สมชาย ตั้งคำถามความเหมาะสมนายกฯ ท้าทายสถาบัน-มั่นคง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖

สมชาย แสวงการ ตั้งข้อสังเกตการเข้าร่วมศาลอาญาระหว่างประเทศของไทย พร้อมตั้งคำถามถึงวิสัยทัศน์ ความซื่อสัตย์ และความเหมาะสมของผู้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการดูแลชาติ ศาสนา และความมั่นคง รวมถึงท้วงติงการยุยงปลุกปั่นเยาวชนผ่านสื่อสังคม การเคลื่อนไหวแก้ไขมาตรา 112 และการบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยวาทกรรมสุดโต่งที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของประเทศ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา

ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ไม่ได้เอ่ยบุคคลภายนอกครับ ขอบพระคุณครับ ผมขออนุญาตต่อนะครับ มีเรื่องสำคัญอีก ที่ท่านอ้างถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ ขออนุญาตนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านไปพบ ท่านประธานศาลอาญาระหว่างประเทศแล้วหรือไม่ แต่ผมนี่เป็นคนพบกับประธานศาลอาญา ระหว่างประเทศเองที่กรุงเฮก เนเธอร์แลน์ ท่านทวงให้ประเทศไทยไปร่วมหลังจากที่ลงนาม และให้สัตยาบัน ทำไมประเทศไทยถึงให้ไม่ได้ และเมื่อสักครู่ตอนต้นคุณพิธาพูดไม่หมดความ บอกว่าประเทศกัมพูชา ญี่ปุ่นเข้าแล้ว มีสถาบันพระมหากษัตริย์นี่นะครับ กัมพูชาเข้าร่วม ICC เพราะอะไรครับ เพราะศาลอาญาจัดการเรื่องเขมรแดงครับ ICC จัดการเรื่องเขมรแดง ญี่ปุ่นเข้าไปครับ เพราะเรื่องหนานจิง เพราะเรื่องแพ้สงครามโลกครั้งที่ ๒ ต้องพูดความจริง ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจครับ และที่สำคัญกว่านั้นใครครับ มหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา ที่หลายคนชื่นชมนะครับ ผมก็ชื่นชม รัสเซีย จีน อินเดีย ไม่เข้าร่วม ICC บอกให้พี่น้อง ประชาชนทราบด้วยครับ ความจริงต้องบอกให้หมดอย่าบอกความจริงบางส่วน

ถัดมาครับ โดยสรุปผมมีประเด็นที่ขอสรุปว่าคุณพิธามีคุณสมบัติครบถ้วน ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ผมจะโหวตให้หรือไม่ พิจารณาร่วมกันตั้งแต่ ๑. มีความซื่อสัตย์ สุจริตหรือไม่ มีความรอบรู้ มีวิสัยทัศน์ สามารถสร้างแรงบันดาลใจและมีองค์ประกอบ เพื่อความมั่นคงของชาติร่วมกัน ทั้งด้านการเมือง ความเป็นพลเมือง ความเป็นรัฐ ดูแล เรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความสงบสุขของประเทศได้หรือไม่ ผมมีความสงสัย

ในประการที่ ๑ เรายังแสวงหาความจงรักภักดีในการปกป้องสถาบันเบื้องสูง ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติไม่ได้ ตอบให้ชัดเจนครับว่าท่านจะทำอย่างไร ว่าท่านจะแสดง ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกการสนับสนุนการแก้ไข มาตรา ๑๑๒ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ยกเลิกกรณีที่ท่านจะนิรโทษกรรมคดีมาตรา ๑๑๒ ซึ่งผมเรียนเลยครับว่ามาตรา ๑๑๒ ไม่ได้มีปัญหาใด ๆ กระบวนการมีคณะกรรมการบริหาร จัดการอยู่แล้ว แต่การยุยงส่งเสริมทาง Socail ให้มีการเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชน ไปกระทำดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย Post ข้อความและแม้กระทั่งเผาพระบรมรูปต่าง ๆ เป็นการพูดความจริงในสภาเพียงด้านเดียว และทำให้เด็กเหล่านั้นซึ่งเป็นเยาวชนได้รับ ความเสียหาย แล้วก็เสียผู้เสียคนไปเยอะเลยนะครับ ประชาชนเหล่านั้นก็เป็นลูกหลานผม เมื่อวันก่อนทางโรงเรียนหยกก็มาร้องเรียนต่อผมซึ่งผมก็จะเข้าไปดู เห็นใจทั้งน้องหยก และนักเรียนอีก ๔,๐๐๐ กว่าคนที่เกิดปัญหานะครับ ความผิดเหล่านี้ท่านจารึกไว้ในใจ เถอะครับว่าท่านได้ทำบาป เพราะวันหนึ่งมันก็เป็นลูกหลานของท่านที่อาจจะเกิดขึ้น เหมือนกัน เพราะฉะนั้นกรณีนิรโทษกรรมทางการเมืองในเรื่องมาตรา ๑๑๒ ผมได้ยกแล้ว ด้วยความปรารถนาดีว่าอย่าไปยุ่ง แล้วก็เรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ ท่านทำได้อยู่แล้ว และการไม่ไปกระทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๑๑๒ นี่ไม่ได้ทำให้กฎหมายนั้น มีปัญหาเพียงอย่างใดนะครับ

