อัครเดช ชี้ญัตติถอดพิธาไม่ควรถูกพิจารณาซ้ำ ขัดข้อบังคับรัฐสภา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อภิปรายคัดค้านการพิจารณาญัตติถอดถอนหัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยระบุว่าไม่ควรถูกพิจารณาซ้ำเพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์และขัดข้อบังคับการประชุมข้อ 41 พร้อมยืนยันว่าการเสนอชื่อบุคคลในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นญัตติตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับรัฐสภา แต่การเสนอชื่อซ้ำขัดกระบวนการและควรทบทวนเพื่อรักษาความชอบด้วยกฎหมาย

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายต่อครับ แต่สถานการณ์สัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ ตรงนี้ในสิ่งที่ สส. ที่ไม่เห็นชอบในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั้น ไม่ได้รับทราบหรือมีสัญญาณจากพรรคก้าวไกลเลยว่าจะถอยในเรื่องที่เราห่วงใย ฉะนั้น สถานการณ์ตรงนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยครับ เราจึงมีความคิดว่าท่านประธาน ก็สามารถใช้ดุลยพินิจได้โดยสุจริตว่าการที่จะนำญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งนั้นไม่สามารถ กระทำได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมนั้นจะอภิปรายให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เห็นว่าทำไม ญัตตินี้จึงซ้ำซ้อนตามข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ของรัฐสภา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาที่เราต้องพิจารณาว่าการที่เสนอ บุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นญัตติหรือไม่ อย่างไร ผมเรียนท่านประธานว่า ข้อบังคับรัฐสภานั้น ข้อ ๓๖ บัญญัติไว้โดยชัดเจนว่าการเสนอบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นญัตติ เพราะข้อ ๓๖ ได้บัญญัติไว้ว่าญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้า เป็นหนังสือ ให้ผู้รับรองญัตติแสดงการรับรองโดยวิธียกมือขึ้นพ้นศีรษะ เว้นแต่การรับรอง การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามข้อ ๑๓๖ หมายความว่า อย่างไรครับท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๓๖ นี้เห็นชัดแจ้งว่าการที่เสนอบุคคลเข้ามา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นมันคือญัตติครับ แต่การที่จะรับรองนั้นให้ไปดูข้อบังคับ ข้อ ๑๓๖ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันไปแล้วว่าข้อ ๑๓๖ นั้นคืออะไร ก็คือ การเสนอบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้วก็มีรายละเอียด เพื่อนสมาชิกก็สามารถไปดูได้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมไม่ขอไปที่ข้อ ๑๓๖ แต่อยากจะเรียนกับท่านประธานครับว่า การเป็นญัตตินั้น ความหมายของคำว่า ญัตติ ที่ผ่านมานั้นศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลยุติธรรม เวลาตัดสินคดีอะไรก็ล้วนแล้วแต่ไปดูพจนานุกรมคำแปลของศัพท์นั้นว่าแปลว่าอะไร ผมก็เหมือนกันครับท่านประธาน ก่อนที่จะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญว่าคำว่าญัตตินี้แปลว่าอะไร ผมก็ไปดูพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๕๔ ได้นิยามไว้ว่า ญัตติ คือข้อเสนอเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในกิจการของสภาที่ทำหน้าที่นิติบัญญัติ อีกอันหนึ่ง คำแปลครับ ญัตติคือข้อเสนอเพื่อลงมติ เช่นผู้แทนราษฎรเสนอญัตติเข้าสู่สภา เพื่อขอให้ที่ประชุมลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่ ท่านประธานก็จะทราบว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การที่เราได้มีการเสนอให้มีผู้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นมีการลงมติครับ ฉะนั้นเมื่อมี การลงมติมันก็คือญัตติตามความหมายของพจนานุกรม มันแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้ครับ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เราต้องเคารพที่กฎหมายได้ระบุไว้ เราเองถ้าท่านบอกว่าข้อบังคับนี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นตอนนี้ที่เรานั่งประชุมกันอยู่นี้มันประชุมต่อไม่ได้เลยครับ ก็ต้องปิด การประชุม แล้วก็ต้องให้กรรมาธิการไปร่างข้อบังคับรัฐสภาใหม่ครับท่านประธาน แต่มัน ไม่ใช่ครับ ข้อบังคับนี้ไม่ว่าจะเป็นข้อ ๓๖ หรือข้อ ๓๒ ที่ผมยื่นเพื่อให้มีญัตติในการพิจารณา เรื่องนี้ หรือข้อ ๑๓๖ มันคือข้อบังคับที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่มีอันไหนขัดต่อรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธาน แล้วที่สำคัญผมได้อภิปรายไปแล้วว่าข้อบังคับของรัฐสภา ข้อบังคับของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นมีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติคือกฎหมาย เพราะอะไรครับ ท่านประธาน การออกข้อบังคับของรัฐสภา การออกข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็ต้องมีการตั้งกรรมาธิการ การจะแก้ข้อบังคับก็ต้องมีการผ่านวาระที่หนึ่งในการพิจารณา ของสภา ของรัฐสภา มีการพิจารณาวาระที่สองในการแปรญัตติ แล้วก็มีการลงมติ ในวาระที่สาม ทำเหมือนพระราชบัญญัติเลยครับท่านประธาน ฉะนั้นกฎหมายตรงนี้ไม่มี อะไรขัดต่อรัฐธรรมนูญครับ ทุกอย่างชอบด้วยรัฐธรรมนูญหมด ฉะนั้นผมจึงเห็นว่าญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกเสนอเข้ามาในการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั้นเป็นญัตติตามข้อบังคับ และตามรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอนครับท่านประธาน

