พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เสนอความเห็นเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรี และหารือเรื่องการต่างประเทศ รวมถึงยืนยันว่าพรรคก้าวไกลมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง เช่น ยาเสพติดและน้ำมันเถื่อน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลและความยั่งยืนในการต่างประเทศ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอใช้สิทธิพาดพิงสะครับ
เริ่มต้นเลยครับ ผมต้องขออนุญาตแสดงความเห็นด้วยกับท่านประธาน ที่ท่านดำริออกมาเมื่อสักครู่ว่าวันนี้วาระการประชุม คือการเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๐ ของประเทศไทยนะครับ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขกฎหมายใด ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม หลายเรื่องที่เป็นข้อคลางแคลงใจ ข้อที่สงสัยเกี่ยวกับตัวกระผมก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะก็คงจะไม่ได้ลงรายละเอียดเพิ่มจากที่ได้ชี้แจงไปในรอบแรก แต่ก็ผมรู้สึกว่า สันนิษฐานที่ผมเคยมีอยู่ตรงกับที่ผมเคยคิดไว้ว่า ถ้ากฎหมายใด ๆ ก็แล้วแต่เข้าสู่สภาเรา ทุกคนทั้ง ๗๕๐ คน รวมถึงที่ท่านได้อภิปรายผมไว้ด้วยสามารถพูดคุยเรื่องนี้ได้อย่างมี วุฒิภาวะ สามารถคุยได้เรื่องนี้อย่างมีข้อบังคับ และมีความโปร่งใสเพราะว่ามีพี่น้องสื่อมวลชน ถ่ายทอดสดอยู่ อันนี้ตรงกับสมมุติฐานที่ผมคิดไว้ตั้งแต่สมัยที่แล้วและยังไม่ได้มีโอกาสที่จะชี้แจง ในตรงนี้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่ได้พาดพิงและได้สร้างความเสียหายให้กับพรรคก้าวไกล นะครับ ก็จะมอบให้กับคนที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการเสนอกฎหมายของพรรคก้าวไกล ได้มีโอกาสอธิบายต่อไปนะครับ
ผมขอใช้ตามที่ได้ยืนยันกับท่านประธานครับ คนที่จะเป็นผู้นำคนต่อไปของ ประเทศ ของคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตรงกับประเด็นที่ได้พาดพิง มีพาดพิงอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกันครับท่านประธาน อันที่ ๑ คือเรื่องการต่างประเทศ อันที่ ๒ คือเรื่อง แบ่งแยกดินแดน อันที่ ๓ คือเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผมก็จะโฟกัสแค่ตรงนี้ ในเรื่องการต่างประเทศผมคิดว่าสิ่งที่พวกเราจะต้องรีบเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะว่า เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ก็จะมีการประชุมที่สหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก ผมต้องการที่จะเป็นผู้นำ ของประชาชนทุกคน เพื่อที่จะไปบอกกับโลกว่าประเทศไทยพร้อมแล้ว และประเทศไทย กลับมาแล้วที่จะมีบทบาทที่ดีในเรื่องของการต่างประเทศ ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจนะครับ ที่วันนี้เริ่มต้นมาอภิปรายก็มีการพูดถึงทหารยิงประชาชน แล้วไปพาดพิงถึง ๒ ประเทศ ประเทศหนึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีขอบเขตแชร์ระยะทางกว่า ๒,๗๐๐ กิโลเมตร กับประเทศไทย ประเทศที่ ๒ ก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันยาวนานมากับประเทศไทย เพราะฉะนั้นอันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นผมก็ต้องระมัดระวังในคำพูดในการที่เราจะอภิปราย พาดพิงไปถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับเรา มีแรงงานอยู่ในประเทศไทย ๒ ล้านกว่าคน อยู่ในภาคประมง อยู่ในภาคร้านอาหารต่าง ๆ เศรษฐกิจเราขับเคลื่อนได้เพราะพวกเขา อันนี้เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและผู้นำจะต้องทำ และจะหาจุดสมดุลระหว่างมหาอำนาจ ในการเมืองระหว่างประเทศแบบใหม่ สามารถที่จะเข้าใจได้ว่าตอนนี้สถานการณ์ ภูมิรัฐศาสตร์โลกตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว มันจะกระทบกับราคาปุ๋ยที่อยู่หน้าไร่นาของพี่น้อง ที่สกลนครหรือพี่น้องที่สุพรรณบุรี เข้าใจว่าถ้าเกิดมีปัญหาเกิดขึ้นและสงครามเริ่มปะทุมากขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาสินค้าอาหารสัตว์ อย่างข้าวโพด อย่างถั่วเหลือง จะเป็นอย่างไร อันนี้เป็นคำที่ผมขออนุญาตใช้สิทธิในการอธิบายในเรื่องเกี่ยวกับนโยบาย การต่างประเทศว่าเราจะต้องมีสมดุล เราจะต้องมี Balance และเราจะต้องรู้ว่าเมื่อไรก็ตาม ที่เราจะต้องเน้นหลักการความเป็นหนึ่งในสมาชิกของโลกใบนี้คืออะไร และรู้ว่าเราจะเงียบเมื่อไร ไม่ใช่ว่าเงียบในทุกเรื่องแล้วก็ทำให้เราไม่มีน้ำหนักในเวทีการเมืองเลย ก็ต้องขออนุญาต เรียนไปยังเพื่อนสมาชิกให้สบายใจว่าการแถลงนโยบายกับสหประชาชาติครั้งแรกของผม Thailand is back in Thailand means business ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์สำหรับ ประชาชนคนในชาตินี้ และเป็นผลประโยชน์ของชาติที่เราดูแลด้วยเช่นเดียวกัน อันนี้ คือความยั่งยืนของการต่างประเทศ
เรื่องที่สาม เรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อน อันนี้ผมก็คิดว่า พรรคก้าวไกลในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมาได้ยืนยันชัดเจนในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่ว่าการจะบริหารจัดการกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีปัญหาในการนำยาเสพติดเข้ามาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล จัดตั้งทั้ง ๘ พรรคที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ใส่ใจอย่างแน่นอนได้ครับ ผมขอรับประกันได้ ขอบคุณท่านประธานครับ