จาตุรนต์ ฉายแสง อภิปรายประเด็นการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา โดยย้ำว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ถือเป็นการเสนอญัตติซ้ำตามข้อ ๔๑ และต้องไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิของสมาชิกในการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอย่างเสรี
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมไม่ได้มีโอกาสพูดในสภามาประมาณ ๒๐ ปี ในครั้งที่แล้ว ได้พูดครั้งแรกก็พูดคำเดียวว่าเห็นชอบ มาวันนี้เมื่อเช้าผมเข้าใจว่าวันนี้อาจจะไม่ได้พูดแม้แต่ คำว่าเห็นชอบ แล้วก็แยกย้ายกันกลับไป แต่ว่าก็เกิดมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นคัดค้าน โต้แย้ง ผมก็ดีใจที่จะได้ร่วมอภิปรายในเรื่องที่สำคัญ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญขนาดที่ จะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตในเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ผมขออนุญาตซักซ้อม กับท่านประธานก่อน คือวันนี้เราพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี มีผู้แสดงความเห็นคัดค้านว่าการเสนอญัตตินั้นตกไปแล้ว ถกเถียงกัน ก็นำไปสู่การตีความ ข้อบังคับตามข้อ ๑๕๑ ว่าข้อ ๔๑ ใช้บังคับกับเรื่องการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่ ผมเข้าใจว่าญัตติที่เสนอก่อนหน้านั้น ในทางที่คัดค้านการพิจารณาญัตติต่อไป การลงมติน่าจะถูกรวบยอดควบรวมเข้ากับการตีความตามข้อ ๑๕๑ แล้ว เวลาเราจะลงมติ เข้าใจว่าเราก็คงจะต้องลงมติว่าเห็นว่าข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ใช้บังคับกับการพิจารณาบุคคล เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ คงไม่ได้พิจารณา ๒-๓ ญัตติ ลงมติกันทีละญัตติไป ซึ่งมันจะเกิด ความลักลั่นและขัดแย้งกันเอง อันนี้เป็นความเข้าใจของผม เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ผม จะอภิปรายต่อไปก็จะเป็นเรื่องว่าด้วยการตีความว่าข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ใช้บังคับกับ การพิจารณาบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ท่านประธานครับ การตีความที่เรากำลังทำอยู่นี้ไม่ใช่เป็นเพียงการพิจารณาข้อกฎหมาย ไม่ใช่การพิจารณาเพียงว่าเรากำลังทำตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหรือไม่ ขัดกับข้อบังคับ หรือไม่ แต่เรากำลังพิจารณาว่ารัฐสภาจะเคารพเจตจำนงของประชาชนที่แสดงออก ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่ เรากำลังจะพิจารณาที่อาจจะทำให้การตีความนี้นำไปสู่ บรรทัดฐานที่ไม่เป็นทางออก ไม่แก้ปัญหา แต่อาจจะนำไปสู่ความยุ่งเหยิง หรือกลายเป็น ทางตัน การพิจารณาของรัฐสภาในวันนี้อาจจะมีผลเป็นการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่เคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็ได้ถ้าหากว่าเราไม่พิจารณากันให้ดี โดยเฉพาะ ข้อบังคับที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้มาเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับใด ๆ ก็ตาม จะใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ ถ้าข้อบังคับขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ไม่สามารถใช้ข้อบังคับนั้นได้ อันนี้คือหลักง่าย ๆ ท่านประธานครับ วันนี้พูดกัน มีการยกประเด็นว่าการพิจารณาบุคคล เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นญัตติหรือไม่ ญัตติคืออะไร ในข้อบังคับของรัฐสภาไม่มีเขียนไว้ แต่ในข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร บอกว่าญัตติคือข้อเสนอใด ๆ ที่มีความมุ่งหมายให้สภา