เสรี ชี้ญัตติคือเรื่องเสนอสภาต้องลงมติ ย้ำชัดตามพจนานุกรม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖

เสรี สุวรรณภานนท์ อภิปรายประเด็นการตีความคำว่า "ญัตติ" ในการพิจารณาเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการเสนอซ้ำขัดข้อบังคับข้อ 41 และไม่จำเป็นต้องตีความเพิ่มเติมตามมาตรา 151 เพราะความหมายของ "ญัตติ" ชัดเจนอยู่แล้ว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในประเด็นที่หารือกันอยู่นี้เรื่องที่จะต้องพิจารณาว่าเป็นญัตติหรือไม่ ต้องกราบเรียนว่าส่วนที่ ผมจะกราบเรียนท่านประธานนี้เป็นคนละเรื่อง คนละประเด็นกับที่ผมได้กราบเรียนเสนอไว้ว่า ข้อเสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีที่เสนอคุณพิธาเป็นการเสนอชื่อซ้ำนั้น เป็นการไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญและขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมขอยกไว้ก่อน มันจะได้ไม่ไปปนกันระหว่างที่ เรากำลังพิจารณาเรื่องญัตติตามข้อ ๔๑ หรือจะไปตีความตามข้อ ๑๕๑ ท่านประธานครับ ในส่วนเรื่องคำว่า ญัตติ นะครับ จริง ๆ แล้วคำว่า ญัตติ มันมีความหมายในตัวของมันเองแล้ว ผมว่าคนทั้งประเทศ ในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย สถานศึกษาหรือแม้คนที่มีความรู้ ความเข้าใจ ผมว่ารวมถึงสมาชิกรัฐสภา รวมถึง สส. สว. ที่ผ่านมาในสภาเราทำหน้าที่ เปิดสภามาเป็น ๑๐๐ ปีท่านประธาน เกือบ ๆ นะครับ เป็นที่เข้าใจครับท่านประธานว่าคำว่า ญัตติ คืออะไร ญัตติก็คือเรื่องที่นำเข้ามาสู่การพิจารณาในสภาแล้วจะต้องลงมติ ทุกเรื่อง ท่านประธานครับ หากว่าเป็นเรื่องที่นำเข้าสู่สภาแล้วต้องลงมตินั้นมันเป็นญัตติหมด แต่มา ในวันนี้มันแปลกครับท่านประธาน สมาชิกเราก็มีผู้หลักผู้ใหญ่มีประสบการณ์เยอะ ในการทำงานในสภา ผมก็ได้ฟังความเห็นว่าญัตติที่เสนอมานั้น ตอนแรกบอกไปเลย ยืนยัน กันชัดเจนว่าเรื่องที่กำลังพิจารณานี้ไม่ใช่ญัตติ ยืนกันกระต่ายขาเดียว ตะโกนกันลั่นสภาว่า ไม่ใช่ญัตติ แต่พอเราเอาข้อบังคับ ข้อ ๑๓๘ ซึ่งอยู่ในหมวดเรื่องการพิจารณา ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๓๘ บัญญัติไว้ชัดเจนว่าเป็นญัตติ เสียงเริ่มเปลี่ยนครับท่านประธาน เปลี่ยนเป็นว่าเป็นญัตติ แต่เป็นญัตติประเภทที่ไม่ใช่เป็น ญัตติทั่วไป เป็นญัตติที่เสนอเฉพาะการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดนะครับ เราก็พยายามจะตีความกันครับท่านประธาน ตีความกันว่ามันไม่ใช่ญัตติตามข้อ ๔๑ แต่มันเป็นญัตติอื่น ๆ ทั่วไปที่เสนอเฉพาะ การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ มันไม่ต่างกันเลยครับ ท่านประธาน สิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้นะครับ ถ้าเราพูดกันแบบตรงไปตรงมา คนทั้งประเทศได้ยิน นักเรียน นักศึกษาก็ทราบ คนที่มีความรู้ ความเข้าใจในอักษรภาษาไทย มีพจนานุกรมให้คำอธิบายไว้ว่าญัตติก็คือเรื่องที่นำเสนอในที่ประชุมสภาแล้วต้องมีมติ นี่คือคำว่า ญัตติ มันไม่ใช่มติที่อยู่นอกเหนือคำว่าไม่ใช่ญัตติทั่วไป นี่คือประการแรก ที่ผมกราบเรียนว่าเราพยายามอย่าไปเบี่ยงเบนเลยครับ เราพูดอย่างไรคนข้างนอกเขาฟัง เขาก็มีความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่เรามาถกเถียงกันด้วยถ้อยคำภาษาที่แตกต่างกันอย่างที่ทำ กันอยู่ ความจริงก็คือความจริง ความหมายก็คือความหมาย