อัครเดช ตั้งข้อสังเกตญัตติเสนอพิธาอีกครั้ง ชี้ขัดข้อบังคับรัฐสภา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ตั้งข้อสังเกตถึงความชอบด้วยข้อบังคับต่อการเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยชี้ว่าเป็นการเสนอญัตติซ้ำในสมัยประชุมเดียวกัน ซึ่งอาจขัดต่อข้อ 41 ของข้อบังคับรัฐสภา และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของผู้เสนอชื่อ โดยเฉพาะในประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ก่อให้เกิดความกังวลต่อความสามัคคีของประชาชน พร้อมแสดงท่าทีไม่พร้อมสนับสนุนหากไม่มีการปรับจุดยืนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ เป็นผู้ที่เสนอญัตติให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาว่าญัตติที่เสนอให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาเป็น นายกรัฐมนตรีนั้นชอบด้วยข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ อย่างไร วันนี้ ทุกท่านคงได้มีการอภิปรายมาตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม อยู่แล้วว่า คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมควรที่จะนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ อย่างไร วันนี้เป็นวันที่เราจะมาอภิปรายว่า ขั้นตอนในการเสนอในครั้งที่ ๒ นั้นถูกกฎหมาย ถูกข้อบังคับหรือไม่ อย่างไร อันนี้ไม่ใช่ เป็นการอภิปรายเรื่องความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเหมือนเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมาครับท่านประธาน เหตุผลที่ผมได้ขอยื่นญัตติในครั้งนี้ เป็นเหตุผลที่เราอยากจะได้ นายกรัฐมนตรีเพื่อให้กระบวนการที่ได้มาของนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นไปด้วยความถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับของรัฐสภาซึ่งได้บัญญัติไว้ทุกประการ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อบังคับของรัฐสภา ข้อ ๔๑ ได้บัญญัติไว้ว่าญัตติใดตกไปแล้วห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการ เช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังมิได้มีการลงมติ ถึงตรงนี้ ก่อนนะครับท่านประธาน การลงมติเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการลงมติ เรียบร้อยแล้ว ก็คือคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เสียงถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ที่ได้บัญญัติไว้ ถามว่ากระบวนการในการเสนอ ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมาประมาณ ๓ ท่าน อภิปรายกันมาหลายนาที ก็คือกระบวนการ ในการเสนอคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาก็รู้ ก็ทราบ แล้วก็เข้าใจเป็นอย่างดีที่ท่านอภิปรายมา ไม่ว่าจะเป็นการอ้างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการอ้างข้อบังคับ ซึ่งเราได้ปฏิบัติมาแล้ว และได้ มีการลงมติมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การมาประชุมวันนี้คือการพิจารณา ญัตติในการเสนอบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีข้อคิดเห็นที่ต่างกัน ระหว่าง ฝ่ายที่เสนอก็บอกว่าการเสนอนั้นไม่เป็นญัตติ ฝั่งที่คิดว่าเสนอเป็นญัตติก็ลุกขึ้นมาทักท้วง แล้วก็ท้วงติงถึงกระบวนการในการพิจารณาระเบียบวาระในขณะนี้ของรัฐสภาเรา กระผมเอง ไม่ได้มีปัญหาอะไรส่วนตัวกับคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เจอกันก็ทักทายกันเพราะเป็นเพื่อน ผู้แทนราษฎรด้วยกัน แต่ด้วยความเคารพท่านประธานครับ กระบวนการในการได้มา ของนายกรัฐมนตรีนั้นจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย จะต้องสามารถชี้แจงพี่น้องประชาชน ด้วยว่าฝั่งที่มีความสงสัยว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ผมเองก็เป็นฝั่งที่ได้ลงมติ ในครั้งที่แล้วไม่เห็นชอบให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วครั้งนี้ ก็เห็นว่าญัตติที่เสนอเข้ามานั้นเป็นญัตติซึ่งซ้ำกับญัตติในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ที่ผมได้นำเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไปเมื่อสักครู่นี้ ฉะนั้นญัตตินี้จะกลับมา พิจารณาได้อีกครั้งหนึ่งในข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ของรัฐสภาก็ได้บัญญัติไว้ครับท่านประธาน ญัตติที่ประธานรัฐสภาจะอนุญาตให้กลับมาพิจารณาใหม่ได้ก็ต่อเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการประชุมพรรคกัน มีการประชุม สส. ของพรรคกัน ก็ได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวางแล้วก็ละเอียด แล้วเรา ก็มีหัวหน้าของพรรคเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เป็นอดีตผู้พิพากษา แล้วก็มี ทีมกฎหมายเข้ามาหารือกัน เราก็มีความเห็นครับว่าญัตติที่เสนอมานั้น สถานการณ์ในปัจจุบันนั้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลยที่จะเป็นเหตุผลให้ประธานรัฐสภานั้นจะหยิบยกญัตตินี้ขึ้นมา พิจารณาซ้ำ เพราะอะไรครับ เพราะว่า ๘ พรรคการเมืองที่เสนอให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังเป็น ๘ พรรคเหมือนเดิม แล้วก็ยังเสนอบุคคลเดิมมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี นี่คือประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ วันที่มีการอภิปรายในวันแรกถึงความเหมาะสมของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝั่งที่ ไม่เห็นชอบ แล้วก็ฝั่งที่งดออกเสียง ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตแล้วก็ข้อห่วงใยในนโยบาย ของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้วก็พรรคก้าวไกล ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งจะนำมาถึงความแตกแยกของพี่น้องประชาชน สมาชิกรัฐสภาฝั่งที่ ไม่เห็นชอบก็มีข้อห่วงใย แล้วก็ยื่นข้อเสนอว่าถ้าถอยในประเด็นดังกล่าว สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในฝั่งนี้พร้อมที่จะสนับสนุนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั่งตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เพราะนี่คือข้อห่วงใย แต่คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เองก็ยังยืนยันในสภาแห่งนี้ว่า พูดแล้วทำ แล้วก็ต้องทำ แล้วก็เพิ่มเพดาน ตรงนี้นำมาซึ่งความไม่สบายใจของเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ แล้วช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานได้ติดตามข่าว สมาชิกของพรรคก้าวไกลไม่ได้มี ทีท่าเลยที่จะลดเพดานหรือถอยในการแก้กฎหมายมาตรานี้ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผล ในสถานการณ์ปัจจุบัน