ในเรื่องของความมั่นคง ผมก็เห็นปัญหาที่ค่อนข้างกระทบกระเทือน โดยเฉพาะการหาเสียงแบบฉาบฉวย การตอกย้ำประวัติศาสตร์ บาดแผล ปลุกความเกลียดชัง มีคนของพรรคบางส่วนไปยุ่งเกี่ยวกับการทำประชามติ ที่มีเอกสารชัดเจนนะครับ จะอ้าง อย่างไรก็ตามนี่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ภาค ๔ ได้แจ้งดำเนินคดีแล้วว่าทำประชามติเพื่อรัฐปาตานี ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ แน่นอนนะครับ แนวร่วมสำคัญหลายส่วนที่ได้ร่วม ไม่ว่าจะเป็น คณะบุคคลที่แปลงจากพรรคเป็นคณะอะไรก็ตาม อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ประสานงาน แก้ว ๓ ประการตลอดเวลา ซึ่งกระทบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวของมวลชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประกันตัวเฉพาะบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีมาตรา ๑๑๒ อาจจะมี บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับอันอื่นนี่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง การนิรโทษกรรมทำให้เห็นว่ามีเบื้องลึก เบื้องหลัง Hidden Agenda เพื่อใครบางคนและพวกที่ตัวเองไปสนับสนุนหรือไม่ ที่สำคัญครับ มีการขุดความคิด บิดเบือน ด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ เผยแพร่ผ่านสาธารณชน ผ่านคณะทำงาน ผ่านสื่อสาธารณะ ผ่านสื่อ Social ผ่านสื่อหนังสือในเครือมาตลอดเวลา แล้วมักบอกว่าเป็นการหวังดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ในความเคารพ ดูแล ทันสมัย ปกป้องให้ท่านอยู่ในศตวรรษที่ ๒๑ คำถามมากเลยครับว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ท่านไปทำอะไรกับท่านครับ และทำไมจะต้องไปปฏิรูป ปฏิวัติท่าน หรือทำให้ท่านลงมาอยู่ในส่วนที่เป็นปะทะกับมวลชนอย่างที่ว่านะครับ นอกจากนั้น ยังมีการเคลื่อนไหวใช้วาทกรรมข่มขู่ทางสังคมกับกลุ่มคนที่เห็นต่างเป็นวาทกรรม ถ้าใคร เห็นต่างจะถือว่าไม่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ผมเรียนนะครับว่าผมทำงานร่วมกับท่าน มาตลอด ๔ ปี ผมเห็นว่าท่านทำงานในสภาผู้แทนในฐานะฝ่ายค้านยังไม่ดีพอครับ ความจริง ก็อยากสนับสนุนท่านทำทางฝ่ายบริหารเพื่อทดสอบนะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาหลายเรื่อง ก็ได้ประสานพยายามชวนท่านทำงานด้านการตรวจสอบก็ยังไม่เห็นนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือจะเป็นฝ่ายค้านก็ตามยังทำหน้าที่ ในฐานะนิติบัญญัติในการตรวจสอบรัฐบาลได้ ผมให้กำลังใจท่านนะครับ แต่ถ้าเดินเลือก การเมืองแบบสุดโต่งในสิ่งที่เดินมาตลอดและนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าข้างมหาอำนาจ ทางตะวันตก อาจเกิดการชักศึกเข้าบ้าน หรืออาจเกิดการกระทบต่อพื้นที่ชายแดน ไม่ว่า จะเป็นเมียนมา กัมพูชาและประเทศอื่น ๆ และการสร้างปลูกฝังความคิดต่อต้าน สร้างลัทธิความเชื่อสุดโต่ง ครอบงำเยาวชน มุ่งเปลี่ยนแปลง กระทบกระเทือนสถาบันหลัก ตั้งแต่สถาบันครอบครัวไปจนถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์นั้น เป็นสิ่งที่ผมในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พิจารณา แล้วว่าคุณพิธายังไม่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