ญัตติมันก็คือญัตติ นี่คือ ความเป็นจริงที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ท่านประธานครับ ในส่วนญัตติที่เรากำลังพิจารณา ข้อ ๔๑ มันเป็นญัตติจากเรื่องที่เราได้พิจารณาของการประชุม การเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ นายกรัฐมนตรีในคราวก่อนมาแล้ว แต่ปรากฏว่าก็มีการนำเสนอมาพิจารณาในที่ประชุม แห่งนี้ซ้ำเข้ามาอีก มันก็มีประเด็นที่สมาชิกเขาเห็นว่ามันก็เป็นญัตติทีไปเสนอซ้ำซึ่งมันขัดกับ ข้อบังคับ และข้อบังคับนั้นก็ไม่สามารถที่จะนำมาพิจารณาในสมัยประชุมนี้ได้ มันก็เป็น ประเด็นที่สมาชิกเขาไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ส่วนท่านประธานรัฐสภาท่านก็อยากจะหาข้อยุติครับ ท่านก็เสนอว่าในการจะพิจารณาคำว่าญัตติตามข้อ ๔๑ ดังกล่าวนี้ มันต้องตีความหรือไม่ เพราะว่ามีสมาชิกส่วนหนึ่งไปตีความว่าไม่ใช่ญัตติเกิดขึ้น ผมเลยกราบเรียนว่าถ้าหากจะพูด ประเด็นนี้มันก็ถกเถียงแถลงกันแล้วก็จะมีประเด็นว่าสิ่งที่สภากำลังพิจารณานั้นเป็นข้อเสนอ ที่สมาชิกเขาเห็นว่ามันขัด มันเสนอซ้ำ ซึ่งเป็นไปตามข้อ ๔๑ จริง ๆ แล้วไม่มีความจำเป็น เลยว่าจะต้องไปตีความตามมาตรา ๑๕๑ เพราะสมาชิกส่วนที่เขาบอกว่าการเสนอชื่อซ้ำนั้น มันขัดตามข้อบังคับ ข้อ ๔๑ เขาไม่ได้สงสัยในข้อบังคับเลยนะครับท่านประธาน เพียงแต่ เขายืนยันว่ามันขัด แต่ส่วนท่านที่ไม่ขัดผมว่าประเด็นนั้นไม่มีแล้ว มันก็ไปมีประเด็นกับที่ ท่านประธานรัฐสภามีความประสงค์ต้องการที่จะให้ที่ประชุมแห่งนี้ตีความว่ามันเป็นข้อบังคับ ตามที่อีกฝ่ายหนึ่งเขาเห็นหรือไม่ ดังนั้นถ้าจะมีประเด็นมันก็ต้องมีประเด็นว่าการพิจารณา ลงมตินั้นเป็นไปตามท่านสมาชิกที่เสนอว่าข้อเสนอของบุคคลจะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นขัดกับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๑ หรือไม่ หรือมีเหตุอันจำเป็นที่จะต้องไปตีความตามมาตรา ๑๕๑ มันก็มี ข้อ ๔๑ กับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ มันไม่ต้องไปตีความอันอื่นหรอกครับว่าเป็นคำวินิจฉัย ถึงขนาดว่าจะเป็นญัตติหรือไม่ มันไม่ได้ไปถึงขนาดนั้น มันก็จะมี ๒ ส่วนครับ ส่วนหนึ่ง สมาชิกเห็นว่าข้อ ๔๑ นั้นชอบแล้ว เสนอมาก็คือขัดกับข้อบังคับ ข้อ ๔๑ อีกส่วนหนึ่งก็คือ เป็นประเด็นที่ท่านประธานรัฐสภาเสนอไว้ว่าขอให้ตีความ มันก็มีประเด็นมันต้องตีความไหม หรือว่าจะดำเนินการไปเลยตามข้อ ๔๑ ที่สมาชิกเขามีความเห็นไว้ ผมอยากให้ประเด็นนี้ชัด มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่ก็งง สมาชิกแต่ละคนก็อภิปรายไปแล้วก็ลึกไปจนถึงว่าสมควรที่จะเป็น นายกรัฐมนตรีได้อีกตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมรอจังหวะนั้นอยู่แล้ว ผมอยากให้ประเด็นนี้ มัน Clear ออกไปก่อนท่านประธาน แล้วเดี๋ยวผมจะว่าต่อไปว่าสิ่งที่ท่านกำลังเสนอชื่อบุคคล มาเป็นนายกรัฐมนตรีดังกล่าวนั้นเป็นการเสนอซ้ำ เป็นการขัดรัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติไว้ บางท่านอาจจะไม่ได้มองประเด็นนี้ แต่ผมเห็นประเด็นนี้ผมจึงอยากจะอภิปราย อยากจะ เสนอสิ่งที่ผมเห็นและคิดว่ามันถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ก็เลยกราบเรียนท่านประธานครับว่า ประเด็นนี้มันมีข้อ ๔๑ กับข้อ ๑๕๑ ถ้าจะตัดสินอย่างไรก็อยู่ในกรอบนี้เท่านั้น ขอบคุณครับ ท่านประธาน