เสรี ชี้ชื่อครั้งเดียวตามรัฐธรรมนูญ สนับสนุนเสนอใหม่ได้

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖

เสรี สุวรรณภานนท์ ชี้แจงว่าการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีควรเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และมาตรา 272 ที่จำกัดจำนวนรายชื่อไว้ไม่เกิน 3 คนต่อพรรค เพื่อป้องกันการเสนอชื่อซ้ำโดยไม่สิ้นสุด และรักษาความโปร่งใส ปลอดภัยจากการกดดันหรือการใช้ประโยชน์ในการลงคะแนนใหม่

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมก็ขออนุญาต เมื่อสักครู่เข้าเรื่องไปว่าในส่วนของการเสนอญัตติตามข้อ ๔๑ นั้น จริง ๆ แล้วมันก็มาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้เอง ดังนั้นการที่สมาชิกเสนอข้อ ๔๑ แล้วผมก็เห็นว่ามันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปตีความ ตามข้อ ๑๕๑ ด้วยเหตุผลที่ว่าในตัวรัฐธรรมนูญเองบัญญัติไว้ชัดเจน ที่มีท่านสมาชิก หลายท่านบอกว่าไม่มีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าเสนอชื่อซ้ำไม่ได้ เพราะฉะนั้นอาจจะเสนอ กี่ครั้งก็ได้ อันนี้คือประเด็นที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ได้บัญญัติในวรรคหนึ่ง ไว้จริงครับท่านประธาน ว่าในการที่จะเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ได้กำหนด เวลาไว้ ไม่ได้กำหนดครั้งไว้ว่าจะทำได้กี่ครั้ง แต่กระบวนการในทางรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ มันเป็นเรื่องของข้อเสนอ แต่การเสนอแล้วจะได้กี่ครั้งท่านต้องดูวรรคสอง ท่านประธานครับ ในวรรคสองถ้าท่านดูข้อความนะครับ ในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่ง ก็คือใน ๕ ปี หากมี กรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา ๘๘ ท่านประธานครับ นี่คือเป็นคำสำคัญที่ผมบอกว่าท่านเสนอชื่อได้ครั้งเดียว จากถ้อยคำที่ว่าหากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้ง เพราะฉะนั้นชื่อของคุณพิธาเป็นชื่อที่นำเข้าสู่ กระบวนการพิจารณาในรัฐสภา แล้วในสภาแห่งนี้ไม่แต่งตั้งไปแล้ว แต่ถ้าพูดแค่นี้ท่านอาจจะ แย้งได้นะครับ มันอาจจะแย้งได้ ผมก็เลยกราบเรียนว่าถ้าดูข้อความต่อไปที่ท่านพิธา เป็นบุคคลที่ไม่ได้แต่งตั้งหรือไม่อาจแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชี ที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ ท่านต้องไปดูมาตรา ๘๘ ท่านประธาน ในมาตรา ๘๘ ของรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่าในการเสนอบัญชีรายชื่อของบุคคลที่จะเป็น นายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองแต่ละพรรคนั้น ท่านเสนอได้ไม่เกิน ๓ รายชื่อครับ นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าในทุก ๆ พรรคที่ต้องการจะเสนอชื่อคนเป็น นายกรัฐมนตรีเขาให้แค่ ๓ ชื่อ ทำไมให้ ๓ ชื่อ ทำไมไม่ให้ชื่อเดียว สิ่งที่ให้ ๓ ชื่อ ก็จะได้ พิจารณา ๓ ครั้งครับท่านประธาน เพราะคน ๑ คนจะถูกพิจารณาจากมาตรา ๒๗๒ ที่ประชุมพิจารณาไม่เห็นชอบไปแล้ว ดังนั้นต้องไปดูบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ตามมาตรา ๘๘ ว่าในแต่ละรายชื่อมีบุคคลอื่นที่นอกจากสภาเขาพิจารณาไปแล้ว และไม่เห็นชอบไปแล้วมีใครอีก ดังนั้นขออนุญาตเอ่ยเป็นตัวอย่าง ไม่เสียหาย ของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคท่านมีบุคคลที่ถูกเสนอในบัญชีรายชื่อ ๓ รายชื่อ ท่านประธานครับ ถ้าหากในหลักการเราบอกว่าให้เสนอซ้ำได้นั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าใน ๓ รายชื่อนี้เสนอชื่อคนที่ ๑ และถ้าสมมุติคนที่ ๑ ที่ประชุมไม่เห็นชอบ ท่านก็กลับมาเสนอคนที่ ๑ อีก แล้วก็เสนอคนที่ ๑ ไปเรื่อย ๆ ไม่ถึง ๒ ถึง ๓ เสียที มันจะขัด กับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไหมครับที่ให้ ๓ รายชื่อ ส่วนที่ท่านเสนอมาชื่อเดียว หรือ ๒ ชื่อในแต่ละพรรค มันก็อยู่ที่เจตนารมณ์ความประสงค์ของแต่ละพรรคต้องการ จะเสนอกี่ชื่อ แต่ถ้ามีกี่ชื่อแล้วก็ต้องให้สิทธิของแต่ละพรรคดำเนินการตามรายชื่อที่เสนอ เมื่อสักครู่ยกตัวอย่างพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหาย ถ้ารายชื่อที่ ๑ ผ่านไปแล้ว ที่ประชุมเกิดไม่เห็นด้วยขึ้นมาท่านก็ต้องเอาชื่อที่ ๒ ขึ้นมาพิจารณา ชื่อที่ ๒ ไม่เห็นชอบ ก็ต้องเอาชื่อที่ ๓ ท่านจะเอาชื่อที่ ๑ ที่ ๒ กลับมาซ้ำนะครับ ไม่มีระยะเวลา เมื่อสักครู่ ท่านบอกนะครับ ไม่มีระยะเวลา ไม่มีครั้ง ท่านจะให้เสนออย่างนี้ไปนานเท่าไร หรือสักกี่ครั้ง ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เขาถึงได้ให้ ๓ ชื่อครับท่านประธาน ถ้าเขาเจตนาจะให้ชื่อเดียวและซ้ำได้ เขาไม่ต้องให้ ๓ ชื่อหรอกครับ รัฐธรรมนูญให้เพียงชื่อเดียวเท่านั้นของแต่ละพรรคการเมือง เพราะอะไรครับ เพราะท่านสามารถเสนอซ้ำได้ นี่ละครับคือเหตุผลครับท่านประธานว่า การเสนอชื่อของแต่ละพรรคการเมืองมันจะต้องมีข้อชัดเจนว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ทำ แบบไม่มีข้อจำกัด สิ่งสำคัญครับท่านประธาน การที่ลงมติไปแล้วมันก็จะปรากฏชื่อของคนที่ เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ หรือคนงดออกเสียง เมื่อมันรู้ผลไปหมดแล้วเกิดเราไปเสนอชื่อซ้ำ แล้วเราให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานทราบไหมครับจะเกิดอะไรขึ้น มันก็เกิดกระบวนการที่ต้องการให้เสียงมากขึ้น อาจจะเกิดจากอะไร เกิดจากการให้ ผลประโยชน์มีไหม ให้กล้วยมีไหม หรือว่าไปข่มขู่ ไปคุกคาม หรือไปแสดงพฤติกรรมอะไร ที่เกิดความเกรงกลัวแล้วมาลงมติให้ เขาถึงได้บอกว่าอย่างนั้นต้องลงครั้งเดียวครับ ถ้าไปลง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง มันรู้ชื่อไปแล้ว มันไม่ปลอดภัยแล้ว ถ้าไม่ลงคะแนนให้แล้วมันก็จะมีปัญหา ดังนั้นเจตนาสำคัญครับ เขาถึงได้ให้ ๓ รายชื่อในมาตรา ๘๘ ส่วนท่านที่เสนอชื่อเดียวก็เป็น ความประสงค์ เพราะรัฐธรรมนูญใช้คำว่าไม่เกินนะครับ ดังนั้นท่านประธานครับ กราบเรียน ด้วยความเคารพว่ารัฐธรรมนูญมีความชัดเจน ชัดเจนที่จะบอกว่าท่านสามารถลงได้ครั้งเดียว เพราะรายชื่อที่ท่านพิจารณาไปแล้วใช้ถ้อยคำว่า ไม่อาจแต่งตั้ง ท่านประธานครับ ในส่วน ของข้อเสนอดังกล่าวนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าหากเราไปปล่อยให้กระบวนการทำได้ซ้ำ หลายครั้ง ก่อให้เกิดแนวปฏิบัติ นี่ละครับคือปฏิบัติที่เราบอกว่าในอนาคตเราจะใช้แบบนี้ ต่อไป ก็จะทำให้เกิดเป็นกระบวนการที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อน แล้วก็ไม่เป็นไปตามที่ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ก็กราบเรียนท่านประธานครับว่าข้อเสนอที่เสนอให้พิจารณาซ้ำนั้น ถูกข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาได้บัญญัติยืนยันในเรื่องเหล่านี้ ก็คือกลับมาในส่วนญัตติ ข้อ ๔๑ เขาถึงได้บอกว่าให้เสนอได้ครั้งเดียว ถ้าเสนอซ้ำในสมัยประชุมเดียวกันมันก็คือ ทำไม่ได้ นี่ละครับเหตุผลที่ว่าทำไมข้อ ๔๑ ที่หยิบยกขึ้นมาถึงไม่สามารถจะพิจารณาบุคคล ที่เสนอเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ซ้ำเป็นครั้งที่ ๒ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ ด้วยเหตุ ด้วยผลครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