ชัยชนะ ยันไม่สนับสนุนแก้มาตรา 112 ยึดมั่นรัฐธรรมนูญและความจงรักภักดี

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖

ชัยชนะ เดชเดโช แถลงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 และประกาศไม่โหวตสนับสนุนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากความขัดแย้งด้านอุดมการณ์และนโยบายของพรรค

นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากนครศรีธรรมราช วันนี้กระผมจะเป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ในการอภิปราย เหตุและผล โหวตหรือไม่โหวต สนับสนุนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๐ ผมเรียนกับท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า พรรคประชาธิปัตย์ของเรา เรามีจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน และเป็นจุดยืนที่เรายืน หลักการนี้มาโดยตลอดระยะเวลา ๗๗ ปีที่ตั้งพรรคการเมืองมา โดยเฉพาะเรามีอุดมการณ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ข้อ หนึ่งในนั้นก็มีอยู่ข้อหนึ่งซึ่งระบุไว้ชัดเจนในข้อที่ ๓ พรรคจะดำเนิน การเมืองโดยอาศัยหลักกฎหมาย และเหตุผล ความศักดิ์สิทธิ์แห่งรัฐธรรมนูญ และเพื่อเป็น เยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังให้มีความนับถือ และนิยมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ที่ผมเอ่ยอย่างนี้กับสภาแห่งนี้ว่าอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์เรายึด หลักการอย่างนี้เพราะอะไรครับท่านประธาน ตลอดระยะเวลาหลังจากมีการประกาศรับรอง ผลการเลือกตั้ง และใครมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลเราแสดงจุดยืนชัดเจนว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่ผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ของประมวลกฎหมายอาญา อย่างเด็ดขาด เพราะอะไรท่านประธานครับ ประเทศนี้มีความเป็นมา มีประวัติศาสตร์ เราทราบดีหรือเปล่า ท่านเคยศึกษาประวัติศาสตร์ประเทศไทยหรือเปล่า กว่าจะเป็น ประเทศสยามได้ กว่าจะเป็นไทยได้เราต้องผ่านมาอย่างไร การที่ท่านนำเสนอที่จะแก้ มาตรา ๑๑๒ ท่านมีจุดประสงค์ มุ่งหวังอย่างไรครับ ผมอยากจะทราบครับท่านประธาน Candidate นายกรัฐมนตรีออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้เมื่อวานก็ประกาศอย่างชัดเจนว่า มีความจงรักภักดีต่อชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่สมาชิกพรรคของท่านบางท่านที่ท่านสังกัดอยู่กลับประกาศเปลี่ยนวันชาติ สมาชิกพรรคการเมือง ที่ท่านสังกัดอยู่กลับผลักดันเดินหน้าแก้ไขมาตรา ๑๑๒ อย่างเคร่งครัด ผมถามสิครับ วันนี้ประเทศไทยเจอวิกฤติเรื่องนี้ หรือเจอวิกฤติเรื่องอะไรครับ ท่านเคยคิดทบทวนไหมครับ ว่าถ้าท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีสิ่งแรกที่ท่านต้องแก้ไขปัญหากับประเทศชาตินี้คือเรื่องอะไร ท่านเคยทราบไหมว่าวันนี้พี่น้องประชาชนต้องเจอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ท่านเคยทราบไหม ว่าปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้นแรงขึ้นทุกวัน ๆ ท่านไม่คิดแก้ไขอย่างนี้ละครับ ท่านคิดจะไป ลดทอนกฎหมายกับบุคคลที่ไม่มีความจงรักภักดีต่อชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างนั้น หรือครับ นี่หรือครับคนที่จะประกาศบอกว่าจะก้าวสู่นายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ ไม่ใช่หรอกครับ อยู่ดีคืนดีก็มีคนในพรรคของท่านมาบอกว่าจะสนับสนุนให้มีการแบ่งแยกดินแดน เมื่อสักครู่มี เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้อภิปรายไปแล้ว ผมเลยบอกกับท่านประธานสภาที่เคารพว่า การเดินทางการเมือง ณ วันนี้ท่านพยายามบอกว่าท่านได้รับฉันทามติจากประชาชน เป็นเสียงข้างมาก เสียงข้างมากของประชาชน ๖๗ ล้านคน นั่นคือ ๔๐ ล้านเสียงครับ ถ้าเอาผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๓๗ ล้านเสียง ถ้าเสียงข้างมากต้องได้ประมาณ ๑๙ ล้านเสียงครับ แต่วันนี้ท่านเหมารวมทั้งหมดว่าท่านได้รับฉันทามติจากพี่น้องประชาชน มาแล้ว ไม่ใช่หรอกครับ ถ้าท่านบอกว่าการเมืองไทยต้องเลือกพรรคการเมืองที่ได้คะแนน มาที่หนึ่งจากประชาชน พรรคทุกพรรคการเมืองต้องโหวตให้ ไม่ได้ครับ การที่จะโหวต เลือกตั้งใครเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นสิทธิเสรีภาพของสมาชิกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ บางครั้งท่านไปคุกคามทางสื่อ Socail เรียกร้องให้คนโน้นคนนั้นต้องโหวต เรียกร้องให้ พรรคการเมืองนั้นต้องโหวตให้ท่าน ท่านเรียกร้องประชาธิปไตยมากนักหนา แต่ท่าน ไม่ยอมรับความเห็นต่างของพรรคการเมืองอื่น หรือกลุ่มการเมืองที่เห็นต่างกับท่านเลย แล้ววันนี้ท่านจะบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศหรือครับ ท่านใช้ Slogan จะเดินหน้า ประเทศไทยเปลี่ยนประเทศนี้ เปลี่ยนไปทิศทางไหนครับ เริ่มต้นท่านก็เดินหน้าแก้ไข มาตรา ๑๑๒ แล้ว ผมแอบดีใจนะครับ วันที่ท่านเซ็น MOU ๘ พรรคการเมืองท่านไม่มีเรื่องนี้ อยู่ใน MOU นั้น แต่ท่านบอกว่าถ้าพรรคการเมืองที่ท่านสังกัดอยู่จะยื่นแก้ไขเรื่องนี้ เป็นเรื่องของพรรคการเมือง เป็นเรื่องของสภา ไม่ได้ครับ ท่านอย่าโยนปัญหานี้ อย่าบ่ายเบี่ยง จุดยืนนี้ของพรรคท่านเถอะครับ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมและพรรคประชาธิปัตย์เรากังวลมาโดยตลอด ผมเรียนกับท่านประธานสภาที่เคารพ พรรคประชาธิปัตย์เราเดินทางมาวันนี้เข้าสู่ปีที่ ๗๘ เรายึดหลักระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด เรามีเอกภาพในการตัดสินใจมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นการที่เราได้รับฟังเหตุผลก่อนหน้านี้ตลอดระยะเวลาก่อนมาถึงวันนี้เราทราบดีว่า ท่านมีจุดยืนอย่างไร เราทราบดีนโยบายที่เป็น ๑๐๐ ข้อของท่านบางข้อก็ดี แต่เราบอกว่า เราไม่สามารถสนับสนุนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะท่านมีจุดยืน ต่างจากเรา จุดยืนของท่าน ท่านมีจุดยืนในการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ เรามีความรักชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ในฐานะผมและเพื่อนสมาชิกในนามพรรคประชาธิปัตย์ เราขอประกาศ ณ สภาแห่งนี้ว่าใครก็ตามที่คิดจะแก้ไข มาตรา ๑๑๒ ซึ่งท่านทำมาแล้ว ตลอดระยะ ๔ ปีที่ผ่านมา และท่านคิดจะทำอีก และใครก็ตามที่คิดจะจาบจ้วงสถาบัน พระมหากษัตริย์ ผมและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๒๕ ท่าน เราจะออกไปต่อสู้ และต่อต้าน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์แห่งนี้ให้ถึงที่สุด ขอบคุณมากท่านประธานครับ