ลงมติหรือชี้ขาดว่าจะให้ปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป ปัญหาก็มีว่าแล้วเราเห็นว่า การพิจารณาบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นญัตติหรือไม่ แล้วอะไรกันแน่คือญัตติ การพิจารณาเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเราถือว่าเป็นญัตติ พิจารณาไปแล้ว เมื่อครั้งที่แล้ว แล้วไม่ได้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้เสนอซ้ำไม่ได้ ถ้าอย่างนี้หมายความว่า วันนี้เราพิจารณาอะไรไม่ได้ ต้องรอไปสมัยหน้าถึงจะพิจารณาบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีได้ นี่คือคำว่าญัตติอย่างกว้าง คืออะไรที่สภาพิจารณาอยู่ก็ถือเป็นญัตติ ถ้าอย่างนั้นก็พิจารณากัน ไม่ได้เลย ท่านสมาชิกก็เสนอมาแคบลงไปบอกว่าการเสนอคุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการเสนอซ้ำดังนั้นจึงต้องตกไป ไม่สามารถเสนอได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๑ บอกว่าถ้าเสนอซ้ำญัตตินั้นต้องตกไป ญัตติที่ตกไปแล้วเสนอซ้ำอีกในสมัย ประชุมเดียวกันไม่ได้ แต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี มันไม่ได้อยู่ ในหมวดเดียวกันกับข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ข้อบังคับ ข้อ ๔๑ อยู่ในหมวด ๔ ส่วนที่ ๒ เป็นเรื่อง ว่าด้วยการเสนอญัตติ สมาชิกบางท่านเข้าใจว่าคุณวิโรจน์ก็ได้พูดไปแล้วว่าข้อ ๓๒ บ้าง ข้ออื่นบ้าง อยู่ในหมวดนั้น ไม่มีอะไรเกี่ยวกับข้อบังคับ ข้อ ๑๓๖ ข้อบังคับที่เกี่ยวกับ การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีคือข้อบังคับ ข้อ ๑๓๖ ซึ่งเขียนตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ และมาตรา ๑๕๙ สอดคล้องกันทุกประการ ดังนั้นข้อบังคับ ข้อ ๔๑ จะมาทำให้เกิดอะไรที่เป็นการขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานี้ ซึ่งอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๓๖ ไม่ได้ ทำไมผมจึงพูดอย่างนั้น ทำไมผมจึงพูดว่าขัดกับรัฐธรรมนูญไม่ได้ และถ้าหากว่า เอาตามนั้นว่าตอนนี้เสนอไม่ได้แล้ว เพราะเสนอไปคราวที่แล้วและตกไปแล้วมันจะคล้าย ๆ เป็นการแก้รัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญพูดถึงการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล เป็นนายกรัฐมนตรี เขาให้ สส. คนหนึ่งเสนอ มีผู้รับรอง เสนอใคร เสนอ Candidate Candidate คือใคร คือคนที่อยู่ในบัญชีของพรรคการเมือง ที่เสนอไว้ในช่วงเลือกตั้ง มีคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้ามกำหนดไว้ชัดเจนหมด เมื่อเสนอแล้ว มีคนรับรองแล้ว หน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาทำต่อจากท่านประธาน ท่านประธานมีหน้าที่จัดให้ มีการประชุม สมาชิกรัฐสภาก็จะต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หรือเลือกใครคนใด คนหนึ่ง แต่ถ้าหากเราบอกว่า Candidate คนไหนเสนอไปแล้ว พิจารณาไปแล้ว ตกไปแล้ว เสนออีกไม่ได้ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าเวลาที่เราจะพิจารณา ให้ความเห็นชอบเกิดมีลักษณะต้องห้ามขึ้นอีกข้อหนึ่ง คือ Candidate คนนั้นเคยได้รับ การเสนอชื่อแล้วและไม่ได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา ดังนั้นจึงขาดคุณสมบัติหรือเข้า ลักษณะต้องห้ามที่จะเป็น Candidate และได้รับการพิจารณาจากสภาแห่งนี้ นี่คือการแก้ รัฐธรรมนูญ ดังนั้นการพิจารณาว่าข้อบังคับ ข้อ ๔๑ มาใช้กับการพิจารณาเห็นชอบบุคคล เป็นนายกรัฐมนตรีจึงทำไม่ได้ รัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัดเจน ไม่มีบอกว่า Candidate คนไหนได้รับการเสนอชื่อได้กี่ครั้ง ถ้าจะใช้กติกากันว่าเสนอแล้ว ผมขออนุญาตต่อเวลา อีกนิดหนึ่ง พูดสั้น ๆ แบบ Twitter ก็ยังไม่ค่อยถนัด