จแล้วก็จะต้องมีการส่งเรื่อง ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญดูถ้อยคำที่เราทำประชามติขึ้นมาว่าถ้อยคำที่ทำประชามติอันนั้น มีความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้ทำการวินิจฉัยมาตรา ๑๕๙ และมาตรา ๒๗๒ ในคำวินิจฉัยที่ ๖/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ คำวินิจฉัยดังกล่าว ดังนั้นในเมื่อเราจะไปดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการร่างมาตรา ๒๗๒ เราพบว่าจะไม่มี ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าในการร่างรัฐธรรมนูญส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอย่างละเอียด เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจง และได้มี การแก้ไขจากการที่ร่างไปเดิมนั้นการคิดเวลา ๕ ปี คิดหลังจากมีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรชุดแรก
ในวรรคสอง การเห็นชอบบุคคลนอกจากที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘๘ นั้น เดิมให้เป็นเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีสภาเดี่ยว ของเราเป็นสภาคู่ โดยให้วุฒิสภามามีมติครึ่งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือ กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ การที่มีหลายคนไปอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๑ แล้วมาอ้างว่า เราจะต้องเดินตามนั้น ผมอยากจะทำข้อมูลให้ครอบคลุมก็คือว่าข้อบังคับในการเลือก นายกรัฐมนตรีเป็นข้อบังคับหมวด ๙ และข้อบังคับในหมวด ๙ นี้ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่ง ให้นำหมวด ๒ มาใช้โดยอนุโลม ถ้าท่านประธานได้โปรดพิจารณาในข้อบังคับทั้งหมด ทั้ง ๑๓ หมวด ไม่ว่าจะเป็นหมวดกฎหมายปฏิรูป หรือ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ถ้าต้องการที่จะให้เอาหมวด ๒ หรือหมวดอะไรมาใช้ เขาจะเขียนเชื่อมโยงกันให้นำมาใช้ โดยอนุโลม ท่านประธานที่เคารพครับ ในการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความสำคัญ กับสภาผู้แทนราษฎร ศาลรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ในคำวินิจฉัยหน้า ๑๐ ว่า ในการเสนอ ชื่อบุคคลที่สมควรจะเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทน ของประชาชน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความไว้ใจของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ เขาให้ ความสำคัญมากว่าผู้ที่เสนอชื่อต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน บอกว่ากฎหมายเมื่อไม่ได้เขียนไว้แล้วสามารถที่จะเสนอซ้ำไม่ได้ อันนี้เป็นการตีความ ที่ขัดรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเราเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา ๒๕ ถ้าเราไม่มีกฎหมายเขียนไว้ เราถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะต้องมีและได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ คุณพิธาก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง เขาต้องมีสิทธิ เราไม่ควรจะเขียนกฎหมายข้ามไปอย่างนั้น และที่ซ้ำร้ายท่านประธานครับ วุฒิสภาเรามีหน้าที่รับรองบุคคลตามรัฐธรรมนูญ แล้วส่วนใหญ่ก็จะมีข้อความเหมือนกัน โดยเฉพาะมีกฎหมายเขียนไว้ว่าในกรณีวุฒิสภาไม่ให้ ความเห็นชอบในการสรรหาหรือคัดเลือก ให้ดำเนินการสรรหาหรือคัดเลือกผู้แทนใหม่ ให้เสนอต่อวุฒิสภาเห็นชอบต่อไป นี่กฎหมายวุฒิสภานะครับ โดยผู้ที่ไม่ได้รับความเห็นชอบ จากวุฒิสภาก็ไม่ให้เข้ามาสรรหาใหม่ ท่านประธานทราบไหมว่า กกต. ชุดนี้ ผมขอเวลา ๑ นาที ที่เป็น กกต. อยู่ปัจจุบัน เราก็พบว่าการสรรหาครั้งแรกพร้อมชุดท่านฐากร วุฒิสภาไม่รับทั้งหมด แล้วต่อมาก็มาสรรหาใหม่ซึ่งมีตัวแทนจากศาลยุติธรรม ๒ คน ก็เข้ามาได้ นี่คือการเสนอซ้ำ และที่ตามมาก็คือท่านเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ซึ่งจะเป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองได้เสนอเข้ามาในปี ๒๕๖๔ นี้เอง ปรากฏว่าวุฒิสภา ไม่รับ เขาก็เสนอมาใหม่ นี่ขนาดเป็นแค่กฎหมายเล็ก แต่นี่เป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เขียนว่าต้องเสนอซ้ำหรือไม่ซ้ำ แล้วโดยหลักรัฐธรรมนูญต้องเสนอได้เพราะเป็นสิทธิ เสรีภาพ ดังนั้นการตีความเอาข้อ ๔๑ มาใช้จึงเป็นการขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญครับ ผมจึงเห็นว่ารัฐสภาเราไม่ควรจะก้มหัวให้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องโดยมาตัดสินกฎหมายเล็ก ใหญ่กว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณมากครับ