อรรถกร ยันไม่เห็นด้วยตีความข้อ 151 ชี้เอื้อเสียเปรียบฝ่ายหนึ่ง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖

อรรถกร ศิริลัทธยากร แสดงความเห็นคัดค้านการเสนอชื่อพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยยืนยันว่าญัตติดังกล่าวถือเป็นญัตติที่ตกไปตามข้อบังคับแล้ว และไม่สามารถเสนอใหม่ได้ในสมัยประชุมนี้ พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาสถานการณ์ใหม่ตามข้อกังวลของสมาชิกและข้อบังคับการประชุม

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ผมจะเริ่มอภิปราย ผมยืนยันกับท่านประธานและที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งว่า ในความรู้สึกลึก ๆ แล้วผมไม่เห็นด้วยกับกระบวนการในวันนี้ที่เราจะมาใช้ข้อ ๑๕๑ มาตัดสิน เพราะว่ามันมีความเหลื่อมล้ำสำหรับเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติในวันนี้ ซึ่งไม่ว่าทางท่านประธาน ท่านจะกรุณาถามในทิศทางใดก็ตาม มันจะมีฝ่ายหนึ่งได้เปรียบและมีอีกฝ่ายหนึ่ง เสียเปรียบเสมอ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา หรือว่า จะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่กระทั่งการประชุมของวุฒิสภา ถ้ามี ความเห็นที่ไม่ตรงกันมันก็มีสิทธิที่หนึ่งในสมาชิกในห้องประชุมนั้นจะหยิบยกในเรื่องของ การตีความขึ้นมา ซึ่งในบางครั้งบางคราวอาจจะทำให้การประชุมไปสู่ถึงทางตันได้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมขออนุญาตอภิปรายให้ความเห็นต่อเรื่องที่รัฐสภา ของเรากำลังให้ความสนใจและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณา กระผมทราบดีครับว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันคนทั้งประเทศให้ความสนใจว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ ของประเทศไทย ซึ่งแน่นอนครับ กระบวนการการจัดสรรคงจะใช้เวลาอีกไม่นาน ผม ท่านประธาน เราในฐานะสมาชิกรัฐสภา พี่น้องประชาชนคนไทย คงจะทราบไปพร้อม ๆ กัน แต่อย่างไรก็ดีครับ ก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้น ก่อนที่ประเทศไทยเราจะมีนายกรัฐมนตรี คนต่อไป แน่นอนครับ มันก็ต้องผ่านกระบวนการในการจัดสรร ผ่านรัฐสภาของเรานี่ละครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการตัดสินใจในครั้งนี้มันไม่ได้เป็นการตัดสินใจอยู่ในที่สภา แห่งนี้เท่านั้น มีความเห็นที่แบ่งแยกเป็น ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของนักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของพี่ ๆ สื่อมวลชน หรือแม้แต่ กระทั่งในสภากาแฟของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทย ในเรื่องของการว่าเราสามารถ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ลงมติให้คุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ในการเสนอชื่อซ้ำ ในวันนี้ ซึ่งแน่นอนครับ ไม่ว่าใครจะให้ความเห็นเท่าไร ไม่ว่าใครจะให้ความเห็นอย่างไร ก็คงจะไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ยกเว้นที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ที่จะสามารถตีความ เป็นลายลักษณ์อักษร ตีความกฎหมาย แล้วก็มาใช้เสียงของสภา เสียงของรัฐสภาแห่งนี้ ออกเสียง ในญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอตีความญัตติการเสนอคุณพิธา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนะครับ ด้วยความเคารพ ได้ถูกเสนอ ได้ถูกรับรอง ได้ถูกผ่านการให้ความเห็น ได้ผ่าน การลงมติจากรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็ได้บอกไปว่าท่านได้อธิบายว่า มีการเสนอชื่อ มีการลงความเห็น มีการลงมติ แต่ท่านไม่ได้ใช้คำว่ามันเป็นญัตติ แต่ด้วย คุณลักษณะที่เพื่อนสมาชิกได้เอ่ยไปเมื่อสักครู่นี้ รวมถึงผมได้ย้ำในวินาทีนี้ มันชัดเจนว่า การเสนอชื่อของท่านพิธาเป็นญัตติ ไม่ว่าท่านจะบอกว่าเป็นญัตติพิเศษ เป็นญัตติที่มี ความพิเศษ เป็นญัตติที่มีความสำคัญ สุดท้ายแล้วลักษณะรูปร่างของมันก็คือเป็นญัตติครับ ผมยืนยัน และพอผมสรุปได้ว่าการเสนอชื่อของท่านพิธาเป็นญัตติ ผมก็ขออนุญาตอ้างอิง ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๔๑ ผมไม่ต้องอธิบายครับ พวกเราทราบกันดีว่าข้อ ๔๑ คืออะไร ญัตติที่เสนอให้ท่านพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีมิได้รับเสียงเพียงพอจากสมาชิกรัฐสภา ในสัปดาห์ที่แล้วตามกฎหมาย กระผมจึงขออนุญาตนำเรียนต่อท่านประธาน และขอย้ำว่า พวกเราหลาย ๆ คนไม่ได้ปิดกั้นโอกาส พวกเราหลาย ๆ คนไม่ได้ที่จะพยายามผลักดัน ไม่ให้เกิดการเสนอชื่อขึ้นมา แต่ถ้าจำกันได้ครับ พอมีเพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตตินี้ขึ้นมา เสนอท่านพิธาให้คัดสรรบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่มีสมาชิกรัฐสภาท่านไหน แม้แต่คนเดียวที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน ผมจึงสรุปอย่างนี้ว่าไม่มีคนคัดค้าน มีกระบวนการ การพิจารณาครบถ้วนแล้ว ญัตติตกไปตามข้อบังคับ และไม่สามารถเสนอใหม่ได้ในที่ประชุม สมัยนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จากสัปดาห์ที่แล้วสู่วันนี้ กระผมมองว่าสถานการณ์ ยังเหมือนเดิม ผมขออนุญาตอ้างอิงนะครับ ถ้าอ้างอิงคำพูดเพื่อนสมาชิกท่านใดก็ต้องขออภัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่ในการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองที่เราใช้คำว่าประชุม Whip ทั้ง ๓ ฝ่าย ถึงแม้ว่าวันนี้อาจจะยังไม่มีการแต่งตั้ง Whip อย่างเป็นทางการ แต่คนที่เข้าร่วมประชุม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาแต่ละคนก็เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองเข้าไปร่วมหารือกันว่า เราจะทำอย่างไร ผมเรียนท่านประธานและที่ประชุมครับว่ามีความห่วงใยจากเพื่อนสมาชิก ที่อยากจะเห็นรัฐสภาเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้ มีความห่วงใยที่อยากจะเห็นการลงมติ ในวันนี้แต่อ้างอิงข้อบังคับ สถานการณ์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เพื่อนสมาชิกบอกว่า บุคคลที่จะถูกคัดสรรและลงมติในวันนี้ท่านพอจะประกาศได้ไหมว่านโยบายที่ท่านหาเสียง มาโดยตลอด นั่นก็คือความพยายามในการจะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ท่านสามารถประกาศออกมาได้ไหมว่าท่านจะยกเลิก นี่คือการเปลี่ยนแปลง หรือท่านสามารถ แสดงหลักฐานที่เป็นรูปธรรมได้ไหมว่าตลอดระยะเวลา ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมาท่านไปขอ ความร่วมมือกับสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือ สว. ก็ตาม มีสมาชิกท่านไหนต้องการ ที่จะเปลี่ยนใจกลับมาลงมติให้ท่าน ถ้าท่านสามารถแสดงหลักฐานตรงนี้เป็นรูปธรรม ต่อพวกเราสมาชิกรัฐสภาได้ ผมเชื่อว่านั่นคือเหตุผลที่ท่านจะสามารถลงมติใหม่ในวันนี้ได้ นั่นคือเหตุผลที่ท่านจะสามารถเสนอชื่อซ้ำบุคคลเดิมคือท่านพิธาเพื่อมาเป็นบุคคลที่จะถูก คัดสรรในวันนี้ได้ แต่ก็ไม่มีสัญญาณ ดังนั้นผมย้ำอีกครั้งหนึ่งครับ ผมมองว่าญัตติที่ตกไปแล้ว ไม่มีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ไม่สามารถถูกเสนอซ้ำใหม่ได้ หลายคนหลายท่านอาจจะ บอกว่ารัฐธรรมนูญใหญ่กว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ผมมองอย่างนี้ครับ พอผมลองอ่าน บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๗๒ ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนนะครับว่า ในระหว่าง ๕ ปีแรกการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ย้ำนะครับ ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา นอกจากนี้บางมาตราก็คือมาตรา ๑๕๗ ก็ระบุชัดเจนเป็นการตอกย้ำเข้าไปอีกครับ มีเนื้อหา ดังนี้ว่า การประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้ใช้ข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกครับว่าการเสนอชื่อซ้ำทำได้หรือไม่ได้ ท่านเข้าใจถูกแล้วครับ แต่รัฐธรรมนูญได้บอกเป็นนัยว่ากระบวนการในการประชุม กระบวนการในการดำเนินการ กระบวนการในการเลือกสรรบุคคลที่จะทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ให้คัดสรรผ่าน การดำเนินการภายใต้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ดังนั้นเองครับ ทุกอย่างชัดเจนว่าพวกเราต้อง และมีความจำเป็นที่จะต้องเคารพข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา ซึ่งถ้าผมตีความ อาจจะ ตีความไม่เหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ในสภาของเราแห่งนี้ทุกคนมีสิทธิ ในการตีความแตกต่างกัน ผมก็ตีความว่ารัฐธรรมนูญส่งเจตนารมณ์ให้พวกเราปฏิบัติตาม ข้อบังคับ ดังนั้นเองจากความเห็นที่กระผมได้ขออนุญาตนำเสนอผ่านท่านประธานไปยัง ที่ประชุมนะครับ กระผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกบางท่านที่บอกว่าการเสนอชื่อของท่านพิธา ในวันนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครั้งสุดท้ายครับ ไม่สามารถทำได้ ขอบคุณครับ