ทีนี้เรื่องต่อมาท่านประธานครับ เมื่อช่วงเช้านี้ได้มีการอภิปราย ท่านประธาน นั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านประธานก็ได้ใช้ดุลยพินิจครับว่าญัตติที่ผมเสนอเป็นญัตติที่ซ้อนญัตติ หรือไม่ ท่านประธานก็ได้ใช้ดุลยพินิจแล้วว่าญัตติที่ผมเสนอชอบด้วยข้อบังคับที่เราจะต้อง พิจารณาต่อไป บังเอิญระหว่างที่ผมจะทักท้วงท่านประธานในการนำข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ มาบังคับใช้ ท่านประธานมีภารกิจ ก็เลยให้ท่านรองประธานมาทำหน้าที่ประธานแทน ผมก็อยากขอให้ท่านประธานได้ทบทวนครับว่าผมเองเป็นผู้ที่เสนอให้มีญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ (๑) เพื่อปรึกษาหารือเรื่องนี้ ก็อยากให้ท่านประธานได้พิจารณาว่าญัตติของผมนั้น ยังคงอยู่ รวมถึงของท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ด้วย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน

ส่วนที่ ๒ ครับ ญัตตินี้นะครับท่านประธาน ไม่ได้ทำให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เสียสิทธิในการที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก เพราะข้อบังคับได้ระบุไว้ว่าสมัยนี้เสนอไม่ได้ ก็ยังสามารถเสมอในสมัยหน้าได้ นี่คือสิ่งที่ข้อบังคับนั้นได้บัญญัติไว้ ไม่ได้ทำให้เสียสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญเลยว่าเมื่อโหวตครั้งนี้แล้วไม่สามารถโหวตได้อีก แต่สิ่งที่เราต้องเคารพ คือข้อบังคับที่ได้บัญญัติไว้ นี่คือสิ่งที่ผมได้แสดงเหตุผลให้ท่านประธานครับ ฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ อภิปรายมาคือเป็นสิ่งที่ยืนยันครับว่าสมาชิกของพรรครวมไทยสร้างชาติเห็นว่าการเสนอให้มี การโหวตคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งไม่สามารถทำได้ เป็นการผิดข้อบังคับและผิดกฎหมายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